เป็นที่ถูกพูดถึงมาสักระยะแล้ว สำหรับ คิตตี้ คริสติน่า อดีตภรรยาของ เอส กันตพงศ์ ที่ก่อนหน้านี้มีเรื่องให้ติดตาม เมื่อได้มีการฟ้องร้องกันระหว่าง เอส กันตพงศ์ กับ คิตตี้ คริสติน่า ที่บานปลายถึงขั้นฟ้องร้องต่อศาลเกี่ยวกับสิทธิในการปกครองลูกสาว
สำหรับประวัติของ คิตตี้ คริสติน่า
- คิตตี้ คริสติน่า วิงเคลอร์ เป็นนางแบบและอินฟลูเอนเซอร์ชาวเยอรมัน มีประสบการณ์การทำงานในวงการแฟชั่นโดยเฉพาะด้าน Commercial, Fashion และ Lifestyle
- คิตตี้ พบรักกับพระเอกหนุ่ม เอส กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสเมื่อปี 2563 และมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนคือ น้องวาเลนติน่า
- หลังสร้างครอบครัว คิตตี้ ตัดสินใจลดงานในวงการแฟชั่นลง และทุ่มเทกับการเป็นแม่บ้านฟูลไทม์เพื่อเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเองในช่วง 3-4 ปีแรก โดยเธอกับเอสมีข้อตกลงชัดเจนว่าฝ่ายชายจะทำงานหาเงิน ส่วนเธอจะดูแลครอบครัวและลูกสาวอย่างเต็มที่
- วันที่ 9 พ.ค. 2566 เป็นวันเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตครอบครัว เมื่อ เอส ได้วูบล้มกลางงานอีเวนต์ และหยุดหายใจไปถึง 40 นาที โชคดีที่มีคุณหมออยู่ภายในงานและช่วยปั๊มหัวใจก่อนส่งตัวเข้าโรงพยาบาลด่วน และต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนาน 3 เดือน ซึ่งคุณหมอเผยว่า สิ่งที่ เอส เป็นนั้นคือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน (Myocarditis) ในกรณีของเอสเป็นขั้นรุนแรง แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความทรงจำบางส่วนได้หายไป
...
- คิตตี้ ต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวแทนสามีในทันที พร้อมกับขอบคุณทีมแพทย์ที่ช่วยชีวิตของสามีไว้
- จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ คิตตี้ ต้องกลับมาทำงานเป็นทั้งอินฟลูฯ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ นางแบบ เพื่อหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวและลูกสาว
- หลังจากที่ เอส อาการดีขึ้น ทั้งคู่ได้ตัดสินใจแยกกันอยู่ เอสได้ย้ายกลับไปอยู่กับคุณแม่ ส่วน คิตตี้ อยู่กับลูกสาว และเมื่อมีเวลาว่าง พ่อลูกถึงจะได้เจอกันสักครั้ง
- แต่เมื่อช่วงเดือน มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เอสและคิตตี้ ได้ตัดสินใจจดทะเบียนหย่า ก่อนจะมีเรื่องราวที่ต้องขึ้นศาลกัน
- ซึ่ง คิตตี้ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ว่า ที่ผ่านมาชีวิตรักไม่ได้ราบรื่นเลยตัดสินใจหย่า ยืนยันหนักแน่นว่า “ลูกสาวคือลูกของเอสแน่นอน 100%” ความสัมพันธ์ควรเกี่ยวข้องกับคนสองคน ไม่ควรมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง ตอนที่หย่ากัน พยายามในการหาทางออกร่วมกัน แต่มันไม่เป็นผล เพราะไม่เคยถูกมองเห็น ไม่เคยถูกรับฟังเลย เลยต้องมาขออำนาจศาล และไม่ได้มีเจตนาจะเอาลูกไป พยายามจะหาทางออกให้ดีที่สุด
- จากนั้น เอส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งแรกบอกว่า สิ่งที่อดีตภรรยาให้สัมภาษณ์กับสื่อนั้นบางส่วนก็ไม่ใช่เรื่องจริง ผมเป็นคนโดนฟ้องหย่า ตั้งแต่ตอนที่หายป่วยใหม่ๆ เลย โดนฟ้องในเรื่องสิทธิปกครองบุตร 100% ยอมรับว่า ฟ้องกลับจริงๆ แต่ผ่านมาเกือบปีสองปี เหตุผลที่ฟ้องเพราะว่าผมเก็บมาเกือบ 3 ปี แต่มารู้จริงๆ สัก 2 ปี เพราะว่าลูกเรียกผมว่า “ลุง” มาตลอด แต่ไปเรียกชื่ออีกคนว่า “พ่อ” และสิ่งที่ฟ้องเพราะต้องการให้กลับมาเป็นพ่อ และเขาก็เป็นแม่เหมือนเดิม นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ คือการทำหน้าที่พ่อ
- จากนั้น คิตตี้ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า “Truth doesn’t need noise to be heard (ความจริงไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดังเพื่อให้ใครได้ยิน)”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
...
...