จากกรณีดราม่า #แบนหงสาวดี ที่ปรากฏใน X จนกระทั่งทาง ช่อง one31 ได้ร่อนแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ยืนยันว่า ซีรีส์อิงประวัติศาสตร์จริง ไม่ได้คัดลอกการ์ตูน “อโยธยาเอยาวดี” แต่อย่างใด ยอมรับว่า เคยมีเจรจากับนักวาดเจ้าของผลงาน “อโยธยาเอยาวดี” ถึงขั้นซื้อลิขสิทธิ์ แต่สุดท้ายก็หยุดที่การพูดคุย จึงตกลงร่วมกันว่าไม่ต้องมีการซื้อขายลิขสิทธิ์ และได้มีการชดเชยค่าเสียเวลาในการหารือ การพูดคุยเป็นไปอย่างโปร่งใสและจบลงด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน และบริษัทฯ ไม่เคยมีเจตนาที่จะละเมิดหรือเอาเปรียบผู้สร้างสรรค์ท่านใด และยังคงยึดมั่นในหลักการสร้างสรรค์งานอย่างมีความรับผิดชอบต่อทั้งประวัติศาสตร์ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ชม

ล่าสุด ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ ผู้เขียนบทซีรีส์เรื่อง “หงสาวดี” ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงในประเด็นดราม่าผ่านโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก ซึ่งทางผู้เขียนบทยืนยันว่า ไม่ได้ลอกเลียนแบบแต่อย่างใด ความคล้ายคลึงที่เกิดขึ้นมาจากฐานข้อมูลประวัติศาสตร์เดียวกันหรือเป็นความบังเอิญโดยสุจริต และยังได้ไล่เรียงไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้น บอกว่า 

- ซีรีส์ไม่ได้เริ่มมาจากการ์ตูน แต่เริ่มจากที่ซีรีส์เรื่อง "แม่หยัว" ได้ประสบความสำเร็จ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2567 ทางช่อง one31 จึงได้ให้พัฒนาซีรีส์เรื่องใหม่ ที่เป็นเรื่องราวในสมัยอยุธยาต่อเนื่อง 

- จนกระทั่งทางผู้เขียนบทและทีมงาน ได้ช่วยกันศึกษาหาข้อมูล จึงได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น หลังจากได้ชัยชนะในการทำยุทธหัตถีแล้ว ได้สร้างสถูปให้กับพระมหาอุปราชา ซึ่งดูผิดวิสัยศัตรู และมีบันทึกว่าทั้งสองอาจจะรักใคร่สนิทสนมกันฉันพี่น้อง 

- จึงทำให้ผู้เขียนบทคิดจะทำเรื่องของ "พระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา" ในมุมมองของความรักใคร่ฉันพี่น้องที่ต้องรบกันเพื่อแผ่นดิน ไม่ใช่แนวชายรักชาย 

...

- ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2567 ช่อง one31 ได้อนุมัติ และเห็นด้วยกับโปรเจ็กต์นี้ 

- ช่วงเดือนมกราคม 2568 ผู้เขียนบท ได้เห็นลายเส้นการ์ตูนเรื่อง "อโยธยาเอยาวดี" ที่ถูกนำมาเผยแพร่ใน X พบว่าเป็นการ์ตูนที่ทำเรื่องเกี่ยวกับพระนเรศวรและพระมหาอุปราชาเช่นกัน ซึ่งการนำเสนอนั้นชัดเจนว่าเป็นชายรักชาย แต่ช่อง one31 ไม่สามารถทำเรื่องของพระนเรศวรให้เป็นชายรักชายได้

- ด้วยความสนใจในชื่อ "อโยธยาเอยาวดี" และความชื่นชมในลายเส้น จึงได้เสนอให้ทางผู้บริหาร one31 รับทราบ และเสนอให้ซื้อลิขสิทธิ์มาทำซีรีส์ แทนเรื่องที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยจะขอคุยกับนักวาดการ์ตูนในการปรับไม่ให้เป็นแนววาย 

- ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ทีมผู้เขียนบท จึงได้นัดพบกับนักวาดเพื่อเจรจาขอซื้อสิทธิ์ พร้อมแจ้งเงื่อนไขว่า จะนำมาทำซีรีส์โดยใช้แค่ชื่อและรายละเอียดบางอย่าง แต่จะปรับเนื้อหาให้เป็นแนวอิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่วายและไม่ใช่โลกคู่ขนาน ปรับให้เป็นความสัมพันธ์ความรักฉันท์พี่น้อง ซึ่งนักวาดก็เข้าใจ และตกลงด้วยดี โดยการซื้อสิทธิ์ทั้งหมด 

- จากนั้น นักวาดติดต่อกลับมาเพื่อขอสิทธิ์ในการทำภาพแอนิเมชั่น 2D เพื่อออกอากาศ ซึ่งทางช่อง one31 จึงได้ขอเวลาพิจารณาเพื่อปรับแก้สัญญา

- ระหว่างนั้น "อโยธยาเอยาวดี" ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในฐานะการ์ตูนวายโรแมนติก ทางช่อง one31 เกิดมีความกังวลว่า ถ้าซีรีส์ใช้ชื่อ "อโยธยาเอยาวดี" แต่เนื้อหาในซีรีส์ไม่ได้เป็นชายรักชาย และไม่ได้เน้นที่เลิฟไลน์นั้น อาจทำให้ผู้ชมที่เป็นแฟนการ์ตูนผิดหวัง และได้ให้ ผู้เขียนบท ไปเจรจาอีกครั้ง 

