จากประเด็นร้อนใน X จนทำให้แฮชแท็ก #แบนหงสาวดี ติดเทรนด์ หลังมีการวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อมีคนโพสต์ข้อความลง X เล่าเรื่องของนักวาดการ์ตูนชื่อดังคนหนึ่ง ที่ได้มีนักเขียนบทติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูน “อโยธยาเอยาวดี” เพื่อนำไปพัฒนาเป็นสื่อในรูปแบบอื่นโดยขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลปใดๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายการเจรจาไม่ลงตัว

จนกระทั่งได้มีคนนำการ์ตูน “อโยธยาเอยาวดี” มาเทียบกับซีรีส์เรื่อง “หงสาวดี” และเกิดการตั้งคำถามว่า มีการลอกเลียนหรือไม่ เพราะบางฉากและบางตอนนั้นคล้ายกับในการ์ตูน เช่นฉากที่พูดถึงเรื่องกลิ่นน้ำปรุงของเจ้าพี่มังจีชวา ที่พระนเรศจำกลิ่นหอมนี้ได้ดี เรื่องนี้นักวาดการ์ตูนเขียนบทมาเพราะเป็นคนจมูกดีมาก ไม่ได้คิดอะไรแต่ซีนนี้ในการ์ตูนดันไปโผล่ในซีรีส์ซะงั้น 

จึงทำให้เกิดการวิจารณ์ และกดดันให้ทางช่องวัน 31 ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ ล่าสุด ช่องวัน 31  ก็ได้โพสต์แถลงการณ์เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว บอกว่า 

...


“แถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นซีรีส์ “หงสาวดี”

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อกล่าวหาบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับซีรีส์เรื่อง “หงสาวดี” ว่ามีการลอกเลียนหรือดัดแปลงเนื้อหาจากผลงานการ์ตูนเรื่อง “อโยธยาเอยาวดี” ทางช่องวัน 31 ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

ช่องวัน 31 ขอชี้แจงให้ทราบว่า หลังจากซีรีส์ “แม่หยัว” ได้ออกอากาศไป ช่องวัน 31 ได้มีการพูดคุยกับ คุณศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ ผู้เขียนบทละคร ให้เขียนเรื่องราวในสมัยอยุธยาต่อเนื่อง คุณศิริลักษณ์ได้นำเสนอเรื่องของ พระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ที่ถึงแม้ทั้งคู่จะต้องมาทำการยุทธหัตถีกัน แต่การที่พระนเรศวรถูกนำตัวไปเป็นเชลยที่หงสาวดีตั้งแต่วัยเยาว์ มีความเป็นไปได้ที่ทั้งคู่จะสนิทกัน 

ประกอบกับหลังเหตุการณ์ยุทธหัตถี ยังมีตำนานว่ามีการสร้างสถูปให้กับพระมหาอุปราชา ซึ่งโดยปกติจะไม่มีการสร้างสถูปให้กับศัตรู จึงมีความเชื่อได้ว่าทั้งสองพระองค์มีความผูกพันกันตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่แค่เป็นศัตรูกัน จึงมีความคิดว่า หากเอาเหตุการณ์ในช่วงประวัติศาสตร์นั้น มาเล่าในมุมอีกมุมหนึ่ง ( เช่นเดียวกับแนวทางที่ได้ดำเนินการในเรื่อง แม่หยัว) ว่าถ้าทั้งสองพระองค์สนิทกันฉันพี่น้อง แต่สุดท้ายต้องมารบกันเพื่อแผ่นดินของตนเอง เป็นเนื้อหาที่มีความน่าสนใจมาก เพราะเป็นประเด็น HUMAN DRAMA ซึ่งทางช่องวัน 31 เห็นชอบและอนุมัติโปรเจกต์นี้

คุณศิริลักษณ์จึงพัฒนาโปรเจกต์นี้อย่างต่อเนื่องและได้ทำการค้นหาข้อมูลต่อ โดยยึดหลักการสำคัญคือการตีความที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นเรื่องราวของบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนทั้งในด้านความเชื่อและความเคารพ 

และได้พบผลงานการ์ตูนเรื่อง อโยธยาเอยาวดี ซึ่งมีบางแนวคิดที่คล้ายกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของพระนเรศวรและพระมหาอุปราชา ทางช่องวัน 31 จึงมอบหมายให้ทางคุณศิริลักษณ์ ติดต่อผู้สร้างผลงาน อโยธยาเอยาวดี เพื่อแจ้งเจตจำนงให้ทางผู้สร้างทราบว่า ทางช่องวัน 31 กำลังพัฒนาโปรเจกต์ที่มีความคล้ายคลึงกันด้วยการอิงประวัติศาสตร์ ของพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา 

จึงจะขอเจรจาซื้อลิขสิทธิ์จากผู้สร้างผลงานการ์ตูนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ถึงแม้ช่องวัน 31 จะไม่ได้ผลิตตามเนื้อเรื่องจากการ์ตูน อโยธยาเอยาวดี ก็ตาม ซึ่งทางผู้สร้างการ์ตูนมีความยินดี

ทั้งนี้ ผลงานการ์ตูนดังกล่าว เป็นการตีความในรูปแบบสมมติในโลกคู่ขนาน และนำเสนอความสัมพันธ์ในลักษณะชายรักชาย ขณะที่ซีรีส์ หงสาวดี อ้างอิงถึงบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ การตีความจึงต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม โดยคำนึงความละเอียดอ่อนในหลายมิติ การนำเสนอจึงจำเป็นต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังและความเคารพอย่างสูง ซึ่งทางผู้สร้างผลงานการ์ตูน อโยธยาเอยาวดี รับทราบและเข้าใจในเงื่อนไขนี้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการพูดคุยร่วมกันทั้งสองฝ่าย มีความเห็นพ้องต้องกันว่าแนวทางและขอบเขตของเนื้อหาในการ์ตูนและซีรีส์มีความแตกต่างกัน เมื่อผู้สร้างการ์ตูนรับทราบว่า ช่องวัน 31 จะไม่ใช้ชื่อและเนื้อเรื่องตามการ์ตูน จึงตกลงร่วมกันว่าไม่ต้องมีการซื้อขายลิขสิทธิ์ และได้มีการชดเชยค่าเสียเวลาในการหารือเป็นที่เรียบร้อย โดยการพูดคุยดังกล่าวเป็นไปอย่างสุภาพ โปร่งใสและจบลงด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน

ทางบริษัทฯ ตระหนักดีและให้ความสำคัญต่อคุณค่าของงานสร้างสรรค์ งานทรัพย์สินทางปัญญา และลิขสิทธิ์ของผู้ผลิต ผลงานสร้างสรรค์ทุกท่าน บริษัทฯ ไม่เคยมีเจตนาที่จะละเมิดหรือเอาเปรียบผู้สร้างสรรค์ท่านใด และยังคงยึดมั่นในหลักการสร้างสรรค์งานอย่างมีความรับผิดชอบต่อทั้งประวัติศาสตร์ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ชม

ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณทุกเสียงสะท้อน และพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาผลงานให้ดีที่สุดต่อไป“

แต่อย่างไรก็ตาม หลังมีแถลงการณ์ออกมา หลายคนก็ได้เข้ามาเขียนแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก 

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม 

...