หลังจากที่ จ๊ะ นงผณี มหาดไทย นักร้องลูกทุ่งสาวแซ่บ แจ้งข่าวเศร้าว่า คุณพ่อประดิษฐ มหาดไทย เสียชีวิตแล้ว หลังเกิดอุบัติเหตุอาการสาหัส และรักษาตัวใน รพ. นานกว่า 2 เดือน ล่าสุด จ๊ะ เปิดใจกับสื่อมวลชนในพิธีสวดพระอภิธรรมศพของคุณพ่อ โดยจัดขึ้นที่บ้านเลขที่ 83 ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง

ซึ่งจ๊ะเปิดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของคุณพ่อไว้ว่า “คุณพ่อเสียตอน 07.55 น. แต่จริงๆ คุณหมอบอกเราตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. แล้วว่าคุณพ่อจะอยู่ได้ไม่เกิน 2 อาทิตย์ ให้ทำใจเพราะว่าอาการของคุณพ่อคือคนที่สมองมันตาย เพราะพ่อผ่าตัดกะโหลก 2 รอบ ผ่าตัดสมอง 2 รอบ แล้วสมองเขาตายหมดเลย พอสมองตาย สมองไม่สั่งอวัยวะ มันจะค่อยๆ ถอยลงไป แล้วพ่อก็เป็นโรคไตเสื่อมระยะ 3 ด้วย มันยิ่งทำให้ มันยิ่งทำให้ไตมีของเสียเยอะ ขับของเสียออกไม่ได้

คุณหมอถามว่าเราจะฟอกไตไหม เพราะถ้าฟอกไตแล้วอาการพ่อดีขึ้น จะต้องพาพ่อไปผ่าท้อง เพราะพ่อมีติดเชื้อในลำไส้ด้วย เราก็เลยถามคุณหมอคะ คิดว่าการฟอกไตให้พ่อช่วยพ่อไหม คุณหมอบอกว่าไม่ช่วยเลย เพราะว่ามันไม่ได้ส่งผลเรื่องสมอง เพราะสมองพ่อตายไปแล้ว ถึงไตจะดีขึ้น วันนี้ฟอกไตได้ทุกวัน แต่อย่างอื่นก็ค่อยๆ ลดลง เราก็เลยบอกว่างั้นเราไม่ฟอก แล้วเราก็ไม่ยื้อพ่อเพราะสงสารเขา (เสียงสั่น)”

...

ถามว่าทำใจมาระยะนึงแล้วใช่ไหม จ๊ะตอบว่า “จริงๆ ตั้งแต่วันแรกนะคะที่ทุกอาจารย์หมอ รพ. บอกว่าเหลือ 1 เปอร์เซ็นต์นะ 5 เปอร์เซ็นต์นะ (เสียงสั่น) แล้วเขาจะบอกให้เราค่อยๆ ทำใจอยู่แล้ว แต่เราคิดว่า 1 เปอร์เซ็นต์ 5 เปอร์เซ็นต์ เราก็สู้ จนเมื่อวันที่ 4 เม.ย. อาจารย์หมอบอกว่าร่างกายพ่อไม่ไหวเพราะรับยาไม่ได้แล้ว”

กับคำถามว่าได้ปรึกษาใครบ้าง จ๊ะเผยว่า ปรึกษากับพี่สาวเป็นหลักว่าเราจะทำยังไงให้แม่ตั้งสติได้ ถามว่าเราตั้งสติได้ไหม ได้ระดับนึง แต่เราก็ยังห่วงแม่ อยากให้แม่คิดได้ อยากให้แม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ห่วงที่สุดคือแม่ ก็เลยปรึกษาพี่สาวแล้วเอาแม่มาอยู่ด้วยที่กรุงเทพฯ แล้วค่อยๆ บอกเขาว่า คนเราการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา

แล้วพ่อสอนตลอดช่วงที่พ่อยังดีๆ คือพ่อเพิ่งพูดกับหนูเมื่อ 21 ม.ค. ว่า หนูเล็ก เดี๋ยวพ่อก็ตายแล้ว เราก็อ้าว พ่อจะตายไปไหนเนี่ย พ่อมีที่ของพ่อ หนูบอกว่าอ้าว แล้วพ่อไม่ห่วงหนูเหรอ เขาบอกว่าไม่ห่วงอะไรแล้ว พ่อมีที่ของพ่อ ทุกคนตายหมด พ่อแม่ไม่ใช่ของเรา ตัวเราไม่ใช่ของเรา ลมหายใจก็ไม่ใช่ของเรา แล้วพ่อจะพูดมาตลอดว่า ถ้าพ่อตาย หนูเล็กอย่าฟูมฟายนะ ต้องมีสติ แล้วห้ามจัดงานยืดเยื้อ เพราะพ่อรู้สึกว่าอยากให้ลูกใช้ชีวิต ให้ไปทำงาน คือพ่อสมองตาย สั่งงานไม่ได้ แต่เวลาที่เราพูดว่า พ่อ หนูขอบคุณพ่อนะ ที่พ่อให้หนูเกิดมา ดูแลหนู พ่อสอนให้อดทน ขยัน เก็บเงิน หนูขอบคุณพ่อนะ พ่อไม่ต้องห่วงอะไรเลย น้ำตาเขาไหล 2 ข้างเลย

เกือบ 3 เดือนที่ดูแลพ่อที่ รพ. มันทุกข์ไหม จ๊ะบอกว่า “มันเกินคำว่าทุกข์ ชีวิตหนูเกิดมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่หนูใจแตกสลายที่สุด (ร้องไห้) เพราะว่าเห็นพ่อหนูตั้งแต่เกิดเหตุ ตอนแรกพ่อหนูยังไม่หลับตา แต่เลือดพ่อหนูเต็มถนนเลย ก็เข้าไปกอดพ่อแล้วบอกว่าพ่อใจเย็นๆ นะ ตอนนั้นอยู่กับพ่อคนเดียว ก็บอกว่าหนูรักพ่อนะ เขาก็ค่อยๆ หลับตาลง คือมันเป็นภาพที่เขาเห็นหนูเป็นคนสุดท้าย ตั้งแต่วันนั้นเขาไม่ได้ลืมตาอีกเลย 2 เดือนกว่าที่ผ่านมาก็รู้สึกว่าอยากให้พ่อได้ลืมตามาก็ยังดีนะ ให้เห็นแม่ พี่เป๊ก”

หลายคนบอกว่าจ๊ะเป็นคนกตัญญูกับพ่อแม่ มีผลกับชีวิตเรายังไงบ้าง จ๊ะบอกว่า จริงๆ จ๊ะบอกมาตลอดว่าไม่อยากให้ใครดูเป็นตัวอย่างว่ากตัญญูแล้วจะได้ดี จริงๆ การเป็นลูกมันเป็นหน้าที่ของเรา พ่อแม่เลี้ยงดูจ๊ะอย่างดี แม้เป็นคนจน แต่ส่งลูกเรียนได้ สอนให้ลูกเป็นคนดีของสังคมได้ หนูรู้สึกว่าต้องตอบแทนพ่อกับแม่ให้ดีที่สุด ส่วนคำสอนของพ่อ ทุกวันนี้หนูเป็นศิลปินที่ไหว้ทุกคน พ่อจะบอกว่าคอนวอยก็ต้องไหว้ ไม่ว่าหนูเล็กจะดังขนาดไหน ถ้าหนูเล็กไม่มีคอนวอย หนูเล็กไม่มีเวทีร้อง ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง ต้องเห็นใจแฟนคลับเยอะๆ รักแฟนคลับเยอะๆ เพราะเราเล่น 4 ทุ่ม เขาต้องรีบออกจากบ้านมาเจอ เล่นเสร็จเขารอถ่ายรูปอีก ต้องให้เขาถ่ายรูปนะ เลยเป็นศิลปินที่ถ่ายรูปมาตลอด 10 ปี

...

ที่สำคัญพ่อไม่ได้ป่วยครั้งนี้ครั้งแรก วันที่เขารู้สึกตัวและพูดได้ ทุกครั้งที่พ่อแม่ป่วยแล้วอยากคืนงาน พ่อจะพูดตลอดว่าให้ไปทำงาน คนที่เขาจ้างหนูเล็กจะได้ไม่เดือดร้อน คนที่รอหนูเล็กเขาอยากเจอหนูเล็ก ไปทำงานเถอะ ที่พ่อกับแม่อยู่ได้สบาย อยู่ รพ. ดีๆ เพราะหนูเล็กทำงาน ได้ทำงานตรงนี้เพราะว่าแฟนคลับ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะทุกข์ยังไงก็จะร้องเพลงและไม่เอาความทุกข์ไปที่หน้าเวทีไง พ่อบอกเป็นเรื่องธรรมดา คนเรามีเกิดก็ต้องมีตาย

กับคำถามว่าคนที่จ้างงานเราในช่วงสงกรานต์ว่ายังไงบ้าง เขาเข้าใจเราไหม จ๊ะบอกว่า คือปกติจ๊ะไม่ได้มีหน้าที่คุยกับเจ้าภาพอยู่แล้ว จะเป็นพี่สาวที่คุย แต่เราก็ยืนยันว่าไปทุกงาน เต็มที่ทุกงาน เราจะไม่ร้องไห้บนเวที จริงๆ ร้องไห้บนเวทีแค่วันเดียวคือวันแรกเลย เพราะว่าวันนั้นพ่อเกิดเหตุตอน 17.03 น. พาพ่อไป รพ. แรกตอน 6 โมงกว่า พาไป รพ. 2 ทุ่มกว่า ส่งพ่อเข้าผ่าตัดเสร็จแล้วไปเล่นคอนเสิร์ตเลย วันนั้นสติแตกมาก เลยร้องไห้บนเวที แต่วันนี้หนูตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้บนเวทีเพราะไปให้ความสุข ไม่อยากให้ใครมาทุกข์กับหนู

...

เมื่อถามว่าตอนบอกลาพ่อครั้งสุดท้ายได้พูดอะไรบ้าง จ๊ะบอกว่า “หนูขอบคุณพ่อที่ให้เกิดมา ขอบคุณที่พ่อเลี้ยงดูหนู ภูมิใจกับอาชีพลิเกของพ่อมาก (ร้องไห้) หนูรักลิเกพ่อมากเลย เพราะอาชีพลิเกทำให้หนูมีพื้นฐานมาในวันนี้ ให้หนูเป็นนักแสดงในวันนี้ พ่อไม่ต้องห่วงหนู พี่เป๊ก ไม่ต้องห่วงแม่ แม่จะอยู่อย่างดี พ่อไปรอพวกเรานะ สักวันเราจะได้เจอกัน”

พอถามว่าเป็นสาเหตุที่เลือกรูปที่พ่อใส่ชุดลิเกมาวางไว้หน้าโลงศพหรือเปล่า จ๊ะบอกว่า คือพ่อรักลิเกมาก รูปนี้แม่ก็พูดเลยว่าถ้าพ่อเป็นอะไร หนูเล็กเอารูปที่เป็นลิเกนะ เพราะพ่อชอบมาก เลยตัดสินใจเอารูปนี้

ถามว่าหมดค่ารักษาไปมากแค่ไหน จ๊ะบอกว่า เกือบ 10 ล้าน รักษามา 2 เดือนกว่า เปลี่ยนมา 3 รพ. เราเอาที่ดีที่สุด พ่อเขาติดเชื้อบ่อย มันจะมียาตัวนึงที่ต้องให้ 14 วัน วันละ 1 แสนบาท แล้วยาไม่ใช่แค่ตัวเดียว ยา 4 ตัวแค่ยาฆ่าเชื้อ แต่ตัวนึงก็ 9 หมื่นแล้วใน 250 ml คือเราก็สู้ แต่จริงๆ หมอบอกว่าสมองพ่อจะกลับมาไม่ได้ แต่เราสู้แล้วเรารู้สึกว่าที่เราทำมาเราไม่ได้ทำเพื่อใคร เราทำเพื่อพ่อแม่เรา พอมาถึงจุดนี้ถ้าเราไม่ทำให้พ่อแม่เรา มันไม่มีความหมาย ก่อนจะร้องไห้อีกครั้ง

...

ส่วนคุณแม่ตอนนี้อยู่ในช่วงทำใจ แต่มีญาติมีลูกให้ความอบอุ่น บอกว่าพ่อไปสบายแล้ว เพราะตอนที่อยู่เขาก็เป็นตั้ง 7 โรค แล้วเจาะโน่นนี่ ปล่อยให้พ่อไปเถอะ แม่ก็ค่อยๆ ทำใจ ส่วนกำหนดการของคุณพ่อ จริงๆ จะเผาคุณพ่อวันที่ 16 เม.ย. แต่จะขอเปลี่ยน โดยสวดวันที่ 12-14 เม.ย. วันที่ 15 เม.ย. จะส่งพ่อขึ้นสวรรค์ คือจะเผาพ่อวันที่ 15 เพราะวันที่ 16 เม.ย. เป็นวันพระใหญ่ ญาติๆ ไม่สบายใจ ก็เลยสรุปเป็นวันที่ 15 เม.ย. กับประเด็นว่าทำไมไม่ไว้ 7 วัน คือทุกอย่างเป็นคำสั่งคุณพ่อหมดเลยว่าอย่ายืดเยื้อ ต้องมีสติไปใช้ชีวิต ดูแลแม่และทุกคนให้ดี ดูแลตัวเองด้วย โดยวันฌาปนกิจจะจัดพิธีที่วัดบ้านเพชร วันที่ 15 เม.ย. เวลา 16.00 น.

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม