หลังจากที่ ไอซ์ ถลัชนันท์ ภรรยา เหน่ง เหม่งจ๋าย นักแสดงตลกหนุ่มผู้ล่วงลับ โพสต์ข้อความฟาดเดือด จบงานแล้วเลิกสร้างภาพสักที ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงและขอโทษที่โพสต์ โดยบอกว่าตนโพสต์ถึงคนที่ไม่เคยให้เกียรติ ล้ำเส้น ตนแค่อยากปกป้องตัวเองและครอบครัว
ก่อนที่ชาวเน็ตจะขุดข้อความแฉว่าแท้จริงไอซ์โพสต์ถึง เจเจ ยุวฉัตร อดีตภรรยาของเหน่ง ด้าน แมงปอ ชลธิชา นักร้องลูกทุ่งสาว ก็ออกมาโพสต์ข้อความปกป้องเจเจซึ่งเป็นเพื่อนสนิท โดยบอกว่าเพื่อนตนพา น้องเพนนี ลูกสาว ไปร่วมงานศพของเหน่ง เพื่อให้ลูกสาวมาส่งคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ยืนยันเพื่อนตนมาด้วยใจ ไม่ได้มาเพื่ออยากหาแสงหรือต้องการเงิน ล่าสุดนักข่าวเจอแมงปอ ชลธิชา เลยสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว
ถามถึงเรื่องที่โพสต์ปกป้องเจเจ?
“ก็อยากให้เรื่องจบนะคะ แต่ความที่เรารักเพื่อน พอมันชัดเจนว่าหมายถึงใคร ก็เลยออกมาพูดนิดนึงในมุมของเพื่อนเรา”
...
รู้จักกับเจเจนานขนาดไหน?
“นานมากค่ะ เกือบ 20 ปีแล้ว”
พอเห็นเจเจโดนกระทำ รู้สึกยังไงบ้าง?
“ก็สงสารเพื่อนนะคะ เพราะอย่างที่ปอเขียนไปว่าเพื่อนไม่ได้มาเพื่ออยากหาแสงหรือต้องการเงิน เขามาเพราะเขาอยากพาลูกมาส่งพ่อครั้งสุดท้าย”
เราเห็นดราม่านี้ตอนไหน หลังจบงานแล้ว หรือระหว่างงานก็มีดราม่ามาตลอด?
“ถ้าให้พูดจริงๆ ระหว่างงานก็มีอะไรหลายๆ อย่างอยู่แล้วค่ะ แต่เราก็ถือว่าพอจบงานปุ๊บก็จบแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำมาหากิน พอมันมีโพสต์นั้นขึ้นมาก็เลยรอดูว่าตกลงพูดถึงใคร ทีนี้มันก็มีคนส่งมาเนอะว่ามีการแก้ไขโพสต์ ก็หมายถึงเพื่อนเรา เราก็เลยออกมานิดนึง พูดแล้วทีเดียวจบ”
ตอนแรกที่เห็นโพสต์นั้น ความรู้สึกเราเป็นยังไง?
“รู้สึกว่าเขากำลังปกป้องอะไร เขาโพสต์ว่าอยากจะปกป้องตัวเองกับครอบครัว เขาอยากจะปกป้องอะไร เพราะว่าในขณะที่เราอยู่ในเหตุการณ์ที่เรารับรู้เรื่องราวของเพื่อน มันไม่มีอะไรที่เขาจะต้องกลัวอะไรเลยค่ะ”
มีความเอ๊ะไหมตอนเห็นโพสต์ว่าเหตุการณ์อะไรหรือเปล่า หรือเรารู้อยู่แล้ว?
“รู้อยู่แล้วไหม มันก็พูดยาก คือเอาเป็นว่าถ้าเขาเอ่ยชื่อขึ้นมา เราก็อธิบายได้ในมุมเพื่อนเรา”
ในมุมของเพื่อนเอง มันมีผลกระทบอะไรกับเขาบ้าง ตั้งแต่เจอดราม่า?
