เป็นประเด็นร้อนทันที เมื่อนักธุรกิจไฮโซสาว น้ำหวาน พัสวี พยัคฆบุตร ภรรยานักร้องนักแสดงหนุ่ม นาวิน ต้าร์ นัดสื่อมวลชนเปิดใจถึงเรื่องประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้น ณ ร้านอาหารบ้านก้ามปู ซ.โยธินพัฒนา 3 เลียบด่วนรามอินทรา โดยมาพร้อมกับทนายความ ซึ่งในช่วงแรกของการแถลง เจ้าตัวก็ได้เผยถึงเรื่องที่สาวนักไลฟ์คู่กรณีทำกิริยาและแต่งตัวไม่เหมาะสมตอนมาประชุมเสนองานกับ นาวิน ต้าร์
ซึ่งจากเรื่องที่เกิดขึ้น นักข่าวถามว่าเคลียร์กับต้าร์ยังไง น้ำหวานบอกว่า เอาจริงๆ ยังพูดกับพี่ต้าร์น้อยที่สุด ในส่วนที่ไลฟ์แล้วเสีย เพราะว่าน้ำหวานไม่ได้ให้ค่าคนอื่น สามีน้ำหวานคือคนที่น้ำหวานให้ค่า แล้วรู้สึกว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ตลอดเวลาที่แต่งงาน พี่ต้าร์ต้องปกป้องน้ำหวาน แล้วพี่ต้าร์ปล่อยให้เหตุการณ์มันเลยเถิดมาถึงตรงนี้ได้ยังไง น้ำหวานมองว่าเป็นความผิดของพี่ต้าร์ น้ำหวานเสียใจตรงจุดนี้ ตั้งแต่แต่งงานก็ให้เกียรติ ไม่เคยดูโทรศัพท์มือถือ ไม่เคยเช็กว่าไปไหน อยู่ด้วยความไว้ใจ
...
การที่ไว้ใจขนาดนี้ อยากให้เห็นใจในมุมน้ำหวานบ้าง น้ำหวานไม่เคยเจอและไม่อยากรับ ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังกับสามี น้ำหวานผิดอะไรกับการเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ทำงานนอนวันละ 3 ชม. สิ่งที่โกรธมากคือเขาบอกว่าตลอดการประชุม เขากระอักกระอ่วน ทำไมเขาปล่อยตัวเองให้เป็นแบบนั้น ทั้งที่เวทีนั้นคือบริษัทเรา ถ้ามีผู้ชายพูดว่าน้ำหวานเป็นภรรยาของทุกคน น้ำหวานจะบอกว่าเป็นภรรยาคุณนาวิน ต้าร์ น้ำหวานมีสามีคนเดียว เชิญค่ะประตู นี่คือความคิดน้ำหวาน น้ำหวานให้ค่ากับครอบครัว สามี ลูก ถามว่ารู้สึกว่าเขาไม่เด็ดขาดใช่มั้ยในสถานการณ์ตอนนั้น น้ำหวานพยักหน้ายอมรับว่าใช่
ถามว่าได้เปิดใจเคลียร์ยังไง น้ำหวานเป็นคนพูดตรง คุยกันไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่มาคุยให้ ถึงยังมีครอบครัวเราอยู่ในตอนนี้ เพราะไม่เคยเจอ ตลอดเวลาที่แต่งงานมา พี่ต้าร์และพ่อแม่บอกว่าไม่เคยเจอเหมือนกัน มันก็เลยทำให้ครอบครัวเรารับสถานการณ์นี้ยาก
ส่วนเรื่องไปสำนักงานเขตก็ยอมรับว่าใช่ น้ำหวานโมโหจริงๆ คือตอนนั้นไม่ต้องการอะไรแล้ว คิดว่าน้ำหวานดูแลลูกได้ อยากเอาตัวเองออกจากจุดตรงนั้น ในอนาคตไม่อยากเจอแบบนี้อีกแล้ว รู้สึกว่าทำไมสามีไม่แอ็กชั่นให้เรา สิ่งที่ทำให้เสียใจ คนอื่นไม่มีค่า เขาเป็นใครไม่รู้ แต่สามีน้ำหวานเขาต้องปกป้องเรา ตลอดเวลาที่ผ่านมามันสงบสุข ไม่เคยมีสักครั้งเดียว
มันไม่ใช่สามีของน้ำหวานเป็นคนของประชาชนแล้วจะรับได้ทุกกรณี สังคมมันมีมาตรฐานเพียงพอ น้ำหวานเชื่อว่าพี่ๆ เข้าใจ เพราะผู้หญิงที่มีสามีแล้ว เท่าที่ทราบคุณมีสามีแล้วเช่นกัน แล้วคุณไม่ให้เกียรติสามีคุณเลยเหรอ ถ้าพี่ๆ ได้ดูคลิปตลอด 3-4 ชม. แทบจะไม่มีงานเลย มีแต่ภาพที่น้ำหวานเองดูไม่ได้
เรื่องคำพูดของเขาที่บอกว่าผัวทุกคนกับสามีแห่งชาติ เขาใช้คำว่าทุกคนอยากได้ น้ำหวานเชื่อว่าคำว่าสามีแห่งชาติมันเป็นคำที่ดี อยากได้สามีในอุดมคติในลักษณะแบบนี้ แต่ไม่ใช่อยากได้คนคนนี้มาเป็นผัวตัวเอง ลักษณะการสื่อสารมันต่างกัน ถ้าน้ำหวานเป็นคนที่อะไรนิดหน่อย คือเราอยู่กับแฟนคลับพี่ต้าร์มาตลอด แฟนคลับติดต่อพี่ต้าร์ พี่ต้าร์ไม่ค่อยดูโซเชียล ก็ติดต่อผ่านน้ำหวานค่ะ น้ำหวานดูแลหมด ถ้าน้ำหวานหึงหวง รู้ว่าเป็นผู้หญิงคงไปแล้ว
น้ำหวานยังถามพี่ต้าร์บ่อยๆ ว่าน้องมีพฤติกรรมไม่ดีเหรอถึงติด Tag คือพี่ต้าร์มี Tag ตามตัวน้ำหวานที่กระเป๋า พี่ต้าร์บอกว่าไม่ เผื่อน้องเกิดอะไรขึ้นจะได้รู้ แต่ในขณะที่น้ำหวานก็ไม่ตาม น้ำหวานขอทำงานเลี้ยงลูก น้ำหวานให้เกียรติสามี ถ้าหึงน้ำหวานคงตามคงเช็ก ดังนั้นไม่จำเป็นต้องหึงหวง วันนี้ที่เกิดขึ้นไม่ได้หึง ไม่ได้รู้สึกว่าเขาชอบคนนี้ ถ้าเห็นคลิปจะเห็นว่าพี่ต้าร์คือหันหน้าหนี
น้ำหวานเป็นลูกข้าราชการ ไม่อยากให้พ่อแม่เดือดร้อน น้ำหวานต้องมีหลักฐาน น้ำหวานไม่พูดไปเพราะอยากให้ไฟส่องตัวเองแน่นอน น้ำหวานไม่เอาชีวิตครอบครัวมาล้อเล่นหรือสร้างเรื่องโกหกเพื่ออยากดัง
ถามว่าที่ไปเขตวันนั้นหย่าหรือไม่หย่า น้ำหวานตอบว่า ตอบตรงๆ ตอนแรกจะไปหย่า แต่เขาบอกว่าต้องมีพยาน ซึ่งไม่มีใครเป็นพยานให้ ก็เลยโทรตามคุณพ่อคุณแม่ของพี่ต้าร์ สิ่งที่น้ำหวานคิดไปไกลกว่านั้นคือเรื่องบุตร ตอนนั้นคิดเหมือนคนบ้า ต้องให้น้ำหวาน เพราะน้ำหวานหวงลูก ถึงจะมีพี่เลี้ยงแต่เราดูแลลูกเอง เราคือครอบครัวจริงๆ และมีกันอยู่แค่นี้
...
เห็นว่าผู้ใหญ่ไม่อยากให้หย่าใช่ไหม น้ำหวานตอบว่า โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่พี่ต้าร์ที่รักน้ำหวานมากๆ พูดให้คิด แต่ตอนนี้ขออยู่ในจุดที่หาสติของตัวเองให้ดีกว่านี้ น้ำหวานยังไม่ได้เปลี่ยนใจ แต่น้ำหวานก็พูดกับคุณพ่อคุณแม่โดยตรงว่าน้ำหวานอาจหุนหันพลันแล่น แต่น้ำหวานรับไม่ได้จริงๆ เพราะไม่เคยเจอ เราขอเวลาตั้งสติก่อนและคุยกันอีกครั้งนึง
ถามว่าต้าร์ยอมที่จะหย่าไหม น้ำหวานตอบว่า คือพี่ต้าร์ต้องใช้คำว่าต้องไป ถามว่าเขายื้อมั้ย คือพี่ต้าร์ไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้นอยู่แล้ว แต่น้องรับไม่ได้ ถ้าไม่ทำให้น้อง ทุกอย่างน่าจะแย่ลงกว่านี้ ถามว่าพี่ต้าร์ไม่อยากหย่ารึเปล่าให้ลองถามเขาดู เราไม่รู้ใจเขา เขาอาจจะพูดเฉยๆ ก็ได้
กับคำถามว่า แล้วความเชื่อใจกับความรักที่มอบให้กันมายังมีไหมหลังเหตุการณ์นี้ ตอนนี้น้ำหวานอาจจะยังไม่มีสติพอ เลยไม่อยากตอบอย่างมั่นใจ แต่ตอนนี้ในเรื่องที่เจอและเสียใจคือพี่ต้าร์ไม่เทคแอ็กชั่นเพื่อน้ำหวานและครอบครัว
ถามว่าถ้าไม่หย่าแล้ว อะไรที่จะทำให้ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิม น้ำหวานตอบว่า ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ยังเสียใจ ยังไม่รู้ตัวเอง เลยหาคำตอบไม่ได้ ตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน มีคุณพ่อคุณแม่น้ำหวานและของพี่ต้าร์อยู่ด้วย พี่ต้าร์ก็ง้อ เขารู้ว่าน้ำหวานเป็นคนโฟกัสเรื่องงาน ก็พยายามถามเรื่องงาน เรื่องลูก เราพยายามทำให้ลูกดำเนินชีวิตปกติ
กับที่นาวิน ต้าร์ จะดำเนินคดีกับคู่กรณี คิดว่าเพียงพอไหม น้ำหวานตอบว่า พอพี่ต้าร์บอกว่าจะจัดการ จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น คือต้องบอกก่อนว่าที่น้ำหวานโกรธมากเนี่ย มันไม่ใช่แค่น้ำหวานเห็นภาพว่าเกิดอะไร แต่น้ำหวานได้ฟังจากสามีตัวเองว่าเขารู้สึกยังไง แต่พอรู้สึกอย่างนี้ คุณยังปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไป
ทั้งๆ ที่ตรงนี้ถ้าเราไปที่บริษัทคนอื่น เราต้องมีมารยาท เราทำอะไรไม่ได้ แต่ตรงนี้อยู่ในเวทีที่เราต้องตัดสินใจจะจ้างงานหรือเปล่า เราสามารถหยุดเหตุการณ์ตรงนั้นได้ ในขณะที่คนกลางที่พามาเขาพยายามหยุดสถานการณ์ตรงนั้น 4-5 รอบ ต้องเบรกประชุม มันควรที่จะหยุดการประชุมแล้ว
...
ถามว่าจะดำเนินการเรื่องกฎหมายยังไง น้ำหวานบอกว่า คุยกับเขาน้อยมาก ทนายเสริมว่า คุณน้ำหวานแทบไม่คุยเรื่องนี้กับคุณต้าร์น้อยมาก ส่วนจะดำเนินการเรื่องกฎหมายยังไง เท่าที่ดู คุณนาวินต้าร์อาจดูเรื่องการละเมิด ดูหมิ่นซึ่งหน้า หรือเป็นเรื่องของคุกคามทางเพศเล็กน้อย ทางทนายคุณนาวินต้าร์ประเมินจากอากัปกิริยาก็ประมาณนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าคุณนาวินต้าร์กับทนายจะยังไง
ถามว่าวันนี้ได้บอกนาวินต้าร์ไหมว่าจะแถลงข่าว น้ำหวานสายหน้า นักข่าวถามต่อว่ายังนอนห้องเดียวกันมั้ย น้ำหวานตอบว่า “ไม่ค่ะ อยู่บ้านเดียวกัน บรรยากาศในบ้านคือปกติน้ำหวานทำงานตี 2 ตี 3 ตื่นตี 5 ทำอาหารให้ลูก เราทำงานกันทั้งครอบครัว แต่เราไปเที่ยวด้วยกันบ่อย คือเวลาเราเจอกันน้อยแต่พยายามหาเวลาไปเที่ยว 2 อาทิตย์ครั้งเพื่อให้บรรยากาศในครอบครัวมันดี เรา 2 คนทำงานหนักเพราะมีลูก 3 คน”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม