ออกมาแถลงข่าวเปิดใจแล้ว สำหรับ น้ำหวาน พัสวี ภรรยานักร้องนักแสดงหนุ่ม นาวิน ต้าร์ โดยเจ้าตัวนัดสื่อมวลชนเปิดใจถึงเรื่องนี้ ณ ร้านอาหารบ้านก้ามปู ซ.โยธินพัฒนา 3 เลียบด่วนรามอินทรา โดยมาพร้อมกับทนายความ

ซึ่งในช่วงเริ่มต้นแถลง น้ำหวานกล่าวว่า คือน้ำหวานในฐานะภรรยา ทำงานตั้งแต่อายุ 19 มีการประชุมงานตลอด แต่งงานกับสามีมาจะ 10 ปี มีประชุมงานทั้งในและต่างประเทศ พรีเซนต์งานประชุมงานเกือบทุกวัน เราไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้เลย ยิ่งเรื่องแฟนคลับ น้ำหวานจัดงานวันเกิดพี่ต้าร์ มีแฟนคลับมาตลอดทุกปี ไปไหนก็เจอแฟนคลับตลอด

น้ำหวานเป็นคนไทย เข้าใจความเหมาะสม มาตรฐานอยู่ตรงไหน ตลอดเวลาที่แต่งงานไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันก่อน น้ำหวานไม่เคยเจอ มันไม่ใช่พฤติกรรมทั่วไปที่เราในฐานะภรรยาจะต้องมารับตรงนี้และไม่ควรจะเจอ

สิ่งที่เรารับไม่ได้คือเรื่องคำพูด ถ้าคำว่าสามีแห่งชาติเป็นคำพูดที่ดี และพี่ต้าร์ขึ้นข่าวด้วยคำว่าสามีแห่งชาติประจำ คำนี้รับได้ แต่คำว่าผัวทุกคน ทุกคนอยากได้เป็นผัว คำนี้ไม่เคยเจอใครที่พูดต่อหน้าสามี แล้วสามีถึงขั้นเมิน

...

ที่คู่กรณียืนยันไม่ใช้คำว่าผัว เขาใช้คำว่าสามีแห่งชาติ กลายเป็นพูดไม่ตรงกัน ทนายกล่าวว่า เท่าที่ดูคลิปคำว่าผัวมีอยู่จริงๆ ในคลิป แต่เนื่องจากคลิปวิดีโอเราไม่อนุญาตให้เปิดได้เนื่องจากกลัวคุณน้ำหวานถูกฟ้องเรื่อง PDPA นำข้อมูลส่วนบุคคลมาเผยแพร่ แต่ยืนยันได้ว่ามีคำว่าผัวจริงๆ

ด้านน้ำหวานเสริมว่า ระยะเวลาในการประชุมหลาย ชม. คิดดูว่าถึงขั้นคนที่เป็นตัวกลางที่พามาต้องให้เบรกการประชุม ถ้าคำพูดเฉยๆ น้ำหวานอาจจะยังรับได้ แต่ด้วยกิริยา บริบทที่เห็น น้ำหวานเชื่อว่าถ้าคุณเป็นภรรยาและมีสามี มีคนพูดกับสามีด้วยกิริยาแบบนั้น เชื่อว่าผู้หญิงคนไหนไม่มีใครรับได้

ส่วนกิริยาของสาวรายนี้ถามว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนม โดนตัวกันไหม น้ำหวานบอกว่า ฝ่ายคู่กรณีมีการจับหน้าอกตลอดเวลา เรื่องการใส่ชุดถ้าถ่ายย้อนขึ้นมาอาจไม่โป๊ แต่ถ้าเจอกันจริงๆ คือมันดูไม่ได้ ถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นมืออาชีพ ในการพรีเซนต์งานจะต้องหยุดพักประชุมหลายครั้งเนื่องจากสบตาแล้วตื่นเต้น สบตาแล้วรู้สึกสั่น ทนไม่ไหว เอาเป็นว่าน้ำหวานทำงานมาเยอะแล้ว พี่ต้าร์ประชุมมา 9 ปี ชีวิตครอบครัวไม่เคยมีปัญหาเลย แล้วคนที่เป็นแฟนคลับ พูดในลักษณะแฟนคลับ ทำไมถึงเพิ่งเกิดปัญหาในชีวิต

เรื่องที่ฝ่ายคู่กรณีขยำหน้าอก ถามว่าตีความยังไง น้ำหวานบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจ ส่วนคุณต้าร์เขากระอักกระอ่วน เขาอึดอัด แต่ก็โทษสามีตัวเองด้วยที่ปล่อยให้การประชุมดำเนินต่อไป ในขณะที่คุณอึดอัดและคนในห้องประชุมก็อึดอัด น้ำหวานไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่มีคนที่อยู่ในเหตุการณ์และรู้สึกว่าไม่เหมาะสม ถึงได้ข้อมูลตรงนี้มา และน้ำหวานถามคนกลาง คนกลางอึดอัดแล้วกล่าวขอโทษ รู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม

ถามว่าสาวรายนี้กับต้าร์สนิทกันแค่ไหน น้ำหวานบอกว่าไม่เคยเจอ ไม่เคยมีเบอร์โทร ถ้าบอกน้ำหวานโทรไป รบกวนขึ้นเบอร์น้ำหวานได้เลย ทนายเสริมว่าก็มีคนกลางช่วยคุยให้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง น้ำหวานบอกว่าเป็นที่ปรึกษาธุรกิจของน้ำหวาน และเป็นคนนำพาบุคคลภายนอกเข้ามาเพื่อพรีเซนต์งานเป็นปกติ ซึ่งในเรื่องไลฟ์ก็เป็นผู้หญิง 90% ไม่เคยมีปัญหา 

ก่อนเปิดแชตให้ดูและบอกว่าคนกลางบอกว่าคู่กรณีกลัวน้ำหวานกระทืบ ซึ่งน้ำหวานไม่ได้ถูกเลี้ยงมาเป็นสังคมที่ไปทำร้ายใคร และคนทั่วไปคิดแบบนี้ไม่ได้ น้ำหวานไม่เอาตัวไปแปดเปื้อนหรอก ให้สังคมลงโทษดีกว่า ไม่มีคำว่าจะฟ้องเกิดขึ้น คนกลางเขาก็อยากให้จบ เพราะเขาจะไม่ได้งาน ตอนนี้น้ำหวานยกเลิกสัญญาจ้างแล้ว เขาอยากให้จบ เขาถึงพยายามเคลียร์

...

น้ำหวานจะฟ้องทำไม ถ้าจะฟ้องคน น้ำหวานต้องให้ค่ากับคนนั้นด้วย มันต้องเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต ในกรณีไม่มีค่าพอ ค่าคุณทนายก็แพง น้ำหวานจ้างไม่ไหว และต้องเสียเวลากับตรงนั้น อย่ากล่าวหาน้ำหวาน การกล่าวหาต้องมีหลักฐานชัดเจน ถ้าน้ำหวานพูดไม่จริงฟ้องได้เลย

ถามว่ามีโอกาสจะเปิดคลิปวงจรปิดไหม ทนายกล่าวว่าในฐานะทนายความต้องปกป้องลูกความตรงนี้ ถ้าเกิดนักข่าวจะขอดูส่วนตัวก็เพียงพอที่จะยืนยันให้ได้

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม