ปิดฉากข้อพิพาทระหว่าง ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เจ้าของเวทีมิสแกรนด์ และ อนุทิน ชาญวีรกูล โดยล่าสุดณวัฒน์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยอมรับความผิดพลาดและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงเบื้องหลังการยุติคดี

ศาลไกล่เกลี่ย "เจอกันคนละครึ่งทาง"

ณวัฒน์เปิดเผยถึงบรรยากาศในศาลว่า "เมื่อวานซืนกับเมื่อวานก็ขึ้นศาล ต้องขอบคุณผู้พิพากษาที่พยายามไกล่เกลี่ย ตอนแรกสถานการณ์ไม่ค่อยดี แต่สุดท้ายก็เจอกันคนละครึ่งทาง เราต้องยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นแบบไหน ทุกคนคงเข้าใจได้"


เจ้าตัวระบุว่าศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องไปแล้วเนื่องจากไม่มีมูลเหตุที่จะฟ้อง แต่การอุทธรณ์ทำให้ศาลกลับมารับฟ้องใหม่ ถ้าเราสืบพยานและพิพากษาเราก็มั่นใจ แต่ทางนี้ยื่นไมตรีมาว่าขอเจอกันคนละครึ่งทางเพื่อลดปัญหา เราก็ยินดี สรุปคือจบคดี เมื่อวานอยู่บนศาลแค่ประมาณเที่ยง วันนี้จริงๆ ต้องสืบอีกวันก็ไม่ได้สืบแล้ว ถือว่าคดีถึงที่สุดกันไประหว่างผมกับท่าน

...

ณวัฒน์ได้กล่าวแสดงความยินดีกับอนุทินที่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดีใจกับท่านด้วยจริงๆ ที่ได้เป็นนายกฯ เพราะอยากให้ท่านไปโฟกัสเรื่องใหญ่ๆ ระดับประเทศที่จำเป็นมากๆ เรื่องกระทบกระแทกกันเป็นเรื่องปกติ ผมว่าท่านเองก็คงเข้าใจ

ตอนนี้ผมกับรัฐบาลทุกคนจบสิ้นหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คุณประยุทธ์ คุณอนุทิน คุณปารีณา เคลียร์หมดแล้ว คดีนี้เป็นคดีแรกที่ไกล่เกลี่ย ที่เหลือพิพากษาไปแล้ว ตอนนี้เหลือคดีเดียวคือ กามิน ในชีวิตเหลือคดีเดียว ซึ่งจะเริ่มสืบเดือนพฤษภาคม

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ยัน มิสแกรนด์ เดินหน้าสะท้อนสังคม เตือนรัฐอย่าเอาแต่ใจ

ผมยังอยากพูดเพื่อให้สังคมตั้งคำถามและเฝ้าสังเกต แต่เราก็ต้องยอมรับ เหมือนคนที่ไปฟ้อง กกต. ทั้งที่รู้สึกแบบนั้นแต่ กกต. ฟ้องกลับระเนระนาด ถามว่าผมจะทำต่อไหม ผมก็ทำ เพราะมาถึงจุดนี้แล้ว แต่ต้องวอนองค์กรอิสระและคนของรัฐบาลว่า คุณต้องเข้าใจหัวอกคนไทยว่าเขารู้สึกอย่างไร การที่คุณรับฟังคือการเอาใจใส่ แต่ถ้าไม่ฟังจะหมายถึงการเอาแต่ใจ

ทุกอย่างเดินหน้าได้เพราะใช้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับระบบภาษี เมื่อภาษีเป็นของประชาชน ประชาชนคือเจ้านาย เราต้องนึกเสมอว่าเราคือเจ้านาย แล้วเจ้านายสอบสวนถามลูกน้องไม่ได้ กกต. ก็ลูกน้องประชาชนนะ มันก็แปลก พูดอย่างนี้เดี๋ยวจะฟ้องอีกหรือเปล่าไม่รู้ เวียนหัวมาก

ปิดท้ายด้วยประเด็นการเมืองบนเวทีนางงาม มีแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะนางงามตอบคำถาม นางงามก็ขึ้นศาล ผมว่ามิสแกรนด์อยากเป็นเวทีที่หยิบยื่นประเด็นให้สังคมตระหนักคิด แต่ไม่ได้ชี้นำว่าใครเลวใครชั่ว และไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีใคร เรานำเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วมาพูด ไม่เคยเอาเรื่องในจินตนาการมาเล่า อย่างเรื่องโควิดหรือเรื่อง กกต. ทั้งบัตร QR Code การนับใหม่ หรือการพิมพ์บัตรเกิน 3 ล้านใบ นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ท่านมีหน้าที่อธิบายหรือตอบข้อสงสัยเท่านั้น

อาจจะมีสัก 10% ที่ตอบแรง แต่เด็กในรุ่นนี้เป็นแบบนี้เกือบหมดแล้ว อย่าไปหารุ่นคุณตาคุณยายเลยที่เขาไม่กล้าพูดเพราะเกรงใจทุกคน ประเทศไทยมันแปลกๆ เด็กเหล่านี้เขานับถือสิทธิของเขาเป็นหลัก ก็ให้เขาพูดไปเถอะดีแล้ว ถ้าเขาไม่พูดแบบนี้ประเทศเราจะลำบาก

...