กลายเป็นประเด็นดราม่าจนติดเทรนด์ X (ทวิตเตอร์) เมื่อแฮชแท็ก #แบนหงสาวดี ติดเทรนด์ขึ้นมา สำหรับประเด็นดราม่า สรุปได้ดังนี้
- ซีรีส์ “หงสาวดี” (The Last Duel) นำแสดงโดย ตรี ภรภัทร ที่รับบท พระนเรศ และ นาย ณภัทร ที่รับบท มังจีชวา ซึ่งในซีรีส์ได้เล่าเรื่องราวความผูกพัน ความสัมพันธ์ของ 2 เพื่อนรักที่ต้องสู้กันในศึกยุทธหัตถี จนกลายมาเป็นศัตรูกัน ก่อนหน้านี้ซีรีส์เรื่องนี้ได้เป็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ได้รับคำชมมากมาย
- วันที่ 12 เม.ย. 2569 บัญชี “บันทึกที่เปิดเผยแห่งอโยธยา” โพสต์ข้อความลง X เล่ายาวเรื่องของนักวาดการ์ตูนชื่อดังคนหนึ่ง ที่ได้มีนักเขียนบทติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูน “อโยธยาเอยาวดี” เพื่อนำไปพัฒนาเป็นสื่อในรูปแบบอื่นโดยขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลปใดๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
- โดยการ์ตูน #อโยธยาเอยาวดี เป็นการ์ตูนดังจากการดัดแปลงประวัติศาสตร์อยุธยาตอนปลายมาเล่าใหม่ในแนววาย ที่เน้นความสัมพันธ์ตัวละครหลักอย่างเข้มข้น ลายเส้นสวยงาม ดัดแปลงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชา (ในชื่อสมมติ) มาเล่าใหม่ในมุมมองที่อ่อนโยนและเข้มข้น ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่วายไทย เป็นการ์ตูนสั้น เว็บตูนที่อ่านง่าย จบในตอน แต่มีเนื้อเรื่องต่อเนื่องที่ชวนติดตาม ทำให้น่าสนใจสำหรับผู้อ่านยุคใหม่ แฟนคลับแชร์ต่อใน X (Twitter) ทำให้ #อโยธยาเอยาวดี กลายเป็นกระแสและพูดถึงอย่างแพร่หลาย
...
- นักวาดการ์ตูนโพสต์เล่าว่า มีคนเขียนบทคนหนึ่งสนใจในผลงานดังกล่าว จึงติดต่อให้นักวาดเข้าไปพบเพื่อเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ และได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำการ์ตูนไปพัฒนาเป็นสื่อในรูปแบบอื่นโดยขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลปใดๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
- มีการเจรจาพูดคุยกันในรอบแรกแต่ไม่สำเร็จ คนเขียนบทนัดพบและขอยกเลิกการเจรจาโดยแจ้งว่าสาเหตุมาจากเนื้อเรื่องของการ์ตูน มีการจิ้นกันในทางสายวายค่อนข้างจะล่อแหลมเกินไป จึงไม่ต้องการให้มีการกล่าวโยงมาถึงชื่อเรื่องหรือชื่อนักวาด คนเขียนบทได้เสนอทางเลือกให้พิจารณา 2 แนวทาง ได้แก่
1.นักวาดเซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด
2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้พูดเสริมต่อว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยจะไม่หยิบเอาองค์ประกอบที่นักวาดสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้
- นักวาดตัดสินใจเลือกยุติการเจรจา และไม่ได้เข้าร่วมในกระบวนการใด ๆ ต่อจากนั้น
- ต่อมามีตัวแทนแจ้งว่า จะชดเชยค่าเดินทางให้กับนักวาดและส่งเอกสารสำหรับกรอกข้อมูลมาให้ แต่เมื่อมีการโอนและได้ตรวจสอบข้อมูลทางเอกสารในภายหลัง กลับพบว่ารายการดังกล่าวถูกระบุจาก “ค่าเดินทางเป็นค่าที่ปรึกษา” จึงทำให้นักวาดการ์ตูนเกิดความสับสนและเกิดข้อสงสัย เพราะวัตถุประสงค์ค่าเดินทางกับค่าที่ปรึกษานั้นแตกต่างกัน
- นักวาดการ์ตูนบอกว่า เรื่องที่ออกมาเล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง เพราะต้องการปกป้องและเยียวยาความรู้สึกของแฟนคลับที่ได้รับผลกระทบจากความเข้าใจผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้เป็นกรณีศึกษาถึงความสำคัญในการตรวจสอบรายละเอียด เงื่อนไขและเอกสารเชิงพาณิชย์ต่างๆ อย่างถี่ถ้วน
...
- ต่อมาชาวเน็ตจับโป๊ะฉากเด็ดในซีรีส์ที่เหมือนกับในการ์ตูนเป๊ะ เป็นฉากที่พูดถึงเรื่องกลิ่นน้ำปรุงของเจ้าพี่มังจีชวา ที่พระนเรศจำกลิ่นหอมนี้ได้ดี เรื่องนี้นักวาดการ์ตูนเขียนบทมาเพราะเป็นคนจมูกดีมาก ไม่ได้คิดอะไรแต่ซีนนี้ในการ์ตูนดันไปโผล่ในฉากซะงั้น
- ล่าสุดทาง ช่องวัน 31 ได้ออกแถลงการณ์กลางดึกเกี่ยวกับประเด็นซีรีส์ “หงสาวดี” โดยยืนยันว่า ซีรีส์อิงประวัติศาสตร์จริง ไม่ได้คัดลอกการ์ตูน “อโยธยาเอยาวดี” แต่อย่างใด
- หลังจากซีรีส์แม่หยัว ออนแอร์ ช่องวันได้คุยกับคนเขียนบทให้เขียนเรื่องราวในสมัยอยุธยาต่อ คนเขียนบทจึงนำเสนอเรื่องของ พระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ถึงแม้ทั้งคู่จะทำการยุทธหัตถีกัน แต่การที่พระนเรศวรถูกนำตัวไปเป็นเชลยที่หงสาวดีตั้งแต่เด็กมีความเป็นไปได้ที่ทั้งคู่จะสนิทกัน
- ในแถลงการณ์ได้ยอมรับว่า เคยมีเจรจากับนักวาดเจ้าของผลงาน “อโยธยาเอยาวดี” ถึงขั้นซื้อลิขสิทธิ์ แต่สุดท้ายก็หยุดที่การพูดคุย จึงตกลงร่วมกันว่าไม่ต้องมีการซื้อขายลิขสิทธิ์ และได้มีการชดเชยค่าเสียเวลาในการหารือ การพูดคุยเป็นไปอย่างโปร่งใสและจบลงด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน
- บริษัทฯ ไม่เคยมีเจตนาที่จะละเมิดหรือเอาเปรียบผู้สร้างสรรค์ท่านใด และยังคงยึดมั่นในหลักการสร้างสรรค์งานอย่างมีความรับผิดชอบต่อทั้งประวัติศาสตร์ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ชม
- แถลงการณ์นี้ทำแฟนการ์ตูนไม่พอใจหนักกว่าเดิม และมองว่าไม่เคลียร์ประเด็นหลัก ด้านโซเชียลจึงพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #แบนหงสาวดี
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
...
...