หัวใจเป็นสีชมพูอีกครั้งสำหรับนางเอกสาว ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ ที่ล่าสุดในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาโพสต์ภาพเปิดตัวหวานใจแบบไม่เปิดหน้า ซึ่งเป็นหนุ่มชาวเยอรมันที่เป็นเพื่อนรู้จักกันมานานกว่า 10 ปี ล่าสุดปันปันอัปเดตถึงเรื่องนี้หลังมาร่วมงาน Inzent Elite Opening with Partners ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ รวมทั้งเล่าถึงเรื่องลงทุนพลาดจนสูญเสียเงินถึง 8 หลักด้วย

ภาพรวมงานปีนี้เป็นอย่างไร?

“ภาพรวมงานปีนี้ดีค่ะ แฮปปี้มากตอนนี้ รู้สึกว่าทุกอย่างลงตัวมากขึ้น เราก็มีงานในวงการแล้วตอนนี้กำลังจะขยายมาทำธุรกิจของตัวเองด้วย ก็ทำควบคู่กันไป งานในวงการก็ทำละครก็ถ่าย งานอินฟลูฯ ก็ทำ ตอนนี้ก็ทำธุรกิจด้วย จะขายชาเขียว จะขายมัทฉะ คือเราชอบมาตั้งนานมาแล้ว เราเริ่มมีแพชชั่นด้านนี้มากขึ้นแล้วก็มีเวลาศึกษามากขึ้น ก็เลยไปลงเรียนเวิร์คช็อป ไปติดต่อไร่ ตอนนี้ได้ออกมาเป็นสินค้าแล้ว ก็จะขายเป็นออนไลน์ก่อน ลองตลาดกันก่อน” 

มีใครเป็นที่ปรึกษาไหม?

...

“คุณพ่อไง หรือจะหมายถึงใคร พูดมาเลย(ยิ้ม)” 

วาเลนไทน์ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง?

“เปิดตัวมั้ย เปิดตัวไม่เปิดหน้า เปิดแต่ตัว ฟีลหันหลัง (หล่อมั้ย?) ก็ไม่แย่ ก็หน้าดี(หัวเราะ) ก็พี่ๆ จับโป๊ะหนูรอบที่แล้วไง หนูก็เลยแบบไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนั้นไปกับเพื่อนหลายๆ คนด้วย ก็มีโอกาสได้ถ่ายรูปพอดี เพื่อนมี Reference มาถ่ายรูปลองไหม เราก็ลองเลยแล้วรูปสวยพอดี ไหนๆ มาแล้วก็ลงซะหน่อย” 

ทำไมไม่ลงเปิดหน้าด้วยล่ะ?

“ค่อยๆ ทีละนิดๆ (ยิ้ม) กลัวตกใจ (เป็นต่างชาติหรือเปล่า?) แล้วแต่จะคิด (หัวเราะ) เป็นคนนอกวงการค่ะ ก็ไม่ใช่คนไทย เป็นคนเยอรมันค่ะ จริงๆ เป็นเพื่อนกันรู้จักกันมา 10 ปีแล้วย้อนกลับไปเลย เหมือนเป็นเพื่อนกลุ่มใกล้ๆ กันแฮงก์เอาต์กันเจอกันอยู่แล้ว เจอกันมาตั้งแต่เด็กๆ เลย โตมาก็เหมือนกลับมาเจอกันอีกทีนึง เขาอยู่ไทยมาตั้งแต่ 10-15 ปีแล้ว เราก็รู้จักกันมาตั้งนานแล้ว ถามว่าเป็น Destiny เหรอ ก็ว่างั้นก็เป็นได้ จังหวะชีวิตมันลงตัวด้วยแหละ ตอนนั้นที่เราโสดมาใช่มั้ยคะ แล้วก็มีมช่วงว่าง แล้วก็บังเอิญมารียูเนี่ยนกับเพื่อนๆ หลายๆ คนพอดี แล้วก็บังเอิญได้กลับมาเจอกัน”

มันยากมั้ย จากเพื่อนมาเป็นแฟน?

“คือคนมันสปาร์กอ่ะเนาะ มองตามันก็โอเคแล้ว ไม่ต้องอะไรเยอะ (หัวเราะ) แต่อย่างน้อยเรามีพื้นฐานที่เรารู้จักกันอยู่แล้วมานานมากแล้ว เคยเจอกันแฮงก์เอาต์กันอยู่แล้ว มันก็เลยไม่ได้ยากมาก เวลาคนเขามองหน้ากันสองคนแล้วมันมีเคมี มันก็อุ้ย มากกว่าเพื่อนไง เราก็รู้ไง (เหมือนมีผีเสื้อบินในท้อง?) ช่วงแรกๆ ก็บินอยู่ ช่วงนี้ก็บินบ้าง บินเป็นครั้งคราว”

หนูว่าด้วยความเป็นเพื่อนด้วย แล้วก็ด้วยความที่เราสามารถที่จะคุยกับเขาได้โดยที่เขาไม่ได้สนใจเปลือกนอกว่าเราเป็นดาราหรือว่าเราเป็นใคร อย่างที่บอกค่ะพอรู้จักกันมานานได้เห็นกันตั้งแต่สภาพยมๆ ตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ มันก็เลยรู้จักกันมานาน มันก็เลยอาจจะง่ายกว่าคนที่อาจจะเพิ่งรู้จักกันประมาณนั้น”

ในสายตาเราเขาหล่อไหม?

“หล่อค่ะ ก็โอเค”

เมื่อไหร่จะเปิดหน้า?

“ก็เดี๋ยวรูปสวยเมื่อไหร่ก็จะเปิด เดี๋ยวรอถ่ายรูปมาถ้ารูปดีปุ๊บก็ลง หนูไม่ได้ปิดอะไร รูปมันดีได้อีก อยากเห็นกันใช่ไหม (หัวเราะ)”

จุดไหนที่ทำให้เราเลื่อนจากเพื่อนมาเป็นแฟน เพราะรู้จักกันมานานแล้ว?

“คือที่ผ่านมาตั้งแต่ที่รู้จักเขา หนูมีแฟนไง แล้วพอตอนนี้เราโสดปุ๊บ มันก็เลยแบบอุ๊ยเธอโสดแล้ว มันก็เลยอาจจะมีโมเมนต์ไม่เหมือนเดิมจากเมื่อก่อนที่เป็นเพื่อนกันจริงๆ”

ด้วยความที่เขาเป็นต่างชาติมีอุปสรรคไหม?

“เรื่องภาษาน้อยมาก เพราะหนูพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเรื่องสังคม วัฒนธรรมที่แตกต่างมากกว่า เขาก็อาจจะตกใจนิดนึง ถ้าเกิดว่าอยู่ดีๆ วันนึงเราจะไปมีอั่งเปา หรือว่ามีตรุษจีน เขาก็อาจจะไม่รู้มาก่อนว่าเป็นประเพณีของประเทศไทย แค่นั้นเอง ที่เหลือไม่มีอะไร”

...

อายุเท่ากันใช่ไหม เพราะที่ผ่านมาเราจะคบแฟนรุ่นพี่?

“โตกว่านิดนึงแต่ไม่เยอะมาก 5 ปี ชอบคนโตกว่า (หัวเราะ) แต่ไม่ห่างเกิน พ่อเคยเจอแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เป็นเพื่อนกันแล้ว พ่อก็โอเคๆ พอบอกพ่อว่าจะคบคนนี้นะ พ่อก็บอกเอาจริงหรอ จะสปีกอิงลิชหรอ แต่พอเจอสักพักมากกว่า 4-5 ครั้ง เขาก็เริ่มโอเคเพราะว่าผู้ชายก็ไม่แย่ (หัวเราะ)”

ตอนนี้เรามีความรักแล้วมุมมองเปลี่ยนไปไหม เพราะเมื่อก่อนเราคบคนอายุห่างกันมาก?

“เปลี่ยนเยอะนะคะ จากสมัยก่อนความรักเราอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่เราจะต้องตามเขา เพราะเราเด็ก เราอาจจะไม่ได้มีความคิดเป็นของตัวเองมากขนาดนั้น เราคิดอะไรเราทำอะไรจะมีกรอบตัวเอง แต่พอเราโตขึ้นเราก็ก็จะทำตามใจตัวเองมากขึ้น แต่เราก็จะนึกถึงอีกฝ่ายมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน คือเมื่อก่อนเราอาจจะนึกถึงแต่ตัวเอง ทำอะไรตามใจตัวเอง ทำอะไรโดยที่ไม่คิด ตอนนี้ก็คิดมากขึ้นค่ะ”

คบกันมานานแค่ไหนแล้ว?

“ประมาณปีนึงค่ะ”

ถามถึงเรื่องลงทุนที่ขาดทุน?

...

“จริงๆเป็นประเด็นค่อนข้างเซนซิทีฟ คุยกับพ่อมา พ่อก็บอกว่า พอเรื่องนี้มันมีเรื่องของคนอื่นเกี่ยวข้องด้วย ก็เลยไม่ได้อยากพูดถึงประเด็นเข้าไปลึกมากๆ ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ในแพลตฟอร์มที่ปันลงไปใน TikTok ช่องตัวเอง เป็นคอนเทนต์มัทฉะทอล์กของเรา เป็นเรื่องที่ปันเอาเรื่องชีวิตตัวเองมาแชร์ ซึ่งวันนั้นที่เกิดขึ้นเราเพิ่งรู้ว่า เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เราก็เลยอัดวิดีโอเตือนสติตัวเองและเตือนสติทุกๆ คนว่าถ้าเราจะลงทุนอะไร แค่ขอให้เราศึกษาให้ดี 

เรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชีวิตของหนูจริงๆ ว่าหนูลงทุนอะไรตามคนอื่น แล้วเราไม่ศึกษา ลงเงินไปแล้วคิดว่าดี ปล่อยเลยตามเลย แล้วไม่มอนิเตอร์ให้ดี แล้ววันนึงมันหายไป มันเจ็บมากจริงๆ ก็ถือว่าเป็นการลงเตือนสติตัวเองค่ะ ไม่พาดพิงถึงใครเลย ตอนนั้นหนูคิดในหัวว่าเราลงทุนไป คนนี้บอกว่ามันดี เราไม่ศึกษาไง เราไม่มอนิเตอร์ เราไม่ดู เราลงปุ๊บเราปล่อยเลย หนูเป็นคนที่ปล่อยแล้วปล่อย”

เชื่อเพียงเพราะเพื่อนแนะนำ?

“อืม ก็คือมีคนรู้จักแนะนำไปบอกว่าอันนี้ดี แต่เราไม่ศึกษาให้ดีไง ซึ่งเขาไม่ได้ผิดอะไรเลย เขาพูดอย่างนั้นเพราะเขาก็หวังดีกับเรา อยากให้เราลงทุนแล้วได้เงิน แต่ผิดที่เราเองที่เราไม่ดูให้ดี ไม่ติดตาม พอเข้าไปดูปุ๊บบ้งเลย ก็มองเพดานน้ำตาไหลไปเลย หนูแทบไม่ได้ไปนับ ไม่ได้ดูไม่ได้สนใจเลย”

...

มูลค่าสูงแค่ไหน?

“สูงค่ะ หนูมองเพดานแล้วก็แบบชีวิตนี้ทำยังไงดี เซนซิทีฟมากเลย ค่อนข้างเสียใจ ก็นานหลายปีอยู่ ประมาณ 5 ปี ไม่มีเรื่องกฎหมายมาเกี่ยวข้อง ไม่เกี่ยวกับคนนั้นเลยเพราะเขาหวังดีกับเรา เรื่องนี้หนูโทษตัวเองล้วนๆ เลยหนูไม่โทษใคร การลงทุนมีความเสี่ยงมากค่ะทุกคน เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ชีวิตเลยว่าจะลงทุนอะไรได้โปรดศึกษาดีๆ ก็เข็ด แต่ว่าการลงทุนก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราทำงานแล้วเก็บเงินไว้ในธนาคารก็อาจจะไม่ได้ดีเท่าไหร่ ก็อาจจะต้องลงทุนต่อไป”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม