เป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด สำหรับเรื่องการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของเหล่าดาราศิลปิน ซึ่งหลายคนก็มองว่าไม่ควรยุ่ง แต่คนอีกมากมายที่เห็นต่างว่าสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องมีขอบเขตที่เหมาะสม

ล่าสุดนักแสดงสาว โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ ก็ได้แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา โดยบอกว่า “ทำไมดารา.. ไม่ควรยุ่งเรื่องการเมือง ? 

มีคนเคยบอกโบ... ‘เป็นนักแสดง ไม่ควรเคลื่อนไหวเรื่องบ้านเมือง’ บอกตรงๆ จริงๆ โบไม่เคยมีความคิดที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่อง 'นักการเมือง' เลยค่ะ เพราะโบเข้าใจว่าวงการนี้ บางคนอาจตั้งใจทำงานเพื่อชาติจริง บางคนอาจมีวาระซ่อนเร้น ซึ่งเราไม่อาจล่วงรู้เบื้องหลังได้ทั้งหมด 

แต่สิ่งที่โบแสดงออกในวันนี้... มันไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคล แต่มันคือการ 'ปกป้องชาติบ้านเมือง' ค่ะ 🛡️🇹🇭 

ในวันที่สถาบันหลักของชาติ ‘ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ (ซึ่งเป็นสถาบันที่ทำให้ประเทศมีเอกราช ไม่ถูกชาติอื่นย่ำยี มีความมั่นคงตกมาจนถึงรุ่นพวกเราในทุกวันนี้) อยู่ในจุดที่ต้องการการปกป้อง 

...

สำหรับโบ... นี่ไม่ใช่แค่ ‘ทางเลือก’ ที่จะทำหรือไม่ก็ได้ แต่มันคือ 'หน้าที่ และ ความรับผิดชอบ’ โดยตรงค่ะ 

ตลอดเส้นทางอาชีพนักแสดงของโบ รายได้ทุกบาทและความรักที่โบได้รับ เกิดจากการสนับสนุนของคนใน ‘ชาติ’ ที่ให้โอกาสโบได้มายืนในจุดนี้ 

เมื่อถึงวันที่บ้านเมืองต้องการการปกป้อง หรือต้องการเสียงสะท้อนที่ถูกต้อง โบถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำในส่วนที่ทำได้ให้เต็มที่ที่สุด เพื่อเป็นการตอบแทนประชาชนทุกคนที่เคยสนับสนุนโบมาตลอดเกือบ 20 ปีค่ะ 

โบไม่เลือกข้าง ‘นักการเมือง’ ... แต่เลือกข้าง ‘ชาติบ้านเมือง’ ที่เป็นของคนไทยทุกคนค่ะ 

..โบวี่.. 🤍”

ซึ่งก่อนหน้านี้โบวี่ก็ได้แสดงความคิดเห็นผ่านหัวข้อ “ประชาธิปไตยแบบไหน... ที่เลิกคบกัน เพียงเพราะเรามี ‘ความกตัญญู’ ?” 

โดยโบวี่โพสต์ข้อความร่ายยาวผ่านทางเฟซบุ๊กไว้ว่า “มีน้องคนหนึ่ง Inbox มาปรึกษาโบ เพราะถูกเพื่อนร่วมรุ่นบางคนตำหนิและกดดัน เพียงเพราะน้องมีความ ‘กตัญญู’ และ ‘ภูมิใจ’ ในรากเหง้าของตัวเอง… โบอยากแชร์มุมมองในฐานะคนที่เคยผ่านจุดที่ต้องเลือก "วงสังคม" มาเหมือนกันค่ะ 

โบเข้าใจน้องในวัยนี้มากนะคะ การเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อนคือเรื่องใหญ่มาก ตามจิตวิทยาการเติบโต มันคือเรื่องธรรมชาติที่เราจะรู้สึกหวั่นไหวหากต้องถูกผลักออกจากกลุ่ม แต่จากประสบการณ์ของโบ เมื่อโตขึ้นอีกนิด เราจะเรียนรู้ความจริงที่สำคัญมากว่า "เพื่อนไม่จำเป็นต้องเยอะ" การมีเพื่อนเยอะแต่ต้องซ่อนตัวตนจริงไว้ตลอดเวลา คือการขังตัวเองในคุกทางสังคม 

น่าแปลกที่โบรู้สึกว่า วงเพื่อนที่แคบลงมาก แต่ "พลังงาน" กลับสูงขึ้นแบบสวนทาง และเป็น ‘พลังงานคุณภาพ’ 

เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมรับในตัวตนและจุดยืนของเรา แม้จะมีความเห็นต่างกัน แต่ ‘ความเคารพ’ ยังต้องมีอยู่ ถ้ามิตรภาพนั้นต้องแลกมาด้วยการ "เสียจุดยืน" นั่นอาจไม่ใช่กัลยาณมิตรที่แท้จริง 

เมื่อเราเลือกคัดกรองพลังงานรอบตัวให้เป็น ‘บวก’ ใจเราก็จะได้พลังงาน ‘บวก’ ที่ช่วยผลักดันชีวิตเราไปในทางที่ ‘บวก’ ด้วยเช่นกัน 

‘การไม่คบคนพาล’ พระพุทธองค์ทรงยกเรื่องนี้ขึ้นเป็นมงคลข้อแรกใน ‘มงคลสูตร 38 ข้อ’ ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า "คนพาล" ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงคนเลวเสมอไป แต่อาจหมายถึง 'คนที่จะพาเราไปสู่ทางเสื่อม' คนที่บีบคั้นให้เราต้องทิ้ง ‘ความกตัญญู’ เพื่อให้ได้รับการยอมรับ มันก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็น ‘ทางเสื่อม’ อย่างหนึ่ง 

อย่างไรก็ตาม การที่โบ ‘ไม่คบ’ มันคือการ ‘ป้องกัน’ ไม่ใช่การ ‘เกลียดชัง’ โบยังคงพูดคุยทักทายได้ ทำงานด้วยได้ ยังมีเมตตาต่อเขาได้ ..แค่อาจไม่ได้ต้องการความสนิท และไม่เดือนร้อนหากเขาไม่อยากยุ่งกับเราเท่านั้น 

ด้วยกระแสพลังงานแห่ง ‘ความกตัญญู’ ที่น้องผู้นี้มี โบเชื่อว่าถ้าน้องเลือกคบเพื่อน มันจะดึงดูดคนที่มี 'กระแสพลังบวก' แบบเดียวกัน เข้าหาน้องในที่สุด พลังความกตัญญูเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ และจะเป็นเกราะรักษาเราอยู่เสมอ 

การถูกคนบางกลุ่ม "เลิกคบ" เพราะจุดยืนที่ต่างกัน อาจเป็น ‘ของขวัญ’ ที่มาในรูปของ ‘ความเสียใจ’ ก็ได้ เพราะมันกำลังคัดกรองพื้นที่ในชีวิตน้องเขา ให้เหลือแต่คนที่ "รักน้องที่ตัวตนจริงๆ" ไม่ใช่รักน้องที่ "น้องยอมทำตามเขา" 

การมีเพื่อนน้อยลง ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่มันคือการ 'คัดกรอง' เพื่อให้เหลือพื้นที่ให้กับ ‘กัลยาณมิตร’ ที่แท้จริง 

...

"ประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องเริ่มจากการเคารพ 'หัวใจ' ของเพื่อน แม้จะคิดต่างกัน" ถ้าเขาเลิกคบเราเพียงเพราะเรากตัญญูต่อแผ่นดิน... นั่นคือสัญญาณว่าเราควรขอบคุณที่ ‘มงคลข้อที่ 1’ กำลังทำงานในชีวิตเราค่ะ 

มิตรภาพวงแคบที่คุณภาพสูง..ดีกว่าวงกว้างที่ทำให้เราเสียความเป็นตัวเองค่ะ 

..โบวี่..  🤍”

นอกจากนี้ โบวี่ อัฐมา ก็ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงประเด็น “𝐈𝐎 กระบวนการ ‘ปิดปาก’ คนดัง- บทวิเคราะห์จาก 'ประสบการณ์ตรง' ของโบเอง”

ซึ่งเจ้าตัวเขียนข้อความไว้ว่า “จากโพสต์ที่แล้ว ที่น้องนักศึกษาปรึกษาโบเรื่องไม่กล้าแสดงออกว่ารักชาติและสถาบัน เพราะกลัวโดนแบนจากเพื่อนรอบข้าง บวกกับเห็นกระแสภาพหลุดที่เปิดโปงกระบวนการ 𝐈𝐎 ของพรรคการเมืองที่กำลังเป็นข่าว 

โบเลยอยากขอใช้พื้นที่นี้ แชร์ ‘ประสบการณ์ตรง’ ในฐานะนักแสดงคนแรกๆ ที่เคยเผชิญกับสิ่งที่โบเข้าใจว่าเป็น "กระบวนการปิดปาก" นี้มาด้วยตัวเองค่ะ

ย้อนกลับไปหลายปีแล้ว เป็นช่วงเริ่มต้นของกระแสต่อต้านสถาบันหลักของชาติ โบเป็นหนึ่งในคนที่แสดงตัวว่าเรา ‘รักและกตัญญู’ ต่อสถาบันหลักของชาติ ที่ทำให้ประเทศชาติมั่นคงอยู่ได้มาจนถึงทุกวัน 

(ความกตัญญูนี้ เกิดจากการที่โบได้ลงพื้นที่ทำงานในหลายจังหวัด และได้สัมผัสด้วยตาตัวเองว่า สิ่งที่ ‘ในหลวง’ ทำ ช่วยให้ชาวบ้านพ้นความลำบากและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจริงๆ )

...

และเมื่อโบเริ่มออกมาแสดงจุดยืนที่สวนทางกับกระแสที่เขาพยายามสร้างขึ้น โบจึงได้เห็นอะไรบางอย่าง ซึ่งโบขอถอดรหัสออกมาเป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ

1. กลไกการ ‘ชี้เป้า’ และทัวร์ลงที่ไม่ได้มาตามธรรมชาติ

ในตอนนั้น เมื่อโบโพสต์เกี่ยวกับแสดงความรักชาติและสถาบัน (แบบไม่ได้โจมตีใครทั้งสิ้น) บางโพสต์ของโบจะเจอกระบวนการเหล่านี้

-การชี้เป้า: คาดว่าพอมีคนมอนิเตอร์มาเจอโพสเรา เขาจะส่งสัญญาณชี้เป้าเพจเราไปที่กลุ่มของเขา

-พายุระลอกคลื่น: หลังจากนั้นคอมเมนต์นับร้อยๆ ก็จะมาพร้อมๆ กันเป็นพรืดเดียว (ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีแต่คอมเม้นต์ที่ดีๆ) โดยใช้คำปกติบ้าง, คำหยาบคายบ้าง, ทัศนคติที่บิดเบือนงงๆบ้าง (เหมือนคนพูดจาไม่รู้เรื่อง), ขู่แบนสินค้าบ้าง, ขู่เลิกติดตามบ้าง (ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าจิงๆติดตามอยู่แล้วหรือเปล่า)

-เป้าหมาย: คาดว่าเพื่อทำให้คนมีชื่อเสียง "ใจฝ่อ" จนสุดท้ายต้องเพลาๆลง หรือเลิกโพสไปเอง  (ยิ่งโพสหยาบๆ ยิ่งเพิ่มแรงสั่นสะเทือนสู่จิตเจ้าของเพจ)

2. ‘ภาพลวงตา’ ว่าเป็น ‘คนหมู่มาก’

โบคิดว่านี่คือ "ภาพลวงตา" ค่ะ คนกลุ่มนี้เป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง  ที่พยายามสร้างภาพให้ดูเหมือนเป็น ‘คนส่วนใหญ่ของประเทศ’ แต่ความจริงคือเขาแค่มีกระบวนการระดมสรรพกำลังมาสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ของเราเท่านั้นเอง

3. ยืนหยัดใน ‘สัมมาทิฏฐิ’ ... แล้วความดีจะคุ้มครองเรา

โบเชื่อว่าสิ่งที่โบกระทำ คือการตั้งใจแสดงออกถึง ‘ความรักชาติ’ และ ‘ความกตัญญู’ ซึ่งโบมั่นใจว่ามันคือ ‘สัมมาทิฏฐิ’ โบไม่ได้ทำอะไรผิด มันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิด ‘กุศล’ ด้วยซ้ำ 

เมื่อพิจารณาว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ทำไมเราต้อง ‘กลัว’ ที่จะทำ จึงยังคงยืนหยัดทำต่อไป สิ่งที่ตามมาคือ..

- สปอนเซอร์เข้าใจ : ช่วงที่โดนถล่มหนัก งานอาจมีสะดุดไปบ้าง แต่หลังจากผ่านไป โบกลับมียอดงานจ้างเข้ารัวๆ ต่อเนื่องถึงกว่า 2 ปี 

...

- หลังจากนั้นโบหันมาทำธุรกิจของตัวเองด้านอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังมีผู้ติดตามมาช่วยอุดหนุนส่งเสริมธุรกิจอยู่เนืองๆ

..ดังนั้น สรุปได้ว่า คำขู่เรื่อง ‘แบน’ ไม่ได้เป็นผลอะไรขนาดนั้นในระยะยาว…

4. เทคนิคสยบ 𝐈𝐎 : "ลบรัวๆ" ให้เขาเหนื่อยไปเอง

สุดท้ายนี้ สำหรับคนดัง,อินฟลู หรือแม้แต่ใครก็ตามที่อาจเจอสถานการณ์คอมเมนต์ 𝐈𝐎 วิธีที่โบใช้คือ ‘ลบแบบไม่ต้องอ่าน’  ให้แอดมินลบรัวๆ (เขาใช้เวลาพิมพ์ตั้งนาน แต่เราใช้เวลากดลบไม่ถึงวิ!) ผลคือเขาไม่ค่อยมายุ่งกับโบอีกเลย (คงรู้สึกเหนื่อยเปล่า ไปหาเป้าอื่นละกัน)

โบอยากบอกทุกคนที่กำลังตกอยู่ในความกลัวแบบเดียวกันว่า ‘ความดีไม่ใช่เรื่องน่าอาย’ และ ‘ความกตัญญูไม่ใช่ความผิด’ ค่ะ

อย่าปล่อยให้เสียงตะโกนของคนกลุ่มหนึ่ง มาดังกว่าเสียงของ ‘มโนธรรม’ ในใจเรา 

เมื่อเราพิจารณาสิ่งที่ทำ และเห็นว่าเป็น ‘สัมมาทิฏฐิ’ แล้ว เราสามารถยืนหยัดในจุดนั้นอย่างสง่างามค่ะ

พลังของกุศลเจตนานั้นยิ่งใหญ่ และมีแรงดึงดูดมหาศาล ในที่สุดมันจะดึงดูดกัลยาณมิตรและโอกาสดีๆ เข้ามาหาเราเอง เหมือนที่โบได้รับมาเช่นกันค่ะ

‘กล้าที่จะทำดี และอย่าอายที่จะเป็นคนกตัญญู’ เพราะสุดท้ายแล้ว ‘ความดี’ จะเป็นเกราะคุ้มครองเราที่แข็งแกร่งที่สุดค่ะ

เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้องนะคะ 

..โบวี่.. ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม