ถ้าพูดถึงชื่อของ กุญแจซอล ป่านทอทอง แฟนละครช่อง 7 น่าจะรู้จักกันดี เพราะเธอมีผลงานการแสดงหลายเรื่อง และอีกหนึ่งเรื่องราวที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อช่วงปี 2560 ที่หลายคนยังจำได้ กับปัญหาที่เกิดภายในครอบครัวของกุญแจซอล กับคุณพ่อคุณแม่ จนนำไปสู่การมีปากเสียงกันที่โรงพยาบาลหลังจากกุญแจซอลคลอดลูกชายคนแรก ต่อมาพ่อและแม่ของกุญแจซอลรู้สึกเสียใจอย่างมาก สัมภาษณ์กับสื่อจนถึงขั้น ประกาศตัดขาดความเป็นพ่อแม่ลูก ภายหลัง กุญแจซอล ค่อย ๆ ห่างหายจากวงการบันเทิง และเลือกใช้ชีวิตครอบครัวกับสามี พร้อมปล่อยให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์ความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย

หากจะย้อนบทสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของกุญแจซอลที่ได้ออกสื่อ ซึ่งในงานนั้น กุญแจซอล ได้ควงสามี ณัฏฐ์ ฌณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไทย มาออกงานอีเว้นต์ด้วยกันครั้งแรกในช่วงปี 2561 หลังจากที่ กุญแจซอล ได้มีลูกคนแรก เป็นงานเดินแบบแฟชั่นชุดแต่งงาน ทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยกันเป็นครั้งแรกบอกว่า 

ตื่นเต้นมากและเป็นคนชอบเดินแบบอยู่แล้ว ตอนที่จะมาออกงานก็ต้องดูงานของสามีด้วยว่ามีเวลาว่างตรงกันหรือไม่ สะดวกตรงกันมั้ย ที่ผ่านมามีงานติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ ก็รับบ้างไม่รับบ้าง เพราะต้องเลี้ยงลูกเอง 

...

ในตอนนั้นได้ถามถึงข่าวที่ผ่านมาที่เกิดขึ้นว่าอยากจะบอกอะไรบ้าง?

กุญแจซอล "ขอไม่บอกอะไร เพราะมันเป็นเรื่องภายในครอบครัว ก็ไม่อยากจะพูดอะไร หากคนจะมองตนเองในแง่ลบก็ไม่เป็นไร กับข่าวที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเครียด แต่ก็ต้องอยู่ให้ได้ และไม่เป็นไรช่วยกันปลอบใจกันกับสามี" 

ณัฏฐ์ "ไม่เป็นไร ก็ปลอบใจกัน เป็นกำลังใจให้กัน มีลูกเป็นกำลังใจให้ครับ"

กุญแจซอล "แค่ลำพังเรามาเป็นคุณแม่ เรามาโฟกัสที่ลูกก็หนักแล้ว แค่ให้เวลากับลูกเราก็ยังพักผ่อนไม่ค่อยพอเลย และขอไม่พูดอะไรเพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน"

ตอนที่มีข่าวช่วงแรกๆ ในช่วงที่ท้องยอมรับเครียดมาก ด้านสามีของกุญแจซอลบอกว่า เราก็เป็นกำลังใจให้กัน 

กี่เปอร์เซ็นต์ที่จะได้มีโอกาสกลับไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่?

กุญแจซอล "ขอให้เป็นเรื่องของเวลา เราก็บอกไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง และเราก็บอกไม่ได้"

ได้ติดต่อไปหาพ่อแม่บ้างไหม?

ณัฏฐ์"เรื่องนี้ไม่ขอพูดแล้วกัน"

จะมีโอกาสพาลูกไปหาพ่อกับแม่ไหม?

กุญแจซอล "ก็เดี๋ยวเวลาที่เหมาะสม เวลาจะเยียวยาทุกอย่าง แต่อย่างที่บอกทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง"

ไม่ถึงขั้นตัดขาดกันไปเลยใช่ไหม?

ณัฏฐ์ "หลายๆ อย่าง หลายๆ ปัจจัยมันไม่ใช่ขึ้นอยู่กับเราแค่สองหรือสามคน มันก็เป็นเรื่องของหลายๆ คน ก็เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกันนะครับ"

คนมองว่าเราไปพรากลูกเขามา รู้สึกยังไง? 

ณัฏฐ์ "อันนี้ผมไม่สามารถบังคับความคิดของใครได้นะครับ ขอให้แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านแล้วกันนะครับผม เพราะผมไม่สามารถไปบล็อกหรือชี้นำความคิดของใครได้นะครับ"

คิดไหมว่าสิ่งที่กุญแจซอลเลือกมันเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับเรา?

กุญแจซอล "ก็ทำให้ดีที่สุดนะคะ เพราะว่าคนเราอยู่ด้วยกัน เราไม่รู้ว่าจะอยู่กันได้อีกนานแค่ไหนใช่มั้ยคะ เราก็ทำให้ดีที่สุด ยิ่งเรามาเป็นแม่ สิ่งที่สำคัญก็คือลูก เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็นึกอย่างเดียวเลยว่า ทำยังไงก็ได้ ใช้เวลาที่มีให้มีค่าที่สุดค่ะ"

ในวันที่เราเลือกเราใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินใจเลือก?

กุญแจซอล "อย่างที่บอกค่ะ มีเหตุผลของตัวเอง ไม่อยากพูดเพราะว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน" ด้านสามีบอกว่า "ขออนุญาตไม่ขอพาดพิงนะครับ" 

ในวันที่เราเป็นแม่ เราเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่หรือยัง?

กุญแจซอล "ก็เข้าใจค่ะ"

เราคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ไหม?

กุญแจซอลรีบตอบว่า "คิดถึงสิคะ" 

อยากจะกลับไปหาเขาไหม?

กุญแจซอล "ก็ในเวลาที่เหมาะสมค่ะ แต่พ่อแม่ใครใครก็คิดถึงค่ะ" 

...

อีกฝั่งหนึ่งประกาศตัดขาดไปแล้ว มันมีผลกับเราไหม?

กุญแจซอล "ก็มีผลค่ะ แต่ที่บ้านหนูเขาเลี้ยงลูก เขาเลี้ยงเราแบบไม่ได้เป็นคนหวานมาตั้งแต่แรก ก็เลยรู้สึกว่าก็โอเคนะ"

คำว่าตัดขาดเราตกใจไหม?

กุญแจซอล "ตกใจค่ะ"

ก่อนหน้านี้ใครหลายคนชอบเราชื่นชมเรา พอมาเป็นแบบนี้หลายคนก็แอนตี้เรา เรารู้สึกยังไงบ้าง?

กุญแจซอล "เราห้ามความคิดใครไม่ได้"

มันมีผลกับความรู้สึกเราขนาดไหน?

กุญแจซอล "อืม บอกไม่ถูกค่ะ"

ณัฏฐ์ "บางอย่างมันก็ คือมนุษย์เรานอกจากความรู้สึกแล้วมันก็มีเหตุผลหรือมีปัจจัยอื่น ชีวิตมันต้องเดินต่อไปครับ บางอย่างไม่มีอะไรที่มันสมบูรณ์เพอร์เฟ็กต์ 100% อยู่แล้วครับ ชีวิตมนุษย์เรา"

เห็นคอมเมนต์ต่างๆ ที่ด่าทอเราไหม?

กุญแจซอล "ก็มีบ้างค่ะ มาแบบจัดเต็มมาก (หัวเราะ) แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ก็ปล่อยให้เขามองแบบนั้น คือเราห้ามความคิดใครไม่ได้ ก็แล้วแต่เขา"

ให้กำลังใจกันยังไงบ้าง?

ณัฏฐ์ "บางอย่างเราหาวิธีแก้ปัญหาไม่ได้ อย่างน้อยก็ปลอบครับ คำปลอบโยนบางทีมันอาจจะช่วยอะไรในด้านการแก้ปัญหาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจ อย่างน้อยก็คือเราก็ยังมีกันและกันนะครับผม และที่สำคัญเรายังมีตัวน้อยด้วย"

ช่วงที่มีข่าว ครอบครัวฝ่ายชายค่อนข้างโดนหนัก เราได้เคลียร์อะไรกันไหม?

ณัฏฐ์ "คือในครอบครัวมันก็คุยกันอยู่แล้วครับผม เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้ไม่มาพูดใน ณ ที่นี้แล้วกันนะครับ"

แต่กุญแจซอลก็เข้าได้ดีกับครอบครัวของณัฏฐ์ใช่ไหม?

กุญแจซอล "หนูเข้าได้ แต่ไม่รู้ป๊ากับม๊าจะเข้ากับหนูได้รึเปล่า ไม่อยากพูดเข้าข้างตัวเอง ก็โอเคค่ะ"

...

ณัฏฐ์ "พ่อกับแม่ผมก็เห็นกุญแจซอลเป็นเสมือนลูกสาวอีกคนหนึ่งครับ"

จากนี้จะทำอะไรให้ถูกต้องไหม?

ณัฏฐ์ "เรื่องการจัดงาน ผมกับกุญแจซอลได้แต่งงานกันถูกต้องไปแล้ว เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2560 ครับ แต่งงานกันเรียบร้อยแล้วครับ"

มีคำมั่นสัญญาให้กันในตอนแต่งงานไหม?

กุญแจซอล "ไม่ค่ะ ไม่ได้สัญญาอะไรเลย" 

ณัฏฐ์ "เราสู้ด้วยกันมาครับ บอกได้แค่นี้"

ถ้าน้องโตขึ้นเราจะอธิบายให้น้องฟังว่ายังไง?

ณัฏฐ์ "เราเคยคุยกันเรื่องนี้ ก็คือวันหนึ่งน้องก็ต้องมีความคิดอ่าน ความเป็นผู้ใหญ่ของเขา เราก็คงมีข้อมูลให้ในระดับหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่เขาว่าจะรู้สึกอย่างไร"

งานในวงการบันเทิง จะมีโอกาสกลับมาไหม?

กุญแจซอล "ถ้ามีโอกาสก็อยากนะคะ ก็ยังชอบอยู่ค่ะ แต่ช่วงนี้ยังดูแลลูก ถ้าเกิดเป็นงานเป็นจ๊อบๆ ไป ก็ยินดีค่ะ ไม่มีสัญญากับช่อง 7 แล้ว เป็นฟรีแลนซ์ค่ะ"

จากเหตุการณ์มีปากเสียงกันที่โรงพยาบาลกับคุณพ่อคุณแม่ เราได้ติดต่อกันอีกไหม หรือมีไลน์มีโทรกันไหม? 

...

กุญแจซอล "ขอไม่บอกดีกว่าค่ะ"

ถ้ากลับมาทำงานในวงการ เรากลับจะมีผลกระทบกับเราในภายภาคหน้าไหม?

กุญแจซอล "แล้วแต่คนจ้างงานเลยค่ะ ถ้าเกิดสบายใจก็จ้าง ไม่สบายใจก็ไม่เป็นไรค่ะ"

ณัฏฐ์ "แล้วแต่เลยครับผม แต่นี่คือสิ่งที่กุญแจซอลชอบและเป็นสิ่งที่เขาถนัดเรียกว่าแทบจะเป็นวิชาชีพของเขาเลย เป็นสิ่งที่เขาชอบ เขาอยากทำ มันก็เป็นส่วนเติมเต็มของชีวิต เพราะด้านบันเทิงก็อยู่กับชีวิตของกุญแจซอลมานานครับ และผมก็ไม่เคยห้าม ส่วนสัญญากับทางช่อง 7 ไม่ได้ฉีกครับ คุยกันด้วยดีครับ ไม่สามารถไปฉีกสัญญาได้อยู่แล้วครับ"

ดูกุญแจซอลใจแข็งมากเลย?

กุญแจซอล "ใจแข็งยังไงคะ" 

ดูตัดขาดไม่สนใจพ่อแม่เลย?

ณัฏฐ์ "คำว่าตัดขาดขอไม่พูดได้ไหมครับ มันดูรุนแรงไปเนอะ"

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม