กลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว เมื่อ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ พระสิ้นคิด หลั่งน้ำตากลางไลฟ์สดเพื่อชี้แจงปมป่าไม้บุกกล่าวหาพุทธอุทยานรุกที่ป่า 12 ไร่ ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นการขอพื้นที่คืนจากชาวบ้านที่เคยรุกป่าทำการเกษตร เผยกูชายชาติพระ ไม่ร้องขอให้ใครช่วยและกูไม่ทวงบุญคุณใคร ในขณะที่ตลกชื่อดัง ชูษี เชิญยิ้ม พาดูพื้นที่พิพาทคือสวนยางเก่าชาวบ้านคืนให้ป่าไม้
หลังจากที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ลงพื้นที่ตรวจสอบ พุทธอุทยานที่พักสงฆ์ วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 และมีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ช่องเม็ก เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2569 ฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 จำนวน 12 ไร่เศษ
ในการนี้ทางเพจของกรมป่าไม้เองได้มีการระบุผลการตรวจสอบและจะทำเรื่องพิจารณาการยกเลิกใบอนุญาตพุทธอุทยานของที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ จนทำให้เป็นกระแสในโลกออนไลน์ นักวิชาการ อินฟลูฯ นักร้อง นักแสดงออกมาแสดงความคิดเห็นปกป้องพระสิ้นคิดอย่างมาก
...
ล่าสุดเช้าวันนี้ (10 เม.ย. 2569) หลวงตาสินทรัพย์ หรือ พระสิ้นคิด อดีตประธานที่พักสงฆ์พุทธอุทยานวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ได้ไลฟ์สดก่อนตามปกติ โดยมีบางช่วงบางตอนที่หลวงตาสินทรัพย์หยุดนิ่ง พูดไม่ออกด้วยความน้อยใจ และอัดอั้นเกี่ยวกับการถูกกลั่นแกล้งจากผู้ที่หวังดีร้องเรียนให้เข้าตรวจสอบ 10 กว่าครั้ง จนมาเป็นข่าวดังในครั้งนี้
หลวงตาสินทรัพย์ ยังกล่าวพร้อมทั้งน้ำตาว่า เรื่องของทางคดีให้เต็มที่ ใครผิดว่าไปตามผิด พระองค์ไหนผิดก็ว่าไปตามผิด ตนไม่ขอร้องให้ใครเข้ามาช่วย ตนไม่เคยทวงบุญคุณกับใคร ตนเป็นคนพูดจริง ทำจริงยึดถือสัจจะ พระธรรมยุต พระเถระ ตามสบายไม่ต้องปกป้องตน ตนช่วยตัวเองมาโดยตลอด ตอนนี้สลดสังเวชในใจ ทำให้วันนี้มีลูกศิษย์ที่เคารพนับถือหลวงตาสิ้นคิด ทยอยเดินทางเข้ากราบและให้กำลังใจ หลวงตาสินทรัพย์ อย่างต่อเนื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ ชูษี เชิญยิ้ม ศิลปินตลกชื่อดัง ได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดูพื้นที่จริง ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในการปลูกสร้างกุฎิและศาลา ซึ่งจากการสังเกตพบว่าพื้นที่มีลักษณะเป็นลานหิน มีต้นยางพาราปลูกอยู่ตลอดพื้นที่ โดยต้นยางพาราแต่ละต้นสูง 4-6 เมตร คาดว่ามีอายุมากกว่า 5-10 ปี แทรกด้วยกุฏิไม้ไผ่มุงหญ้าคาแทรกตามลานหิน กระจายทั้งพื้นที่ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ลักษณะที่เป็นป่าแต่อย่างใด
...
ชูษี เชิญยิ้ม ยังบอกอีกว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่หลวงตาสินทรัพย์ได้มาจากชาวบ้านที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ชาวบ้านหลายรายจึงได้เข้าไปหาหลวงตารับช่วงดูแลต่อ ซึ่งหลวงตาสินทรัพย์เห็นดีด้วยเพื่อจะได้เอามาปลูกป่าเท่ากับปลูกป่าคืนป่า แต่เมื่อมาถูกกล่าวหาว่ารุกป่าทำให้ตนเองก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกัน อยากจะให้ผู้ใหญ่ลงมาดูบ้าง มันจุกในใจบางทีก็น้อยใจ เหมือนไม่ได้รับความยุติธรรม
...
และมีช่วงหนึ่งที่ ชูษี เชิญยิ้ม ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความน้อยใจ หลังเห็นพระสิ้นคิดถูกกล่าวหาเรื่องบุกรุกป่า โดยบอกว่า “มันก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันนะบางที พูดไปก็เหมือนอวยหลวงตาเนอะ (เสียงสั่นและนิ่งเงียบไป) อยากจะให้ผู้ใหญ่ลงมาดูบ้างว่า หลวงตาทำผลประโยชน์อะไรไว้บ้าง มันจุก (น้ำตาไหล)
บางครั้งเราก็เข้มแข็ง บางครั้งก็อ่อนไหว น้อยใจ เสียใจ สิ่งที่เราทำมามันได้รับแบบไม่ยุติธรรมสำหรับหลวงตา มันผิดมากเหรอ มันไม่น่าจะอะไรมากมาย แล้วเราไม่ได้มาตัด มาทำลาย มีแต่จะปลูกขึ้น เขียวขจีขึ้น ใบไม้สักใบก็ไม่เคยเด็ด ช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือชาวบ้านชาวช่อง กลับกลายเรามาเป็นผู้ร้ายไป มันไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเราลูกศิษย์
แต่หลวงตาก็สอนให้เราเข้มแข็ง ในเมื่อเขาไม่ให้เราอยู่ เราก็ต้องไป ที่จะเอาตรงนี้ต้องทำให้หลวงตาต้องจากไป ในความรู้สึกพี่มันไม่สมเหตุสมผล (เสียงสั่น) อายุก็มากแล้ว เราก็แล้วแต่กรรม เดี๋ยวก็ตุยแล้ว นี่เหรอปกป้องพระพุทธศาสนา พี่ไม่รู้เนอะว่าเขาปกป้องกันยังไง ไม่รู้ว่าปกป้องหรือทำลาย
...
ผิดถูกก็ว่าไปตามผิดแหละ แต่ถามว่าหลวงตารุกป่าเนี่ยมันปวดใจมาก มันทำให้สังคมมองหลวงตาแบบผิดๆ อยากให้สังคมไทยแยกแยะว่ามันผิดมากเลยเหรอ ที่จะมาขับไล่หลวงตาออกจากตรงนี้ แต่ถ้าไปก็ไปได้ไม่เป็นไร เพราะหลวงตาไม่ยึดติดอยู่แล้วพวกวัตถุ หลวงตาไม่เคยสะสมแม้กระทั่งเงินทอง แล้วหลวงตาไม่เคยมีกฎอะไร ไม่ว่าจะชั่วอะไรมา หลวงตาให้โอกาสหมด”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม