หลังจากที่เมื่อวานนี้ (15 มี.ค. 2569) แม่เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ โกมลเสน อดีตภรรยาของ สุรชัย สมบัติเจริญ พร้อม ร็อคกี้ สุรบดินทร์ และ ดิ๊งค์ กมลชนก ได้มาออกรายการ คุยแซ่บShow พูดถึงปม สุรชัย หลังออกมาเปิดตัวภรรยา ไดอาน่า ที่จดทะเบียนกันมา 40 ปี
ล่าสุดหลังจากที่ สุรชัย สมบัติเจริญ ได้ดูสัมภาษณ์ในรายการทั้งหมด ก็ได้ออกมาอัดคลิปพูดในมุมของตัวเอง พร้อมฟาดกลับ แม่เจี๊ยบ และโกรธที่ด้อยค่า คุณไดอาน่า ว่าเป็น “เรฟูจี”
สุรชัย บอกว่า สุรบดินทร์เกิด นายบดินทร์ดีกว่า ไม่อยากเรียกชื่อคำนี้เลย ไม่รู้ล่ะ ไม่อยากพูดเลย ไม่อยากสบถออกมา เพราะถูกเขาสบถกับผมเยอะเลย ผมไม่อยากหรอก วัยนี้แล้ว นายบดินทร์ก็เกิดขึ้นมา วันนั้นผมจำได้ว่าร้องเพลงอยู่ที่เฉลิมเกียรติ ผมก็ไม่ได้ไปเพราะผมต้องทำงาน แต่ก็ไม่เป็นไร เขาเกิดมา
แต่ตอนนั้นผมเครียดมาก เพราะว่าผมเองผมไม่อยากมีพันธะ แต่เมื่อมันเป็นอย่างนี้ก็โอเค ใช่ลูกผมหรือไม่ใช่ลูกผม ผมไม่รู้ แต่ผมก็โอเค เพราะว่าเธอทำงานตอนกลางคืน เธอจะไปไหนมาไหนผมไม่รู้ อันนั้นผมไม่ได้กล่าวหานะว่าคุณเป็นผู้หญิงกลางคืน ไม่ใช่คุณมากล่าวหาว่า คุณไดอาน่าเป็น “เรฟูจี” (ผู้ลี้ภัย) แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อน ผมไม่ด้อยค่าคุณ เพราะว่าผมก็เข้าใจอ่ะนะ ว่าคุณตอนนั้นเป็นยังไง แต่ผมต้องรับผิดชอบแล้ว เครียดครับ
...
ประมาณปี 2526 นายบดินทร์นี่เกิดปี 2525 ได้ไม่ถึงขวบหรอกครับ แต่ผมเครียดครับ ผมไปเที่ยวอเมริกา การที่ไปเที่ยวอเมริกาเนี่ย คุณเจี๊ยบกล่าวหาว่าผมอยากได้ใบเขียว ผมจะต้องการทำไม ในเมื่อชีวิตผมก็เคยไปอยู่อังกฤษ เคยไปเมืองนอกมา ทำไมอ่ะ เมืองไทยก็อยู่ได้ ผมจะไปอยู่อเมริกาเพื่ออะไรในตอนนั้น เพราะผมมีอาชีพเป็นนักร้อง คุณก็ปั้นเรื่องได้ โอ้โห สารพัดอย่าง ให้มีแนวโน้มว่าผมบ้าจะมาอยู่อเมริกา ที่ไหนก็ได้ อเมริกามีความสุข ผมก็อยากจะมีความสุขที่อเมริกา
คุณรู้ไหมผมกลับบ้านที่เมืองไทย 2 เดือนครั้ง กลับบ้านที่อเมริกา 2 เดือนครั้ง ตลอดระยะเวลา 4 ปี ผมไปกลับ ๆ 4-5 ครั้ง คุณไปเช็กไทม์ไลน์ได้เลย พาสปอร์ตมีหมด แต่ไทม์ไลน์ของผมเมื่อปี 2526 มาจนถึงปี 2563-2564 ไปเช็กดูว่าผมไปกลับกี่ครั้ง ผมมีความสัมพันธ์กับคุณไดอาน่าขนาดไหน
การที่คุณมาพูดว่ามีชาวฝรั่งที่ไหนหรือชาวอิหร่าน และมาด้อยค่าคุณไดอาน่าว่าเป็น เรฟูจี หลบหนี คุณนี่มันเป็นผู้หญิงประสาอะไร คุณกำลังสร้างภาพให้คุณดี คนนี้เขาจะมาจากที่ไหน เขาก็เป็นมนุษย์ คุณนิ่งมากเลย แต่ความนิ่งของคุณคนอื่นเขาจะรู้ ว่าคุณนิ่งจริงไหม ผมจะค่อย ๆ เล่า มาจากหัวสมองผม เพราะผมไม่มีสคริปต์อะไร มีแต่ความจริงที่มาจากหัวสมอง ผมไม่ได้บ้าที่อยากได้กรีนการ์ด
ผมก็มีความสัมพันธ์กับคุณไดอาน่าที่เมืองนอก เรามีความรักกันจริง ๆ ไม่ใช่ต้องนอนรอ 2 ปี คุณเจี๊ยบก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง ว่าคนอย่างผมเห็นแก่กิเลสตรงนี้หรือเปล่า ไปถามคนเก่า ๆ ดูได้ ทั้งแฟนเพลง หัวหน้าวง ว่าผมเป็นคนยังไง เอาเป็นว่าผมกับไดอาน่าก็แต่งงานกันในปี 2528 แต่ผมก็เริ่มเครียดเพราะไม่ชอบกับการที่ต้องมีภาระและหน้าที่ จากนั้นก็เกิดลูกคนที่ 2 คนที่ 3 และก็ห่างไปอีก 10 กว่าปี จนกระทั่งมีคนที่ 4
หน้าที่และภาระของผมจึงเกิดตรงนี้ คำว่าหน้าที่และภาระ ผมก็ดูแลเธอมาตลอด จนกระทั่งปี 2554 น้ำท่วม คุณเชื่อมั้ยเขารักกันมากเลย คุณเจี๊ยบ นายบดินทร์ น้องดิ๊งค์ น้องแพต ชินา แต่ชินาเขาโอเค เขาไปทำงานอยู่บริษัทต่างประเทศ ส่วนแพตตี้เขามีครอบครัว ไม่เป็นไร ก็มีน้องดิ๊งค์ คุณเจี๊ยบ ขนข้าวของออกไปหมดเลย ผมก็บอกว่า ไปได้ไง แล้วบ้านใครจะอยู่ เขาบอกว่าเขาอยู่ไม่ได้ เขาต้องไป ก็ไม่เป็นไร แต่ผมไม่ไป คุณจะไปคุณก็ไปสิ ส่วนนายบดินทร์เขาออกจากบ้านไปตั้งแต่ปี 2540 กว่าแล้ว ตอนนั้นเขาจบแล้วมีงานทำที่ อสมท. จนถึงวันนี้ 15 ปีแล้ว คุณเจี๊ยบเขาไม่เคยกลับมาบ้านนี้เลย ผมเป็นไอ้ควายใช่มั้ย ที่จะต้องนั่งรอกับหมาตัวนึง รอให้น้ำมันลดไป ผมก็ใช้ชีวิตของผมปกติ
ใครจะว่ายังไงก็ไม่รู้ แต่ผมยังเป็นผู้ชายที่รับผิดชอบหน้าที่และภาระ ที่ผมทำช่องนี้ขึ้นมาเพื่อมีความสุขกับคุณไดอาน่า ไว้เป็นที่ระลึก เก็บไว้ดู
คุณเจี๊ยบไปจากผมเกือบ 10 ปีจนกลับมาบ้าน เราแยกจากกันไปตั้งแต่ปี 2554 และคุณนายนี้ก็ไปได้ใครไม่รู้เอื้อเฟื้อคอนโดให้ แต่ผมสืบมาได้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นนักเรียนที่ผมเอาไปฝากเรียนทุนในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธน ก็ไม่เป็นไร จะไปมีเพศสัมพันธ์ ผมไม่สนใจหรอก คนเรานะ ดีซะอย่างก็ไม่มีชู้หรอก แต่ถ้าคนมีชู้ยังไงนะ ถ้าเราจะจับยังไงก็จับไม่ได้ แต่คนที่มากล่าวว่าคนนี้มีชู้ เอาหลักฐานมา
...
ผมรู้สึกเสียใจ ว่าผู้หญิงคนหนึ่งนิ่งมากเลย นิ่งมาก โอ้โห กล้าพูดแบบ คุณต้องเอาความจริงมา คุณติดต่อกับฝรั่งยังไง ต้องเอาออกมา ไม่ใช่พูดกับนักข่าวลอยๆ แล้วก็ไปกล่าวหา คุณไดอาน่าเขาสัญชาติจีน พ่อเขาเป็นคนจีน แม่เขาเป็นคนไทย ถ้าไม่เชื่อ วันไหนผมจะเอาพาสปอร์ตและไอดีเขามาโชว์ให้ดู ไม่ใช่กล่าวหาว่าเขามามีชู้กับผม หรือผมไปมีชู้ จากนี้ไปมาดูกัน คนบริสุทธิ์ยืนที่ไหนก็ได้
คุณโกหกก่อนไม่เป็นไร แต่ผมจะพูดความจริงเอง พาร์ทนี้ขอพูดถึงคุณเจี๊ยบก่อน ว่าวีรกรรมของเธอนั้นขนาดไหน คุณไม่ต้องเชื่อผม ไปถามแวดวงแฟนเพลงในรุ่นนั้นดู ก็จะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนยังไง
อ่ะ เล่าให้ฟังหน่อย วันดีคืนดี มีคนเชิญไปร้องเพลงที่สวิตเซอร์แลนด์ ให้ตั๋ว 2 ใบ ก็เลยชวนเขาไปหน่อย เพราะไม่ค่อยได้เจอ ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ช่วงนั้นอายุ 20 กว่า ก็เฮ้วๆ หน่อย แต่ไม่ได้ไปทำอะไรเสื่อมเสียนะ เพราะผมกลัวมาก กลัวว่านามสกุล สมบัติเจริญ จะเสื่อมเสีย เพราะพ่อแม่สอนมาให้รักษาชื่อเสียงให้ดี
พอไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ แล้วคุณเจี๊ยบบอกว่าเขาเจอพี่ที่ดูแลเขาที่ประเทศอังกฤษ คืนนั้นผมก็สังสรรค์กับแฟนเพลง เธอก็ขออนุญาตผมไปหาพี่คนนี้ให้ได้ ผมก็ให้เขาไป เพราะเราไว้ใจกันอยู่แล้ว
คืนนั้นผมกลับมา ก็ได้กลิ่นสาปๆ ซึ่งกลิ่นนั้นมันไม่เคยมีกับคุณเจี๊ยบเลย ยังสงสัยเลยว่านี่มันมีชู้รึเปล่า คิดมากน่ะ บ้า เขาอาจจะไปใช้ผ้าเช็ดตัวที่มันสาปๆ ก็ได้ ช่างมัน ปล่อยไปเถอะ แต่ยังไงเราก็คิดว่าเขาเป็นคนดีแน่ แต่ผมไม่รู้นะ เขารู้อยู่แก่ใจ ผมไม่ได้กล่าวโทษคุณนะ ผมมีสิทธิ์คิด เพราะว่ากลิ่นนั้นวันนั้นมันสาปผิดปกติ มันเหมือนต้องไปสัมผัสอะไรใครสักคน วันรุ่งขึ้นก็บินกลับมา ผมก็นึกตลอด แต่ช่างมัน
วันเวลาที่ผมอยู่กับคุณเจี๊ยบ ก็มีข่าวเข้าหูผมว่า คุณเจี๊ยบมีความสัมพันธ์สวาทกับนายตำรวจระดับผู้การ แต่ไม่แน่ใจเรื่องยศ มีคนมาเล่าให้ผมฟัง แต่ก็คิดอยู่ว่าจะจริงเหรอ แต่จะมีหรือไม่มี ก็ปกติ ช่างมัน ผมก็ไม่มีหลักฐานกล่าวหาเขา แต่จะจริงไม่จริงฟ้าดินรู้
...
อีกไม่นานแฟนเพลงผมไปเห็นคุณเจี๊ยบนั่งกินข้าวกับผู้ชายอยู่ที่ เซ็นทรัล พระราม 2 อันนี้มันมีหลักฐาน คนที่เป็นพยานได้เขามีชีวิตอยู่ แต่เขาจะกล้าออกมาพูดมั้ย แต่ผมเชื่อว่าเขากล้านะ
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม