หลังจากที่ คิตตี้ คริสติน่า อดีตภรรยาของ เอส กันตพงศ์ ได้ออกมาตอบคำถามแฟนคลับว่าได้หย่ากับ เอส แล้วสถานะปัจจุบันเหลือเพียง "พ่อและแม่ของลูกสาว" เท่านั้น ซึ่ง เอส เอง ก็ยอมรับว่าได้หย่าจริง ทำดีที่สุดแล้วเพื่อครอบครัว เคารพการตัดสินใจของฝ่ายหญิง และปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด คิตตี้ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งแรก หลังขึ้นศาลเพื่อไกล่เกลี่ยในคดีที่ฟ้องร้องกันกับ เอส กันตพงศ์ โดย คิตตี้ ได้เผยว่า ที่ตัดสินใจหย่าเพราะว่า ชีวิตรักไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด พร้อมยืนยันว่า ลูกสาวเป็นลูกของ เอส แน่นอน 100% 

- เคยจดทะเบียนสมรสกันจริง และจดทะเบียนหย่าเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

- หลังหย่าก็ยังเดินทางไปๆ มาๆ ที่เมืองไทย ลูกก็อยู่บ้านผู้ชายบ้าง แต่ชีวิตรักไม่ได้ราบรื่นเลยตัดสินใจหย่า

- ด้าน คิตตี้ ก็ได้เคลียร์ชัดเรื่องลูก ยืนยันว่าเป็นลูกของ เอส กันตพงศ์ 100%

- เมื่อถามว่า ข่าวที่ทางแม่ฝ่ายชายพาเด็กไปตรวจ DNA เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ด้าน คิตตี้ บอกว่า ทราบข่าวนี้ แต่ไม่ได้อยากออกมาพูด และงงว่าทำไมข่าวถึงออกมาแบบนั้น แต่ก็ไม่เครียดเลย เพราะยังไงลูกคือลูกของเรา 100%

...

- คิตตี้ยังบอกอีกว่า ความสัมพันธ์ควรเกี่ยวข้องกับคนสองคน ไม่ควรมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง

- ตอนที่หย่ากัน พยายามในการหาทางออกร่วมกัน แต่มันไม่เป็นผล เพราะไม่เคยถูกมองเห็น ไม่เคยถูกรับฟังเลย  เลยต้องมาขออำนาจศาล และไม่ได้มีเจตนาจะเอาลูกไป พยายามจะหาทางออกให้ดีที่สุด 

- สิ่งดีที่สุดในตอนนี้คือศาลให้อำนาจในการปกครองลูกทั้งพ่อและแม่ ไม่คิดจะเอาลูกไว้ที่ตัวเองคนเดียว

- การให้สัมภาษณ์วันนี้ก็กลัวจะผิดสัญญาเหมือนกัน เพราะเป็นข้อตกลงที่ตั้งกันไว้ก่อนหย่าว่า ห้ามพูดออกสื่อ แม้มันจะเสี่ยงแต่อยากปกป้องตัวเองกับลูก

- ไม่หมดหวัง ไม่ท้อแท้ สนับสนุนให้ผู้หญิงคนอื่นลุกขึ้นต่อสู้เพื่อตัวเองเหมือนกัน

- เรื่องค่าเลี้ยงดู คิตตี้บอกว่า ยังตอบแบบลงรายละเอียดไม่ได้ แต่มีสัญญาชัดเจน และสัญญาบางข้อฝ่ายชายก็ละเมิด 

- ยอมรับบรรยากาศในศาล ตอนเจอหน้ากับ เอส ต่างคนต่างตึงเครียดสุดๆ

- เชื่อว่าในฐานะแม่คนนึงก็จะยึดความสุขของลูกเป็นหลัก เชื่อในระบบของความถูกต้องต่างๆ อยู่ในเมืองไทยคนเดียว อุปสรรคคือภาษา ยิ่งเรื่องกฎหมายก็ยิ่งยากไปใหญ่ 

- เมื่อถามว่า อยากให้เรื่องนี้จบลงยังไง คิตตี้บอกว่า อยากให้ลูกมีทั้งพ่อและแม่ช่วยกันเลี้ยงอย่างมีความสุข แม้ว่าพ่อกับแม่แยกทางกัน แต่ก็อยากให้ทั้งฝ่ายช่วยกันเลี้ยงลูก และอยากให้ตัวเองกับลูกอยู่เมืองไทยต่อ เพราะเมืองไทยเหมือนบ้าน 

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม