นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวคนสวยนางเอกระดับตำนาน แอน สิเรียม วันนี้อุ้มท้องมาเปิดใจครั้งแรก หลังควงแฟนหนุ่มนอกวงการแต่งงานสุดชื่นมื่น เผยสาเหตุโพสต์ตัดพ้อ รู้สึกไม่มีบ้าน หันไปไม่เจอใคร พร้อมเผยป่วยซึมเศร้าหนักมาก จนคิดสั้นมาแล้ว ผ่านทางรายการ "คุยแซ่บ show" ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้อายุครรภ์เท่าไหร่?

นนนี่ : “6 เดือนกว่าๆ ค่ะ”

มารายการคุยแซ่บโชว์รายการแรก ทราบเพศแล้ว?

นนนี่ : “ได้ลูกสาวค่ะ หนูไม่ได้คิดว่าอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย ได้หมดเลยค่ะ ไม่ติดเลยค่ะ”

สามีล่ะ?

นนนี่ : “เหมือนกัน แต่ดูเหมือนเขาอยากได้ลูกสาวมากกว่า วันนี้เขาก็มาแต่ไม่ออกกล้อง เขินค่ะ (หัวเราะ)”

สามีชื่ออะไร?

นนนี่ : “คุณอาร์ค่ะ”

คุณอาร์อยากได้ลูกสาวเพราะอะไร?

...

อาร์ : “เราเป็นผู้ชายก็รู้นิสัยผู้ชาย คิดว่าถ้ามีลูกสาวน่าจะเลี้ยงง่ายกว่ามั้ง (หัวเราะ)”

ไปพบรักกันได้ยังไง?

นนนี่ : “จริงๆ เราสองคนทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน ตอนนั้นนนนี่อยู่เชียงใหม่ อาร์อยู่สุวรรณภูมิ และเจอกันที่อบรมสัมมนาของบริษัทค่ะ ไม่มีใครจีบใครค่ะ เราเป็นเพื่อนกัน”

เริ่มสปาร์กกันตอนไหน?

นนนี่ : “เหมือนคุยกันไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าถูกใจค่ะ”

ถูกใจอะไรในตัวคุณอาร์?

นนนี่ : “เขาเป็นคนซื่อๆ ขี้อายด้วยค่ะ”

จริงมั้ยอาร์?

นนนี่ : “เปล่า เราโดนหลอก (หัวเราะ)”

อาร์ : “ตามนั้นแหละครับ ผมตามเขาไม่ค่อยทันหรอกครับ (หัวเราะ)”

นนนี่ : “ไม่ (หัวเราะ) ต่างคนต่างตามกันไม่ทันไง”

อาร์ชอบนนนี่ตรงไหน?

อาร์ : “ชอบคนขาวครับ แล้วเขานิสัยดี ยิ้มง่ายตลอดเลย พูดอะไรก็ยิ้ม หัวเราะ เลยหลงเสน่ห์ครับ”

รักทางไกลส่งผลมั้ย?

นนนี่ : “มันก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น เดี๋ยวนี้ตั๋วเครื่องบินก็ ชม.เดียวเอง”

บินหากันบ่อยมั้ย?

นนนี่ : “หนูก็ติดเขานะ หนูไปหาเขาแทบทุกอาทิตย์ เขามาเดือนละครั้ง ที่เหลือหนูบินไป ชม.เดียว ศุกร์-อาทิตย์”

บินไปบินมาจนวันนึงเกิดเหตุ วันที่เรารู้ว่าตั้งครรภ์?

นนนี่ : “ตอนนั้นย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ แล้วค่ะ เรารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรสักอย่างผิดปกติ ก็คิดว่าเราท้องหรือเปล่า เราก็เลยตรวจ แค่นั้นเอง เริ่มกินเยอะ เริ่มโหย เหมือนอารมณ์แปรปรวน อารมณ์ไม่เหมือนเดิม ก็ตรวจ แต่ไม่ได้คิดว่าจะท้อง พอท้องก็ไม่ได้ตกใจมากนะคะ ก็บอกเขาเป็นคนแรกค่ะ”

อาร์รู้ว่านนนี่ท้อง รู้สึกยังไง?