- วันที่ 19 มีนาคม 2568 เป็นการพูดคุยครั้งที่สอง เพื่อชี้แจงให้นักวาดทราบว่าช่อง one31 ไม่สะดวกจะทำซีรีส์โดยใช้ชื่อ "อโยธยาเอยาวดี" แต่เนื่องจากทางช่องจะทำเรื่องพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาอยู่แล้ว ซึ่งอาจมีเรื่องราวและเหตุการณ์คล้ายคลึงกันในบางส่วน ทางช่อง one31 จึงขออนุญาตซื้อลิขสิทธิ์จากนักวาดการ์ตูน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง โดยมี 2 ทางเลือกคือ 

1. ไม่ใช้ชื่อ "อโยธยาเอยาวดี" และชื่อของนักวาดในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่นักวาดจะมีชื่อในเครดิตในฐานะเจ้าของบทประพันธ์ในทุก EP และมีสิทธิ์ในบทประพันธ์ตามกฎหมายทุกประการ 

2. แต่ถ้านักวาดอยากเอาการ์ตูน "อโยธยาเอยาวดี" ไปหารายได้ในทางอื่นๆ ก็ยินดีจะคืนสิทธิ์ให้ 

- คืนนั้นนักวาดได้แจ้งกลับว่า ต้องการสิทธิ์คืน โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องไม่ใช้ elements และเหตุการณ์ใน "อโยธยาเอยาวดี" ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยนักวาดไปใช้ โดยดอกกุหลาบมอญ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของทั้งสองพระองค์ ซึ่งในซีรีส์ หงสาวดี ก็ไม่มีการกล่าวถึงกุหลาบมอญแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อที่นักวาดจะสามารถนำเรื่อง อโยธยาเอยาวดี ไปทำในแบบที่ตนต้องการได้ โดยไม่เกิดภาพทับซ้อน

- วันที่ 20 มีนาคม 2568 ทางผู้เขียนบท ได้ขอเบิกเงินค่าเสียเวลาให้กับนักวาด เพราะต้องเดินทางจากเชียงใหม่มากรุงเทพ เป็นเงิน 10,000 บาท (12,000 บาทก่อนหักภาษี) 

- และการลงรายละเอียดว่าเป็น ค่าที่ปรึกษา นั้น เพราะฝ่ายบัญชีเป็นคนเขียน ซึ่งคำว่า “ที่ปรึกษา” เป็นการครอบคลุมการทำงานที่ไม่ได้มีหน้าที่ชัดเจน การพูดคุยกัน ปรึกษาหารือกัน ถือเป็นการปรึกษา ซึ่งเป็นการลงบันทึกภายในของบริษัทเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องลิขสิทธิ์ใดๆ เพราะไม่ได้มีการซื้อขายเกิดขึ้น 

- ผู้เขียนบท ได้ขอโทษในส่วนนี้ ที่ไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจน จนเกิดการเข้าใจผิด 

- ทุกอย่างจบลงด้วยดี และการเจรจาเป็นไปอย่างเรียบร้อย จากนั้นผู้เขียนบท ได้หยุดอ่านการ์ตูน อโยธยาเอยาวดี หลังจากที่อ่านไปเพียง 7 ตอน จาก 60 กว่าตอน เพื่อจะได้ไม่มีภาพในหัว 

- จากนั้น ผู้เขียนบท ก็ได้เริ่มเขียนบทซีรีส์ หงสาวดี ต่อจากเดิมที่เคยเสนอช่อง one31 โดยเล่าถึงความสัมพันธ์ของพี่น้องจาก 2 เมือง 

...

- นอกจากนี้ ทางผู้เขียนบท ยังได้ชี้แจงในจุดที่ถูกวิจารณ์ว่า บางจุดในซีรีส์ที่ออกอากาศไป เหมือนกับในการ์ตูน บอกว่า 

เรื่องกลิ่นน้ำปรุง : ใช้ในบริบทของการสอดแนม (Suspense) ไม่ใช่ฉากใกล้ชิดแบบในความสัมพันธ์วาย

การเรียกว่า "เจ้าพี่" : อ้างอิงจากวรรณคดี ลิลิตตะเลงพ่าย และความคุ้นเคยของสังคม

ฉากหลั่งน้ำทักษิโณทก : เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญที่ขาดไม่ได้

ชื่อไก่ "เจ้าเหลือง" : เรียกตามสายพันธุ์เหลืองหางขาว ซึ่งยอมรับว่าบังเอิญไปซ้ำกับการ์ตูนและขออภัยในจุดนี้

- ผู้เขียนบทขอยืนยันว่า ไม่ได้ลอกเลียนผลงาน สิ่งที่คล้ายกันเกิดจากความบังเอิญและข้อมูลประวัติศาสตร์ชุดเดียวกัน พร้อมน้อมรับผิดและขอโทษที่การสื่อสารก่อนหน้านี้ทำให้เกิดความไม่สบายใจ โดยขอไม่ให้เหตุการณ์นี้กระทบต่อทีมนักแสดงและทีมงานส่วนอื่น

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม 

อ่านโพสต์ฉบับเต็มจากผู้เขียนบท