“ตัวเขาเองไม่ได้เครียดอะไรมาก แต่เขากลัวกระทบกับลูก เพราะตัวน้องเพนนีเอง พูดกันตามตรงเขาจะไม่มีเฟซบุ๊ก ถ้าเขาจะมาเห็นหรือรู้ข่าวสารก็จะมาจากเพื่อนๆ เขา เขาก็กลัวว่าเดี๋ยวเพื่อนมาพูดแล้วจะทำให้น้องเครียด เพราะทุกวันนี้เอาจริงๆ หลังจบงานน้องเขาก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ก็คือยังเศร้า”
พอจบงานไปได้คุยกับเจเจแบบส่วนตัวไหม?
“คุยตลอดค่ะ แล้วก็บอกเพื่อนว่าไม่เป็นไร เพื่อนอยู่เฉยๆ เลย อยู่นิ่งๆ แล้วเดี๋ยวเราจะเป็นคนออกมาอธิบายเอง เพราะว่าไม่อยากให้เขาออกมาพูดอะไรแล้ว กลัวมันจะกระทบคนอื่น”
โกรธแทนเพื่อนไหม?
“ก็ไม่ถึงขั้นโกรธเพราะมันก็นานาจิตตัง คนนึงก็อาจจะคิดแบบนึง เราก็อธิบายในมุมของเรา”
สภาพจิตใจเพื่อนเราเป็นยังไงบ้าง?
“ตั้งแต่ในงานก็ร้องไห้ตลอดเลย คือเขายังไม่เคยเจอดราม่าอะไรแบบนี้ ไม่ได้ออกมายืนหน้านักข่าวหน้าสื่อเยอะแบบนี้ ไม่เคยเลย เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันที่สื่อเรียกออกไปพูดวันนั้นน่ะ พอสัมภาษณ์เสร็จกลับมาก็นั่งร้องไห้ เราก็มีหน้าที่ปลอบเพื่อน”
แต่เขาก็ไม่ได้ออกมาร้องไห้ต่อหน้าสื่อ?
“ไม่ค่ะ เขาก็ถือว่าชีวิตเขาต้องเดินต่อไป อันนี้พูดกันตามตรงว่าเขาก็…ลูกน่ะ ณ เวลานี้ไม่ได้อะไร แต่เขาไม่ได้มายด์อยู่แล้ว เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะไปเอาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะเขาถือว่าเขาสามารถเลี้ยงลูกได้ เขามีอาชีพของเขา และอีกอย่างนึงไม่ว่าตัวปอเอง เพื่อนๆ พี่ๆ ในวงการทุกคนรักเขา รักลูกเขามาก เพราะฉะนั้นทุกคนก็ซัพพอร์ตเขา”
...
หลังจากที่เราโพสต์ไป ยังมีอะไรกระทบกระทั่งฝั่งเราอยู่ไหม?
“มีบ้างนิดหน่อย แต่ถือว่ามันดีขึ้นมากๆ นะคะ ทำให้คนเข้าใจเพื่อนเรามากขึ้น อย่างเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้ออกมาพูดอาจจะมีแบบว่าเฮ้ย ทำไมต้องไปนู่นนี่ เราเลยต้องอธิบายว่าไปเพราะอะไร”
คิดว่าโพสต์ผิดชีวิตเปลี่ยนไหม?
“(ยิ้ม) เอ่อ…อันนี้ก็ไม่ทราบค่ะ แล้วแต่เขา”
ตั้งแต่เราโพสต์ไป ทางนั้นมีทักมาพูดคุยมั้ย?
“ไม่นะคะ ไม่ได้เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กอยู่แล้ว ทุกข่าวสารจะมีคนส่งมาให้”
ถ้าเขามาเห็น อยากบอกอะไรเขามั้ย?
“ก็จบดีกว่าค่ะ ถือว่าทุกคนมากันด้วยใจ ไม่ว่าจะเป็นพี่บอล พี่ยูริ พี่หม่ำ ทุกคนมาด้วยใจหมด ตัวเจเจเองก็ไปด้วยใจเหมือนกัน วันแรกที่พอทราบข่าวก็บอกว่ารอก่อนไหม เดี๋ยวไปถึงวัดพร้อมกัน เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร ออกจากบ้านแล้วตั้งแต่เที่ยง เขาก็ไปของเขาคนเดียว ไปช่วยงานค่ะ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
...