อาร์ : “การที่มีเด็กคนนึงเกิดมาก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เราไม่ได้ทำอะไรผิด เขาท้อง เราก็ต้องรับผิดชอบในส่วนนั้นไป จริงๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ เราอายุ 30 ไปแล้ว พร้อมเป็นคุณพ่อครับ”

ฝั่งแม่แอนว่าไงบ้าง?

นนนี่ : “แม่บอกว่าท้องก็เลี้ยง แค่นี้เลยค่ะ”

ตอนแรกพอรู้ว่าท้องจะไม่จัดงานแต่งยิ่งใหญ่อลังการ?

นนนี่ : “ต้องเข้าใจก่อนว่า พอเราท้องแล้วพอเราจัดงานแต่งงาน ถ้าเป็นตัวเราเองมันก็สนุกได้ไม่เต็มที่เนอะ เราก็ยังรับแขกได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถใส่ส้นสูงเต็มที่อะไรขนาดนั้น ดื่มก็ไม่ได้ ก็คิดว่าไม่จัดดีมั้ย แต่พอผู้ใหญ่สองฝั่งมานั่งคุยกัน เขาอยากให้จัด ก็ไม่ได้เป็นงานที่ใหญ่ขนาดนั้น บรรยากาศก็อบอุ่น ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนแม่ งานเป็นสไตล์เรียบง่าย เพื่อนแม่ พี่ป้าน้าอามาช่วยกันร้องเพลง เป็นงานเล็กๆ ค่ะ“

พอปล่อยภาพแต่งงานออกไป นนนี่ก็บอกเลยว่าตัวเองท้องได้ 4 เดือนแล้ว?

นนนี่ : “ก็ต้องบอกแล้วล่ะ เพราะมันขึ้นมาเยอะมาก คนก็ดูรู้อยู่แล้ว เราไม่ได้มีเหตุผลต้องปิดบังอะไร ยังไงก็ต้องรู้อยู่แล้ว”

...

ได้ปรึกษาแม่แอนก่อนมั้ย?

นนนี่ : “ไม่ได้ปรึกษาค่ะ ตัดสินใจเองเลย เพราะมองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรด้วยค่ะ”

มีกระแสอะไรกลับมามั้ย?

นนนี่ : “หนูโดนดีเอ็มด่าว่าท้องก่อนแต่ง หน้าไม่อายเหรอ หนูก็โดนเหมือนกัน เราก็ตอบว่าไม่ได้ผิดนี่ แล้วยังไง เมื่อก่อนไม่เคยตอบเลยเรื่องนี้ แต่วันนึงอยู่ในจุดที่ไม่อยากทนแล้ว ทำไมมีคนมาด่าเราฟรีๆ ตลอดเลย แต่ก็เป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่คอมเมนต์ในทางบวก เราก็รับพลังบวกดีกว่า”

หลังแต่งปุ๊บ คนส่องไอจีนนนี่ พอแต่งแล้วรูปคู่กับอาร์หายไปไหนหมดเลย?

นนนี่ : “มีคนเอาไปลงว่าเตียงหัก เลยแก้ข่าวว่าเตียงเราไม่ได้หัก เตียงเราสั่น (หัวเราะ)”

เกิดอะไรขึ้น?

นนนี่ : “เรื่องทะเลาะที่ไร้สาระมาก แล้วก็เป็นเรื่องเล็กมากด้วยนะ จนหนูจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร หนูไม่ได้ลบด้วยนะ หนูแค่ซ่อนเฉยๆ อาร์เขามีอินสตาแกรมที่เป็นแอ็กหลุม เอาไว้ส่องหนูคนเดียว เขาเห็นว่ารูปคู่หาย เขาก็บอกว่าทำไมต้องเอารูปคู่ออกด้วย แค่นั้นเอง เราก็ตอบว่าไม่อยากเก็บ (หัวเราะ) ก็งอนกันนั่นแหละ”

...

งอนนานมั้ย?

นนนี่ : “ไม่นานค่ะ เราจะไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ ปกติก็ผลัดกันง้อ รอบนี้ที่รูปหายก็จำไม่ได้แล้ว คิดว่าเป็นทุกคนนะที่งอนกัน”

รูปที่ซ่อนไว้ เอากลับมาหรือยัง?

นนนี่ : “กลับมานานแล้วค่ะ ไปส่องได้เลยปกติค่ะ”

โพสต์ตัดพ้อเหมือนกัน ล่าสุดบอกว่าไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าบ้านเลย มันเกิดอะไรขึ้น?

นนนี่ : “เป็นอารมณ์น้อยใจ หนูก็ตอบไม่ได้ว่าจากฮอร์โมนหรือเปล่า อารมณ์นี้ก่อนท้องไม่มีค่ะ เราอยากระบายแต่ไม่รู้จะระบายกับใคร เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ทำไมเราไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น เราก็เห็นคนโพสต์ไอจีกันเยอะแยะนี่นา ทำไมเราจะโพสต์ไม่ได้ คิดว่าพอลูกคลอดคงไม่ได้มีเวลามาโพสต์แล้วล่ะ ก็ขอโพสต์สัก 5 อันได้มั้ย แล้วจะไม่โพสต์แล้ว”

สามีเห็นภรรยาโพสต์แบบนี้ ให้กำลังใจกันยังไง?

อาร์ : “นนเขาเป็นคนที่ถ้าเขาโกรธ เขาจะไม่ค่อยบอก จะเก็บไว้คนเดียว เราก็ไม่สามารถรับรู้ได้ ต้องรอให้มันหายไปเอง ถึงมาคุย เขาถึงจะเปิดว่าเป็นแบบนี้ๆ นอนกรนบ้างอะไรบ้าง เยอะแยะไปหมด มันก็หลายเรื่อง ผมคิดว่าเป็นฮอร์โมนคนท้องด้วยแหละ ก่อนท้องยิ้มง่ายมาก พูดอะไรก็ยิ้ม พอท้องปุ๊บเปลี่ยนเลย หน้ามือเป็นหลังมือ”

นนนี่ : “พอแล้วๆ”

อาร์ : “ผมหายใจก็ผิด (หัวเราะ)”

พอเจอข้อความแบบนี้อยากบล็อกภรรยามั้ย?

อาร์ : “ไม่เลยครับ ไม่คิดจะบล็อกภรรยาเลย ผมเข้าใจ”

ต้องระวังภาวะหลังคลอด มาม่าบลูอีก?

นนนี่ : “ยังมีอีกเหรอคะ”

สาเหตุที่โพสต์ตัดพ้อยาวๆ เป็นเพราะก่อนหน้านั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วย?

นนนี่ : “ใช่ค่ะ ต้องเท้าความก่อนว่านนนี่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาประมาณ 4-5 ปีแล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่ผิดมากนะคะ ห้ามทำเด็ดขาด การกินยาไม่สม่ำเสมอ ต้องกินยาให้สม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ และต้องไปพบแพทย์ตามนัดตลอด ด้วยความที่เราอยู่ เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ไปๆ มาๆ ต้องยอมรับว่าก่อนท้อง เราใช้ชีวิตเต็มที่เต็มเหนี่ยวเหมือนกัน ทำให้เราละเลยการกินยา การพบแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราควรไปตลอด กินยาให้สม่ำเสมอ พอผ่านไปเรื่อยๆ เราไม่ได้ดีขึ้น อาการเริ่มดิ่งลงๆๆ”

...

ครั้งแรกที่รู้สึกว่าเราแปลกๆ ต้องพบแพทย์?

นนนี่ : “รู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรเลย อยู่ดีๆ ก็เบื่อทุกอย่าง อยู่ดีๆ ก็ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุอะไรเลย นอนไม่หลับเลยค่ะ ก็เริ่มไปหาหมอ แต่ไปหาหมอไม่ปะติดปะต่อด้วย เปลี่ยน รพ. ไปเรื่อยๆ จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเรื่องที่รู้สึกผิด เราไม่สบายก็ไปหาหมอ จะป่วยกายหรือป่วยใจก็ป่วยอยู่ดี ไปหาหมอดีกว่า”

การไม่ได้ไปหาหมอต่อเนื่อง ถึงขั้นทำให้เราทำร้ายร่างกาย?

นนนี่ : “ด้วยความที่แย่มาก ตอนไปหาหมอ หมอพูดว่านนนี่ไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เลยทำให้มันเคว้ง พอเคว้งมันก็ดิ่ง อาการแย่ลงๆ ถึงจุดที่เราคิดสั้นด้วย แต่เป็นการกระทำที่ไม่ควรอย่างมาก”

ลงมือไปแล้วด้วย?

นนนี่ : “ใช่ค่ะ ตอนนั้นเราไม่รู้เรากินยาเกินขนาด เรากินยาที่มีเข้าไปหมดเลย กินจนค่าตับปาเข้าไป 3-4 พัน ต้องนอนแอดมิตเป็นอาทิตย์ค่ะ”

รอดได้ยังไง?

นนนี่ : “คุยกับแฟนนี่แหละ เขารู้สึกว่ามันไม่ได้ปกติ เขารู้สึกว่าเราน่าจะดาวน์หรือเปล่า เขาเรียก 1669 ไปตามขั้นตอน ล้างท้อง อยู่ไอซียู เรารู้ทุกอย่าง แต่มันขยับไม่ได้ รู้ทุกอย่างว่าเขาล้างท้อง ทำอะไรเกิดขึ้น แล้วอย่าทำเลย ไม่เวิร์ก วิธีล้างท้องเขาใส่สายสอดเข้าไปในจมูกถึงกระเพาะ เอาชาโคลสูบขึ้นมา เราต้องคาสายเอาไว้เป็นวันข้ามคืน มันทรมาน ไม่สบายตัวเลย และเจ็บค่ะ”

พอล้างท้องเสร็จแล้ว?

นนนี่ : “ต้องอยู่ไอซียู หมดค่ารักษาเป็นแสน ก็เป็นบทเรียน ไม่ทำแล้ว เจอค่ารักษาหายเลย (หัวเราะ) มันไม่ดีเลย จริงๆ เข้าใจแหละทุกคนต้องมีช่วงเวลาอ่อนแอ เราเป็นหนึ่งในคนที่ไม่รู้จะหาทางออกยังไงด้วย”

วินาทีที่รู้ว่านนนี่ทำแบบนี้ ส่ง รพ. รู้สึกยังไง?

อาร์ : “เป็นห่วงมากเลยครับ ตอนนั้นเขาอยู่เชียงใหม่คนเดียว ผมอยู่กรุงเทพฯ เราอยากไปหาเดี๋ยวนั้นเลย แต่คงเป็นไปไม่ได้ ก็บอกให้เขาใจเย็นๆ ก่อน โทรเรียก 1669 ให้เขาพานนไป รพ. ให้ไวที่สุด ตอนแรกนนจะไม่ไปด้วย อาจด้วยภาวะซึมเศร้าหรือเปล่า สุดท้ายแล้วพูดไปพูดมากล่อมได้ ก็เลยสามารถพาไปได้ ณ ตอนนั้นผมก็ดิ่งเหมือนกัน ทำอะไรไม่ถูกเลยตอนนั้น”

นนนี่ : “เชื่อมั้ยเขาจับผิดอะไรถูกทุกอย่างเลย น่ากลัวมากเลย”

ถ้าไม่รู้สึกว่าแฟนตัวเองผิดปกติ เราอาจไม่ได้นั่งคุยอยู่ตรงนี้ก็ได้ อาร์ให้กำลังใจนนนี่ยังไง?

อาร์ : “บอกว่าเราต้องตั้งสติ ใจเย็นๆ มีอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียว ให้หาคนปรึกษา คนคุย คนที่ไว้ใจได้ เพราะถ้าคุณเก็บไว้คนเดียว แน่นอนแหละ เหมือนแบกโลกทั้งใบ”

นนนี่ : “หนูมีอะไรจะไม่พูด ชอบเก็บไว้คนเดียว”

พอรู้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คุณแม่ได้พูดอะไรมั้ย?

นนนี่ : “เขาก็ไม่ได้คุยอะไรกับหนู หนูว่าเขาก็คงเสียใจ คนเป็นแม่ก็คงเสียใจทุกคน เขาก็เลยคุยกับอาร์แทน”

เขาอัปเดตอะไรกับอาร์ ตอนลูกสาวอยู่ไอซียู?

อาร์ : “คุณแม่เขาเป็นห่วงมากเลยครับ โห คนเป็นแม่เนอะ ไม่มีใครอยากเห็นลูกเข้าไอซียูหรอกครับ เขาก็เสียใจ เหมือนทำอะไรไม่ถูกตอนนั้น เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่แม่ก็โอเค เขาติดภารกิจ ติดงาน ไม่สามารถมาดูได้จริงๆ ผมก็เลยไปดูแทน อย่างน้อยเขาจะได้อุ่นใจว่ายังมีคนดูแลเขาอยู่ หลังจากนั้นก็คีปคอนแท็กกันมาตลอดเลย”

นนนี่ : “เพราะส่วนใหญ่ถ้าเป็นแม่ลูกคุยกันจะชอบตีกัน”

เขาเป็นห่วงเรามาก แค่ไม่ได้เดินมาบอกเราตรงๆ พอได้ฟังรู้สึกยังไง?

นนนี่ : “หนูรู้อยู่แล้วว่าแม่ก็ต้องเป็นห่วงลูกทุกคน แม่ก็รักลูกทุกคน หนูก็รักแม่เหมือนกัน แต่ว่าบางทีการสื่อสารของเรา มันเหมือนคุยกันได้สองสามคำก็ชอบตีกัน (หัวเราะ) มันเริ่มเป็นตั้งแต่อายุ 14-15 ค่ะ”

ตอนนี้อาการทุกอย่างเป็นปกติหรือยัง?

นนนี่ : “มันก็อาจมีผลข้างเคียงในอนาคต ซึ่งร่างกายเราไม่รู้หรอกเพราะในนั้นได้รับสารพิษต่อให้ได้รับการล้างท้อง แต่เอฟเฟกต์ก็คงอยู่แหละ”

โรคซึมเศร้าไม่ได้หายขาด?

นนนี่ : “ต้องใช้เวลารักษานาน เราชอบคิดว่าดีแล้ว นนนี่กินยาวันละ 5-6 เม็ด พอท้องกินอะไรก็อยากอ้วก เราไม่อยากกิน ยานอนหลับก็พยายามไม่กินแล้ว เขาจะบอกว่าถ้านอนไม่หลับจริงๆ ค่อยกินนะ ตอนนี้ลูกเราเริ่มดิ้นแล้ว พอเรากินยาลูกเราไม่ดิ้น เราใจหาย เพราะตัวยาที่กินค่อนข้างแรง เรากินเรายังเบลอเลย”

นนนี่สงสัยว่าเป็นจุดกำเนิดของโรคซึมเศร้าหรือเปล่า เป็นเพราะปมในวัยเด็ก?

นนนี่ : “ที่คุยกับหมอ มันก็ค่อนข้างเกี่ยว กว่าจะป่วยเป็นซึมเศร้าได้ ไม่ใช่ 2-3 วันเป็นเลย มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างสะสมมา 25 ปี ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า”

ปมนั้นคืออะไร?

นนนี่ : “เรารู้สึกว่าเราเหงา เราเคว้ง หันไปแล้วไม่มีใครเลย ไม่รู้จะคุยกับใคร ช่วงเด็กๆ แม่ทำงานเยอะค่ะ มันสะสมมาหลายปีค่ะ”

พอมองย้อนกลับไป เราเข้าใจ?

นนนี่ : “เราเข้าใจ แต่ไม่ใช่เราไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เราก็เข้าใจว่าถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนใช้ ค่าเรียน ค่าเลี้ยงดู ค่าโน่นค่านี่ เขายิ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ยิ่งต้องทำงานหนัก 2-3 เท่าอีก พอโตมาเราก็เข้าใจ แต่ตอนนั้น 5-6 ขวบ เราก็รู้สึกว่าเงินไม่ได้สำคัญ เราอยากได้เวลา อยากมีเพื่อนเล่น อยากมีเพื่อนคุย อยากไปโน่นไปนี่ แต่เราไม่มี เราก็เหงา”

เข้าใจแม่ช่วงไหน?

นนนี่ : “ประมาณ 20 กว่าๆ”

สิ่งที่ขาดไปตอนเด็ก ก็ส่งผลตอนโต ตอนนี้เราเป็นแม่แล้ว จะชดเชยอะไร?

นนนี่ : “อะไรที่เราขาดไป ก็ไม่อยากให้ลูกขาด รู้สึกว่าขาดเวลา ก็จะมีเวลาให้ลูก”

วางแผนการเลี้ยงยังไง?

นนนี่ : “จริงๆ ไม่มีแผนอะไรเลย ไม่เคยมีลูก ยากจัง (หัวเราะ)”

เชื่อว่าแม่ได้ดูเทปนี้ มีอะไรอยากบอกแม่?

นนนี่ : “เชื่อแล้วค่ะว่าเป็นแม่เหนื่อยมากเลย (หัวเราะ) ขนาดยังไม่คลอดออกมา อะไรที่หนูทำผิดพลาดไป หนูขอโทษนะคะ หนูขออย่าให้ลูกดื้อเหมือนหนูเลย (หัวเราะ) เขาพูดเสมอว่าทำอะไรไว้กับฉัน เดี๋ยวรอดูนะ (หัวเราะ)”

ช่วงวัยเด็ก ความดื้อกับแม่ ขนาดไหน?

นนนี่ : “ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าดื้อเงียบ จะไม่พูด ไม่แสดงออก แต่ไม่ทำ จะเดาไม่ถูกกัน แม่ไม่เคยตีเลยนะคะ แม่ใจดีมาก”

อายุ 20 กว่าถึงคุยกันรู้เรื่อง?

นนนี่ : “เป็นช่วงที่ไปเรียนที่อังกฤษด้วย แม่ก็จะมาหา มาอยู่ด้วย เวลาไปไหนก็เหมือนเพื่อนกัน ไปช้อปปิ้ง ไปกินข้าว ไปดื่ม ไปดริงก์”

แม่ลูกไม่เคยคุยกันดีๆ เลย เคยทะเลาะหนักสุด ไม่คุยกันนานมั้ย?

นนนี่ : “เป็นเดือนค่ะ จำเรื่องราวไม่ได้แล้ว คงพูดกันไม่เข้าหูนี่แหละ ไม่มีใครง้อใคร อยู่ดีๆ ก็กลับมาคุยกันเอง หนูก็ไม่ง้อ เขาก็ไม่ง้อ มีแต่คนบอกเรานิสัยเหมือนกัน ถึงไม่พูดแต่เราก็รัก ไม่จำเป็นต้องพูด แต่ก็รู้ว่ารัก”

ท้อง 6 เดือนแล้ว ได้ปรึกษาแม่แอนมั้ย?

นนนี่ : “ไม่มีเลยค่ะ เขาบอกเขาลืมแล้วค่ะ มัน 30 ปีแล้ว เขาพูดประโยคนี้ประโยคเดียวเลย หนูเลยไม่พูดอะไรต่ออีกเลย เขาบอกจำไม่ได้แล้ว มันนานไป (หัวเราะ)”

ท้องนี้ต้องสู้กับอาการเจ็บป่วยหนักมาก มีปวดหัวไมเกรนด้วย?

นนนี่ : “อาการปวดหัวไมเกรนเพิ่งเป็นตอนท้อง ไม่เคยเป็นเลยค่ะ หนูไปหาหมอหลายรอบมาก ไปทุกอาทิตย์เลย สามวันไปที เขาก็ตอบไม่ได้ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้ แต่ที่แน่ๆ มันกินยาไม่ได้ ฉีดยาไม่ได้ ที่ทำได้แล้วดีขึ้นเลยคือฝังเข็ม หายเลยค่ะ”

เวลาเป็นปีก็ฝังเข็ม?

นนนี่ : “ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว เปลี่ยนมาเป็นปลายประสาทอักเสบแทน เวลาเดินจะเจ็บช่วงอุ้งเชิงกราน มันไม่ถึงกับเดินไม่ได้ แต่เดินแล้วเจ็บ เลยทำให้ไม่อยากเดิน”

ถ้าฝืนเดิน มีอันตรายมั้ย?

นนนี่ : “มีแย่ไปกว่านั้น มีภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งเขาไม่ให้เดินเยอะด้วย มันเยอะมาก (หัวเราะ)”

โรคปลายประสาทอักเสบเกิดจากอะไร?

นนนี่ : “เขาก็ไม่ได้บอก พอท้องใหญ่ขึ้น อาจไปกดทับเส้นประสาทหรือเปล่า ตอนนี้เดินแล้วเจ็บแปลบขึ้นมา แล้วมันร้าว เป็นตอน 2-3 อาทิตย์หลังค่ะ”

สามีดูแลยังไง?

อาร์ : “เราไม่ใช่หมอเนอะ พาไป รพ. อย่างเดียวเลย บางทีเห็นแล้วก็อยากช่วย แต่ทำอะไรไม่ได้ เราไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดจากอะไร ต้องให้หมอดูให้”

นนนี่ : “เปลี่ยนมา 4 หมอ”

ต้องมีรถเข็นมั้ย?

นนนี่ : “อย่าเลย เรายังชอบเดินอยู่ ใช้รถเข็นก็ลำบากอยู่นะ”

เดี๋ยวท้องใหญ่ขึ้น มันก็อาจเป็นทางเลือกที่ดี?

นนนี่ : “เราไม่อยากนั่งรถเข็น เราอยากเดิน ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันแล้วกัน”

คุณหมอให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษมั้ย?

นนนี่ : “เขาไม่ให้ทำงานหนัก ไม่ให้ออกกำลังกาย งดอะไรที่ใช้ร่างกายเยอะๆ ขับรถเจ็บ พอเราเกร็งเท้าปุ๊บมันจะจี๊ดขึ้นมา”

เบรกงานแล้ว?

นนนี่ : “ลาหยุดค่ะ”

มีภาวะรกเกาะต่ำด้วย ส่งผลอะไรบ้าง?

นนนี่ : “เห็นหมอบอกว่าต้องผ่าคลอด ไม่ให้เดินเยอะค่ะ ไม่ได้แพลนจะคลอดเองค่ะ กลัว (หัวเราะ) จะผ่าอยู่แล้ว ไม่มีดูฤกษ์ เอาเป็นฤกษ์ที่ลูกอยากออกมาเลย มาตอนไหนก็ตอนนั้นเลยค่ะ เราไม่มูเลย แฟนก็ไม่มูเหมือนกัน เอาที่สะดวกค่ะ ส่วนสาเหตุเกิดจากอะไร เชื่อว่าแชต GPT ต้องมีคำตอบค่ะ”

มีเตรียมใจขนาดไหนใกล้คลอดแล้ว?

นนนี่ : “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แต่หลายคนพูดว่าเหนื่อยแน่ๆ ก็แพลนเลี้ยงกันเอง มีแม่อาร์ช่วยเลี้ยง”

พุฒ : “ตอนแรกเราอยากเห็นทุกพัฒนาการของลูก เราอยากเลี้ยงเอง พอกลับไปอยู่บ้านเท่านั้นแหละ ที่รักเราหาพี่เลี้ยงเถอะ ไม่งั้นจะเป็นเราสองคนที่ตีกัน (หัวเราะ)”

นนนี่ : “เพื่อนหนูมีลูกก่อนหนู อายุเท่าๆ กัน ก็ไม่แพลนที่จะเลี้ยงเองเลย จ้างพี่เลี้ยงตั้งแต่อีก 3 เดือนคลอด แล้วเตือนเลยว่าต้องจ้าง ก็รอก่อน ถ้าไม่เวิร์กก็ค่อยว่ากัน”

ชื่อใครคิด?

นนนี่ : “ช่วยๆ กันคิดค่ะ ชื่อเล่นมีชื่อเดียวเลย ชื่อจริงก็ยากมากเลย ให้คุณยายเป็นคนตั้ง แต่เราปัดตกไปหลายทีแล้ว”

ชื่อเล่นช่วยคิดมั้ย?

อาร์ : “ผมชื่ออาร์ แม่ชื่อแอน ตระกูลนนเขาตระกูล อ. หมดเลย ก็เลย เป็น อ. นี่แหละ อัยย์มาเป็นชื่อแรกเลย และผ่านเลย”

นนนี่ : “จริงๆ อยากมีลูกสองคน อยากได้ผู้ชาย บ้านผู้หญิงเยอะแล้ว”

อาร์ : “ผมไม่ติดเลย ผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ดีครับ”

มีอะไรอยากบอกสามี?

นนนี่ : “อยากบอกว่ารักทุกวัน บางทีอาจงี่เง่าไปบ้าง ขี้งอนไปบ้าง เหวี่ยงบ้าง โมโหบ้าง แต่ก็รักค่ะ อยากบอกว่าเขาก็เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่เข้ามาในชีวิตเรา”

อยากบอกอะไรคุณภรรยา?

อาร์ : “รักเสมอครับ รักไม่เปลี่ยนแปลง เป็นเหมือนวันแรกที่เจอกัน ยันวันสุดท้ายของชีวิตครับ”

นนนี่ : “(ยิ้มหวานกอดสามี)”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม