เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนให้ขาเผือกได้มุงอีกแล้ว เมื่อ เกิล สุริสดา พี่สาวของ เกรซ ชลิตา โสตถิวันวงศ์ ออกโรงแฉเดือดแทนน้องสาว ไล่ไทม์ไลน์เรื่องราวในช่วงที่น้องสาวของตนเจอมรสุมเรื่องความรัก พร้อมทั้งแฉฝ่ายชายกับคู่กรณี แต่ละเหตุการณ์คือพีกทุกช็อต ทำเอาชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่นไอจีเลยทีเดียว
ซึ่ง เกิล สุริสดา โพสต์ภาพข้อความไล่ไทม์ไลน์แบบละเอียด เขียนแคปชั่น “ละครน้ำเน่าช่อง 7” โดยในภาพข้อความมีเนื้อหาสรุปได้ดังนี้
“จากนิทานเรื่องนี้ เดี๋ยวช่วยกันจัด timeline ให้เค้าหน่อยนะ Timeline การไม่นอกใจ Timeline ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ให้เค้า จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง คนที่มันบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ทําอะไรผิด เค้าไม่เงียบหรอก เค้าออกมาปกป้องตัวเอง แต่คนที่ทําอะไรผิด จะปกป้องตัวเองจากความ ไม่จริง คนก็เอาเรื่องจริงมาหักอยู่ดี”
18 ม.ค. : ฝ่ายชายไปงานบวงสรวง และเริ่มไปแอบคุยกับเพื่อนของ สาวคู่กรณี ว่าสาวคนนี้ตัวเล็กน่ารัก
7 ก.พ. : มีการโทร. คุยกัน 3 สาย ฝ่ายหญิงปรึกษาเรื่องทนาย เพราะจะฟ้องแฟนเก่า จนฝ่ายชายได้ทั้งเบอร์และที่อยู่ของฝ่ายหญิงมา หลังจากนั้นเพื่อนคนนี้ก็จะโทร. คุยกับฝ่ายชายตลอดที่มีฝ่ายหญิงอยู่ด้วย ด้านฝ่ายชายเนียนไปหลอกถามเพื่อนว่า สาวคนนั้นชอบสีอะไร ? เพื่อนตอบ "สีชมพู"
...
14 ก.พ. : ฝ่ายชายส่งดอกไม้ "สีชมพู" ไปให้สาวคู่กรณี จากนั้นฝ่ายหญิงเริ่มทำคอนเทนต์ ลงเพลงแนวทอดสะพานลง TikTok จนเพื่อนเข้ามาแซว แถมสาวคนนี้ยังไปหลุดปากบอกเพื่อนบางคนว่า "ถ้าได้เปิดตัวคนนี้นะ สบายไปทั้งชาติ"
18-19 ก.พ. : ฝ่ายชายบังคับให้ ก. ยอมรับให้ได้ถ้าเขาจะต้องไปทำงานเมืองนอกบ่อย ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหา ฝ่ายชายเริ่มทำตัวเหมือนคนอกหัก ซึ่ง ก. ก็ถามว่าเป็นอะไร
19-20 ก.พ. : ฝ่ายชายขับรถออกจากบ้านไม่กลับมาอีก ก. เลยงงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็บอกว่าจะคืนแหวนให้ ตอน ก. นั้นยังไม่รู้เรื่องผู้หญิง
21 ก.พ. : ก. รู้ความจริง เลยทักไปโวยวาย เพราะคิดว่าเป็นสาวที่ลาวที่ทักมาบอก แต่ฝ่ายชายแถว่า "เพิ่งทักคุยกับสาวคนนั้นวันแรก"
22 ก.พ. : เพื่อน ๆ โทร. ไปเตือนสาวคู่กรณี แต่สาวคนนั้นตอบกลับมาว่า "ฉันไม่ผิด ฉันชอบ 200%" และท้าให้เพื่อนไปบอก ก. ได้เลย จากนั้นมีการต่อสายคุย 3 คน เพื่อนเตือนให้หยุด แต่ทั้งสองคนที่แอบคบกัน บอกว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และฝ่ายชายลั่นว่า "ถ้าอยากบอกก็บอกเลย ไม่กลับไปแล้ว"
2 มี.ค. : ฝ่ายชายกลับมาทวงแหวน แต่ ก. ไม่ให้เพราะรู้ว่ามีคนอื่น ฝ่ายชายเลยขู่จะแจ้งตำรวจมาค้นบ้านและจับข้อหายักยอกทรัพย์
3-4 มี.ค. : ฝ่ายชายขีดเส้นตายให้ ก. ย้ายออกจากบ้านภายในบ่าย 3 ของวันที่ 4 มี.ค. แต่ความโหดคือ ส่งคนมาล็อกบ้านตั้งแต่ 3 ทุ่มของวันที่ 3 มี.ค. ทำให้ ก. เครียดมากเพราะของยังอยู่ข้างใน แถมฝ่ายชายยังไปบอกคนอื่นว่าเตรียมตำรวจไว้รอจับข้อหาบุกรุกแล้ว
กลาง มี.ค. : ฝ่ายชายบินไปญี่ปุ่น ส่วนสาวคู่กรณีก็ไปญี่ปุ่นกับเพื่อน แต่ทิ้งเพื่อนเพื่อบินกลับไทยพร้อมฝ่ายชาย
จากนั้นเกิลซัดแรงถึงฝ่ายชายหลังแถลงข่าวเลิกกับน้องสาว บอกว่า “ออกแถลงรอบแรกไม่มีใคร ปัญญาเรื่องความไว้ใจของรูปดันหลุด ออกแถลงการณ์รอบสอง คนในรูปไม่เกี่ยวข้อง โทษเพื่อนต่อ พี่บังคับให้ออกมาขอโทษให้ชัดเจน ไม่งั้นจะแฉทุกเรื่อง ก่อนวันพุธ ออกแถลงการณ์รอบสาม ไม่มีสักรอบที่มีความเป็นลูกผู้ชาย ไม่มี
เพื่อน มันมีสองกลุ่ม คนที่ทําผิดไปแล้ว แล้วรู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้น หรือรับไม่ได้กับ เหตุการณ์นี้ ได้คุยกับน้องหมดแล้ว แล้วน้องก็มีสถานการที่โดนขู่สารพัด ตัวเกิลไม่อยากให้ไปค้นหา อะไรกับน้องอีก เพื่อนร่วมกันที่แยกผิดชอบชั่วดีได้ ทุกคนไม่เห็นด้วย มีหลายคนมาก และช่วยกันตักเตือนไปหมดแล้ว แต่ก็อย่างที่เห็นเค้า top ฟอร์ม ไม่อยากให้ไปว่าเพื่อนกลุ่มนี้อีก ส่วนเพื่อนอีกกลุ่ม อาริกาโตะโกชัยมัสสสสสสสสสส”
เกิลยังเผยต่อว่า ลับหลังยังทำเป็นเรื่องตลก พูดโอ้อวดว่าไม่ได้ทวงแหวน อยากไปเริ่มชีวิตใหม่ แต่เจอเพื่อนก็ว่า ก. และบอกว่าจะแจ้งตำรวจจับ กล่าวหาว่าเอาของในบ้านไปหมด ขณะที่คู่กรณีฝ่ายหญิงให้เพื่อนโทร. มา ถาม ก. โดยเพื่อนคู่กรณีถามว่า โอเคไหม ส่วน ก. บอกว่า “ไม่ได้เป็นไร ขอบคุณนะ ไม่มี (คู่กรณี) คงไม่ได้เลิกกัน” ในขณะที่คู่กรณีบอกกับเพื่อนว่า เขาดีเนอะ เขาเข้าใจเราด้วย
นอกจากนี้เกิลย้ำว่า “ใครจะลืมก็ลืมค่ะ เกิลไม่ลืมละครเรื่องนี้ เกิลจําได้แม่นทุกเหตุการณ์ เกิลจำได้แม่นกับเสียงที่พูดว่า หนูเหมือนจะตาย หนูเหมือนตายทั้งเป็น ดังนั้น อย่าได้มีใครมาพูดเลยว่า มันเทียบเท่ากันแล้ว จนกว่าพวกเธอจะตายทั้งเป็นเหมือนกัน”
...
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม