หลังจากที่ นารา เครปกะเทย ทำรายการ “The Take ฮอร์โมน 2” ซึ่งเป็นรายการที่มีความคล้ายกับรายการ "The Face Thailand" ที่มี เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ทายาทค่ายกันตนา เป็นผู้ผลิตรายการ จนกลายเป็นกระแสร้อน ล่าสุดนักข่าวได้เจอ เต้ ปิยะรัฐ ในงานแถลงข่าวเปิดตัว The Face Men Thailand Season 4 ณ KANTANA VIRTUAL PRODUCTION STUDIO เลยสอบถามถึงประเด็นนี้

The Face Men 4 จะดราม่าจะแซ่บขนาดไหน?

“เป็นรายการที่รวมฮิตอยู่แล้ว แค่เปิดตัวเมนเทอร์ไปคิดว่าดราม่าก็น่าจะเข้มอยู่แล้ว เพราะตอนนี้มีการแบ่งเป็นทีม และปีนี้ก็ยังมีมาสเตอร์เมนเทอร์เข้ามาสร้างสีสันอีก คอนเซ็ปต์ก็คือตีกัน (หัวเราะ) มันเหมือนดูกีฬาใครก็เชียร์ไป”

หลายคนยกให้เป็นรายการที่เป็นต้นแบบของรายการเรียลลิตี้?

“ขอบพระคุณที่เห็นว่าเราเป็นต้นแบบ จริงๆ มันก็ต้องทบทวนตัวเองว่าเราเคยทำอะไรมาบ้าง นำเสนอและผลิตงานออกไปในแนวไหนบ้างมีอะไรที่ดีและไม่ดีบ้าง ในวันนี้เราจะกลับมาทำอีกครั้งแล้วเราจะให้อะไรกับสังคมดี เราจะให้อะไรกับคนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน เพราะเราได้จากเขาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่เราได้จากเมนเทอร์หรือเด็กๆ ที่เข้ามาประกวดมันเป็นโอกาสและเป็นความฝันของคนที่อยากเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง เราจะทำอย่างไรให้เขามีความเป็นมืออาชีพอย่างน้อยมีจรรยาบรรณที่ดีในการทำงานต่อไป และมีวิจารณญาณที่จะใช้ในชีวิต” 

...

จากกระแสของการทำรายการคล้ายๆ กัน ของนารา เครปกะเทย ส่งผลอะไรกับเราบ้าง?

“จริงๆ แล้วเราเป็นแบบอย่างของหลายรายการ ไม่ใช่ว่ามีรายการเดียวนั่นแหละ มันคือกระจกสะท้อนให้ตัวเองได้กลับไปพิจารณาและทบทวนตัวเองว่า เราเคยทำอะไรเสนออะไรไปในอดีตจนถึงปัจจุบัน และเราจะนำเสนออะไรต่อไปในอนาคตกันดี จะทิ้งอะไรไว้ให้กับสังคมดีให้กับอาชีพที่เรารัก วงการที่เราเติบโตมาจริงๆ ในอาชีพนี้มันน่าเคารพนะ คนที่มีความฝันอยากที่จะเข้ามาในวงการบันเทิงเขาไม่ได้มาเล่นๆ เขายอมเสียสละอะไรหลายอย่าง ตัวเมนเทอร์เองเขาก็ยอมเสียสละอะไรหลายอย่างที่เข้ามาอยู่ในรายการด้วยกัน เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

มันเป็นสิ่งที่เราต้องทบทวนมากว่า เราทำอะไรไม่ดีไว้บ้างหรือเปล่า ให้เป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่ดีแค่ไหน ถ้าจะให้บอกตรงๆ สงสัยจะเคยพูดไปละมั้งในวันหนึ่งว่า “ไม่เป็นไร” ใครอยากจะแสดงความคิดเห็นหรือว่าผลิตงานออกมาเป็นแบบไหน แล้วแต่ตามอัธยาศัย

เพราะว่าวันนั้นก็ไม่ได้มาถามหรือว่ามาขออนุญาตเราก่อน ทำแล้วถึงมาถาม เรามีหน้าที่เป็นคนดูแล้ว เราก็ต้องตอบด้วยความเมตตา มีน้ำใจให้แก่กัน เราบอกไปว่า ไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาไม่ได้มาบอกเราก่อน ถ้าเกิดมีการมาปรึกษาหรือขออนุญาตก่อนที่จะทำ คงจะพูดตรงๆ ว่าคงไม่สนับสนุน 

เพราะว่าการที่เราพูดว่า ไม่เป็นอะไรหรอกทำไปเถอะ เพราะว่าเขาทำไปแล้ว เราเข้าใจว่าในสังคมไทยปัจจุบันน่าจะมีน้ำใจให้กัน น่าจะมีความเมตตาให้กัน เราถึงจะปลอดภัยและสามัคคีกัน 

แต่อันนี้มันเหมือนกับว่าเราไปสนับสนุนให้เขาทำสิ่งนี้หรือเปล่า ก็เลยเสียใจอยู่เหมือนกันสงสัยว่าจะเป็นเราเองที่พูดไปว่าไม่เป็นไร แต่จริงๆ ถ้าถามก่อนที่จะทำคงไม่สนับสนุนให้มีแนวทางในการผลิตที่ไม่สุภาพขนาดนี้”

เขามีโปรเจกต์ที่ 2 ต่อ?

“อย่างที่พูดไปคำไหนคำนั้น ไม่ได้มาบอกก่อน ไม่เคยขออนุญาตก่อนที่จะทำทำไปแล้ว วันนี้เรามีน้ำใจให้กันดีกว่า เราคิดว่าถ้าเขาทำแล้วเขารู้สึกว่าดี ประสบความสำเร็จในหน้าที่ สิ่งที่เขารู้สึกว่าเขาอยากทำในชีวิต และได้ต่อยอดได้สร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนอื่นจริงๆ ต้องบอกได้คำเดียวว่าขอแสดงความยินดีด้วย แต่ว่ารู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่เคยบอกไปว่าไม่เป็นไร ถ้าเกิดมาถามก่อนคงไม่สนับสนุน”

อยากให้เข้ามาพูดกันแบบจริงจัง?

“คุณเต้ขอทำงานขอโฟกัสอยู่กับสิ่งที่ทำ เพราะว่าสิ่งที่เราทำมีคนพร้อมบวกเยอะอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราพยายามเซ็นเซอร์ตัวเองประมาณหนึ่ง เราทบทวนตัวเองอยู่เรื่อยๆ ว่าถ้าเกิดมันออกไปแบบนี้มันจะยังไงนะ 

แต่ในขณะเดียวกันถ้าเราคิดเยอะไปรายการมันจะไม่สนุกในส่วนที่เราคิดมาดีแล้ว บางอย่างมันต้องทำไปให้เสร็จก่อนตัดต่อให้เสร็จก่อนแล้วถึงมานั่งดูเพื่อสกรีนอีกทีนึง สรุปคือขอโฟกัสที่งานตัวเองว่าสิ่งที่เรานำเสนอออกไปว่าเราต้องการให้อะไรกับสังคมเท่านั้นเลย เพราะอยากทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยมีมาตรฐานที่ดี”

...

กับสิ่งที่ฝั่งโน้นกำลังจะทำ เหมือนเราได้อนุญาตไปแล้ว?

“ไม่ได้อนุญาตให้ทำ แค่บอกว่า “ไม่เป็นไร” เพราะว่าเขาทำไปแล้ว”

ในซีซั่นที่เขาจะทำต่อไป เรามีวิธีการจัดการโดยใช้เรื่องของกฎหมายถึงเขามั้ยว่าไม่ให้ทำต่อ? 

“ไม่ได้คิดอะไร ก่อนหน้านี้คุณเต้ก็ไม่ได้ติดตาม พอทำซีซั่น 6 จบก็ไปพักผ่อนไม่ได้ดูอะไร ยังไม่ได้คิดไปไกลว่ายังไง ถ้าเขาไม่ได้มาไม่ได้คุกคาม ไม่รู้ว่าใช้คำนี้ได้ไหม”

ใช้คำว่าไม่ได้เกินเลยเรา?

“ก็เกินเลยไปแล้ว เกินไปหลายป้ายแล้ว คือไม่ขอตัดสินใครที่ผลงานของใครเลย เพราะว่าเราไม่รู้ว่ากว่าคนคนนึงจะโตมา อะไรปรุงให้เขามาเป็นคนคนนี้ แล้วนำเสนองานออกมาแบบนี้ เราไม่ขอตัดสินดีกว่า เพราะว่าเราเองก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น เราก็ยังมีข้อผิดพลาดเยอะเลย

แต่ว่าสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราผลิตออกมาเราทำอย่างถูกต้องตามลิขสิทธิ์ที่เราซื้อมาและเราก็คิดเองคิดใหม่ เราทำมา 16 ปีแล้ว ไม่ต้องพูดหรอกว่าช่วยเราให้มีกระแส ให้เราดี ก็ทำงานของตัวเองไป ยังไม่ได้คิดจริงๆ ว่าเราต้องทำลายหรือทำร้ายไปแกล้งเด็กทำไม เขาอาจจะหวังดีกับเราจริงๆ ก็ได้ เขาก็เอาไปทำอาชีพแล้วก็ไปสร้างอาชีพให้อีกกับตั้งหลายคน มันเป็นแนวทางของแต่ละคน ไม่อยากตัดสินว่าอะไรปรุงให้เค้าเป็นคนอย่างนั้น”

...

อยากให้มีความเหมาะสมมากกว่านี้ใช่ไหม?

“แล้วแต่วิจารณญาณของเขา พูดถึงรายการที่คล้ายๆ เรา มีหลายรายการที่คล้ายกับเรา แต่ว่าเขาคล้ายแล้วเขามีความคิดสร้างสรรค์ที่มีความต้นฉบับบวกเข้าไปด้วย มีกระบวนการความคิดคือความคิดที่แตกต่าง ใครชอบอะไรก็ดูอันนั้นจริงๆ ก็พูดไม่ออก ถ้าเป็นเดอะเฟซเราก็มีมาตรฐานของเรา ทำอย่างเต็มที่ สุดท้ายพี่เต้รักในอาชีพของครอบครัวที่โตมา 75 ปีแล้วกันตนา อยากทำอาชีพนี้ให้เป็นอาชีพที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี และมีอะไรให้กับคนดูมากกว่าความบันเทิง”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม