ก่อนหน้านี้เป็นประเด็นร้อน สำหรับคู่รักดังอย่างนักร้องหนุ่ม ต้าร์ นาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์ และนักธุรกิจไฮโซสาว น้ำหวาน พัสวี พยัคฆบุตร หลังจากที่ต้าร์ไปประชุมงานกับสาวคู่กรณี แต่กลับเกิดดราม่าจนกลายเป็นข่าวร้อนไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด ต้าร์-น้ำหวาน ควงคู่มาร่วมรายการ “คลับฟรายเดย์โชว์” ทางช่องวัน โดย 3 พิธีกร ดีเจฉอด สายทิพย์, ดีเจอ้อย นภาพร, อั๋น ภูวนาท ทั้งคู่ก็เปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

- สภาวะจิตใจน้ำหวานตอนนี้ดีขึ้น แต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้าร์บอกว่าทุกวันนี้เรายังเครียดกันอยู่ อยู่ในห้องแต่งตัวยังทะเลาะกันอยู่เลย แต่มองว่าเป็นเรื่องปกติของครอบครัว สามีภรรยาบางทีมันต้องมีสวนทางกันบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวันนี้ยังจับมือกันอยู่

- ต้าร์บอกว่าที่ไปสำนักงานเขตก็ไปจริง ตั้งใจไปหย่ากันจริง แต่โชคดีที่ไม่มีพยาน ทำให้เราได้ฉุกคิด วันนี้เรายังเป็นครอบครัว ด้านน้ำหวานบอกว่า ตอนนั้นรู้สึกว่าเจ็บก็ขอให้เจ็บครั้งเดียว และเจ็บที่สุดไปเลย ไม่อยากมารู้สึกแบบนั้นอีก

...

- ถามว่ามันขนาดนั้นเลยเหรอที่เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ต้าร์บอกว่า ถ้าตอบว่าขนาดนั้นมั้ยเนี่ยก็ขนาดนั้น และคนที่ทำผิดก็คือผมเอง ทำให้คุณน้ำหวานเขาเป็นอย่างที่เขาเป็น จากปัญหาครอบครัวที่เป็นเรื่องส่วนตัว พอมันไปสู่สาธารณะ หลายคนมีมุมมองในแบบเขาเอง เรื่องจริงๆ เป็นอีกเวอร์ชันนึงที่อยู่กับเรา ครั้งนี้ดูเหมือนว่า กลายเป็นการที่คุณน้ำหวานโกรธผม เป็นการว่าเขาทำเกินไป แล้วผมรู้สึกผิดซ้ำสอง เพราะกลายเป็นผมเป็นคนไม่ปกป้องเขา ไม่รีแอ็กทำอะไร กลายเป็นคุณน้ำหวานโดนมองไม่ดีอีก คุณน้ำหวานก็เสียใจที่ผมไม่ได้ปกป้องเขา ผมก็เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ


- น้ำหวานพูดว่า คำถามที่น้ำหวานถามพี่ต้าร์เลยกลายเป็นว่าทำไมไม่หยุดเหตุการณ์นั้น ทำไมยังปล่อยให้การประชุมมันดำเนินต่อไป 3-4 ชม. มันเลยกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนมาถามว่าทำไมมันถึงเป็นเรื่องใหญ่ มันเรื่องใหญ่เพราะสามีเรารู้สึกแบบนี้ แล้วยังปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เลยเถิดต่อไป ในห้องประชุม 2-3 คนไลน์มาตามน้ำหวานว่าอยากให้น้ำหวานมา เพราะการประชุมไม่มีเนื้อหาอะไรเลย ทำให้ประชุมดำเนินไปไม่ได้ ต้องหยุดพักตลอดเพื่อให้ทำใจ ผู้หญิงคนนั้นอาจจะแค่ทำไม่เหมาะสม

- แต่สิ่งที่น้ำหวานโกรธพี่ต้าร์คือในฐานะสามี ทำไมน้ำหวานไม่มีเกียรติที่จะ... กับแค่ให้หยุดการประชุมตรงนั้นแล้วไม่ไปต่อ ในขณะที่ทุกคนในนั้นรู้สึกอึดอัด แม้กระทั่งคนกลางที่พามาเอง แล้วเขาก็พูดบอกว่าคุณต้าร์ยังไม่ให้หยุดเลย แล้วผมจะไปหยุดเขาได้ยังไง น้ำหวานก็ถามคนกลางว่า ถ้าเห็นพฤติกรรมแบบนี้ไม่เหมาะสม ทำไมคุณถึงไม่หยุด เพราะแม้กระทั่งคนที่พามาเขาก็ต้องหยุดเบรกประชุม 4 รอบ ประชุมต่อไม่ได้ เพราะเกิดปฏิกิริยาแปลกๆ ขึ้นมาในระหว่างประชุม

- ความจริงกับผู้หญิงคนนั้น น้ำหวานแค่มองว่ามันคือความไม่เหมาะสม ไม่ควรมีกิริยาแบบนี้ในการประชุม แต่ที่โกรธที่สุดกลายเป็นสามีตัวเอง ตลอดเวลาที่คบกันมา น้ำหวานมีแต่ทำงานเลี้ยงลูก ไม่เคยมีอย่างอื่น แล้วนี่คือสิ่งที่เราควรจะได้รับเหรอ นี่คือสิ่งที่พี่มอบให้น้องไง ทำเอาต้าร์ต้องหันมาจับมือเพื่อง้อขอโทษ

- ต้าร์กล่าวต่อว่า รู้ว่าเขายังโกรธอยู่ คุณน้ำหวานเขาก็เป็นคนตรงๆ อย่างนี้ ด้วยธรรมชาติของผมเหมือนเป็นคนซอฟต์ๆ เรื่องนี้มันมาทำให้ความสัมพันธ์ของเราสั่นคลอนจริงๆ ไม่ใช่ในมุมที่คุณน้ำหวานมาหึงหวงผม ถ้าฟังดีๆ จะรู้ว่าเขาไม่ได้หึงหวง เขาแค่ผิดหวัง แค่เสียใจ แล้วผมไม่เป็นอย่างที่เขาคาดหวัง

...

- อั๋นบอกว่า สิ่งที่สังคมมองแล้วคอมเมนต์ เขามองคนละประเด็น เขาไปมองว่าแล้วจะหึงหวงอะไรกันตรงนี้ ไม่เห็นใช่เรื่องที่หึงหวงเลย มันผิดประเด็น สิ่งที่ต้าร์กำลังพูดคือ เขาไม่ได้หึงหวงตรงนั้น แต่เขารู้สึกสั่นคลอนที่ตัวเรา

- ดีเจอ้อยเสริมว่า ไม่ใช่การลุกขึ้นมาหึงหวง เพราะจริงๆ คนที่เป็นสามีเรา เราจะเห็นความเป็นฮีโร่ของเขาอยู่นิดๆ น้ำหวานจะยิ่งรู้สึกมากในเมื่อที่ประชุมตรงนั้น ทุกคนอึดอัดหมด และคาดว่าฮีโร่ของฉันจะต้องทำให้ทุกอย่างโอเคขึ้น แต่พอต้าร์ไม่ได้จัดการกับปัญหานั้นอย่างที่น้ำหวานอยากเห็น ก็เลยรู้สึกเสียใจว่า ทำไมสามีฉันไม่จัดการปัญหานี้อีกแบบนึง แต่ไม่ได้แปลว่าต้าร์ต้องเป็นฝ่ายผิด ทุกคนมีการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าแตกต่างกัน แต่ข้างในไม่ได้แปลว่าไม่รัก

- ต้าร์บอกว่า ต้องขอบคุณพี่อ้อยที่พูดเตือนสติ สิ่งที่ผมอยากบอกคุณน้ำหวาน ถ้ากำลังมองหาฮีโร่คนนั้น เป็นคนที่ขอน้องแต่งงาน ทำหน้าที่รักษาครอบครัวเอาไว้ เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นสามี คนๆ นั้นมันก็ยังอยู่นะครับ เพียงแต่ในบางครั้งมันก็มีความผิดพลาดในชีวิต เราก็ยอมรับจริงๆ ว่ามันคือความผิดพลาด อุปสรรคอันนี้ตอนนี้เรายังไม่ได้ก้าวข้ามมันไป ก็ขอเวลาให้พี่แล้วกัน พี่ก็ยังเป็นคนๆ นั้นอยู่

...

- ดีเจพี่ฉอดกล่าวว่า ในมุมมองของคนนอก รู้สึกอย่างเดียวว่า ถ้าเรายังรักกัน อย่ายอมให้สิ่งอื่นหรือคนอื่นมาทำลายเรา ถ้าถึงตอนที่เราจะเลิกกันจริงๆ ขอให้เลิกเพราะเราไม่รักกันแล้ว

- น้ำหวานบอกว่าก็ได้คำตอบ แต่ต้องบอกจริงๆ ว่า ก็คุยกันก่อนมารายการนี้ ไม่เคยได้คำตอบที่ชัดเจน อันนี้ด้วยความไว้ใจเลย น้ำหวานไม่ได้มองว่าพี่ต้าร์ไปชอบใคร แต่น้ำหวานแค่รู้สึกว่าเกียรติของเราที่พี่ต้าร์น่าจะให้ คือพี่ต้าร์ต้องทำอะไรสักอย่าง

- ต้าร์บอกว่า ตอนนั้นก็รู้สึกว่าอยากให้ทุกอย่างจบเสียที แต่อายที่จะพูด วันนี้ก็เสียใจที่ไม่ได้ทำลงไป ไม่อยากที่จะทำให้การประชุมนี้มันจบด้วยความอับอาย ผมมีความรู้สึกอย่างนึงที่เป็นสาเหตุทำให้ผมจำเป็นต้องดำเนินคดี น่าจะเป็นการคุกคามและดูหมิ่น ผมก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการที่เราแสดงความประสงค์ในมุมของเราว่าเราเป็นคนที่ถูกละเมิดจริงๆ ถ้าถามว่าเรื่องนี้จะจบตรงไหน อยากจะปล่อยให้เป็นเรื่องของคดีความ ทุกอย่างเป็นกระบวนการตามกฎหมายทั้งหมด

- ถามว่าน้ำหวานมีอะไรในใจที่อยากพูดไหม น้ำหวานตอบว่า เมื่อกี้ก่อนเข้ามา พูดไปเรียบร้อยแล้ว ในกลุ่มที่น้ำหวานคุย น้ำหวานไลฟ์ทุกวันอยู่แล้ว แต่เป็นกลุ่มที่เป็นเหมือนแฟมิลี่ หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมน้ำหวานเอาไปไลฟ์ให้ทุกคนฟัง ความจริงในห้องนั้นมีประมาณ 30-40 คน เขาอยู่ในชีวิตลูกเรา เป็นเหมือนแม่เลี้ยงออนไลน์ ก่อนหน้านี้เรื่องทั่วไปก็คุยกันในกลุ่ม ครั้งนั้นน้ำหวานเสียใจ พูดกับใครก็ไม่ได้ น้ำหวานไม่ได้คิดว่ามันจะกระจายไปใหญ่ขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวเป็นเรื่องราว พอเป็นข่าวก็มีบาดแผลกลับมาที่ตัวเอง ก็ต้องรับในการกระทำของตัวเอง

...

- ต้าร์บอกว่า สงสารคุณน้ำหวานที่ทุกสิ่งที่ผมทำมันมีผลกระทบกับเขาหมดเลย บางครั้งจะปลอบเขา เราก็ปลอบไม่ได้ หายใจก็ผิดแล้ว น้ำหวานบอกว่า พี่ต้าร์พูดแต่ละอย่างมันเหมือนทำร้ายน้ำหวาน อย่าง 2-3 วันก่อนมันมีประโยคที่ออกมาบอกว่าเข้าใจว่าทำไมพี่ต้าร์ต้องฟ้อง เพราะอยากให้เรื่องจบ มันเหมือนกับน้ำหวานเป็นคนต้องการให้ฟ้อง

- แล้วพอดีพี่ต้าร์ไลฟ์อยู่ น้ำหวานเลยถามว่าพี่ต้าร์คะ ปกติน้องสั่งอะไรพี่ได้ด้วยเหรอ ปกติน้ำหวานสั่งพี่ต้าร์ไม่ได้ พี่ต้าร์มีความเป็นตัวเอง ถ้าถึงเวลาดุจริงๆ พี่ต้าร์ดุกว่าน้ำหวานเยอะมาก ถ้ามีปัญหาทะเลาะกัน คนที่เป็นคนเงียบคือน้ำหวาน พี่ต้าร์พอไปตอบว่า อ๋อ น้องบังคับพี่ได้ทุกอย่าง มันก็เลยเกิดปัญหาขึ้นอีกว่า ทำไมพี่ต้องโกหก

- ทำเอาดีเจอ้อยแซวว่าจังหวะนรกทุกคนต้องมี น้ำหวานบอกว่า คือน้องไม่เคยบังคับอะไรพี่ได้เลย อั๋นเสริมว่า จริงๆ แล้วที่เขาตอบ เขาอาจจะให้เกียรติก็ได้ น้ำหวานบอกว่า ใช่ค่ะ แต่มันกลายเป็นจังหวะอ่อนไหว มันเหมือนเจือสมในคำพูดแล้วหนึ่ง สองคือน้ำหวานชอบความจริง ถึงแม้จะทำให้เราเจ็บ แต่มันคือความจริง แล้วมันคือตัวเรา น้ำหวานถามเขาว่าคนเรามันต้องเป็นพระเอกตลอดเวลาเลยเหรอ

- ดีเจอ้อยเตือนว่า เวลาที่เราเปราะบางมากๆ การอยู่กับโซเชียลมากๆ มันอันตรายมาก เพราะบางคนแค่คอมเมนต์หน่อย แม้ว่าไม่ได้เห็น แล้วพอน้ำหวานเปราะบาง น้ำหวานกำลังพยายามไปตอบโต้สิ่งที่ เข้าใจฉันใหม่เดี๋ยวนี้ น้องเชื่อรึเปล่า บางคนคอมเมนต์เสร็จก็ไปเลย มันเลยทำให้จากปัญหาที่เราคุยกันสองคนในบ้าน มันเลยเริ่มบานปลาย ระวังปัญหาจะใหญ่โตในวันที่เรายังเปราะบางอยู่

- ต้าร์บอกว่าจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นเรื่องที่ออกมาเป็นสาธารณะ วันนี้ที่ได้มาพูดกันอย่างนี้ อั๋นแซวว่าไม่จูงมือไปสำนักงานเขตแล้วนะ ต้าร์หัวเราะแล้วบอกน้ำหวานว่าไม่แล้วนะ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม