อีก 1 ปัญหาใหญ่ ที่ บุ๋ม ปนัดดา และองค์กรทำดี กำลังเจอ นั่นก็คือ ปัญหาน้ำมันขาดแคลน แล้วองค์กรทำดี  มีภารกิจสำคัญนั่นก็คือ การช่วยลำเลียงศพผู้เสียชีวิตไปส่งที่บ้านเกิดตามต่างจังหวัด แม้ "แม่บุ๋ม" จะสำรองน้ำมันไว้แล้ว แต่หากระยะทางไกลมาก ต้องแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง แล้วบางปั๊มไม่มีน้ำมัน จึงต้องโทรบอกญาติผู้เสียชีวิตว่า ศพไปถึงช้าหน่อยนะคะ 

ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ "แม่บุ๋ม" รู้ซึ้งดีมาก ยิ่งเห็นข่าวที่วัดประกาศไม่มีน้ำมันเผาศพ "แม่บุ๋ม" ยิ่งสลดใจ ทางออกเรื่องนี้จึงต้องให้รัฐบาลช่วยเข้ามาจัดการด่วน เพราะมันเข้าสู่วิกฤตน้ำมันแล้ว โดยเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับ ไทยรัฐบันเทิง ว่า 

“ตัวบุ๋มได้เตรียมการไว้แล้ว ตั้งแต่ 28 ก.พ. ว่ารถต้องสต็อกน้ำมันเท่าไหร่ เพราะเราเป็นมูลนิธิ เงินทุกบาททุกสตางค์จะใช้อะไรต้องคิดแล้วคิดเอง จะใช้สุรุ่ยสุร่ายไม่ได้ ค่าใช้จ่ายอะไรที่แพงก็ไม่ได้ 

ถ้าถามว่ากระทบมั้ย คือเราจะโดนรับขนส่งศพระยะไกล น้ำมันก็เติมได้ระดับหนึ่ง ยังไงๆ ก็ต้องไปเติมกลางทาง มันจะกระทบตรงปลายทาง ประมาณเกือบถึงร้อยเอ็ด ก็มีที่ต้องไปรอคิวเต็มหรือว่าเติมได้นิดหน่อย บางปั๊มเติมได้ 500 บาท 400 บาทเราก็ต้องเติม พอไปสักพักน้ำมันก็หมด เราก็ต้องบอกญาติว่ารอศพหน่อยนะ แล้วการเผาศพต้องใช้น้ำมันเยอะมาก ไฟแรง ไม่ใช่ง่ายๆ เลยที่จะเผา 

แล้วดูสิตอนนี้รัฐบาลบอกอะไร มันถึงเวลาที่ต้องพูดตั้งนานแล้วมั้ย ไม่ใช่มากำหนดว่าน้ำมันให้เติมแค่ 500 บาท หรือเติมได้ถึง 5 โมงเย็น ไม่ใช่ให้ประชาชนมีแอคชั่นก่อน รัฐบาลต้องมีแอคชั่นก่อนประชาชน บุ๋มพูดตั้งนานแล้วว่ารัฐบาลควรเตือนประชาชนให้ตระหนักรู้ ไม่ใช่ตื่นตระหนกแบบนี้ 

...

ควรจะต้องบอกว่าถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ประชาชนและรัฐบาลควรทำอย่างไรบ้าง สองถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อกว่านี้มันจะเกิดอะไรขึ้นอย่างเช่น สต๊อกน้ำมันจะต้องเกิดขึ้น ประชาชนจะต้องประหยัดอะไรบ้าง สามรัฐบาลจะขอความร่วมมืออะไรบ้าง ถ้าพูดแบบนี้เป็นขั้นเป็นตอน ไม่มีปัญหา ประชาชนจะได้รู้ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง แต่นี่คือบอกให้เราชิวๆ อู้ยสบายๆ คือแท่นขุดเจาะมันไม่สามารถจะสร้างกลับคืนมาวันสองวันอยู่แล้ว 

และอันนี้ต้องบอกพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ใช้การขนส่งหลัก เช่น ขับรถไปส่งลูก พี่ๆ ไรเดอร์ พี่ๆ แท็กซี่ หรือกลุ่มที่จะต้องขายของออนไลน์ ว่าจะได้รับผลกระทบนะเพราะค่าขนส่งจะต้องเพิ่มหลังจากนี้ ค่าตั๋วเครื่องบินเพิ่มแล้วนะ ตอนนี้ต้องรัดเข็มขัดหมดเลย 

อยากจะเตือนพี่น้องประชาชนว่ายังไงก็ตาม ที่ผ่านกันมาสถานการณ์ตั้งแต่โควิด สถานการณ์การเงินเราไม่เคยดีอยู่แล้ว ขาเราจะกระเบียดกระเสียดอยู่แล้ว เราต้องประหยัดอยู่แล้ว ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องคิดหนักกว่าเดิม ของใช้สุรุ่ยสุร่ายอะไรที่แพงเกินกว่าเหตุ ให้หยุดก่อน เตรียมสำรองเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เราไม่รู้เลยว่า คนในบ้านเราจะเจ็บป่วยเมื่อไหร่ ห้ามประมาทเด็ดขาดให้เตรียมเงินและเตรียมตัวไว้ ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้คนยิ่งประหยัดมิจฉาชีพจะยิ่งมา ระมัดระวังบ้านของตัวเองและในเรื่องการเก็บเงิน.

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม