ยังคงถูกจับตามองต่อเนื่องสำหรับกรณีพิธีกรดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ฟ้องคู่กรณีในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยฟ้องไปทั้งหมด 5 คดี ล่าสุดนักข่าวเจอ หนุ่ม กรรชัย หลังมาร่วมงาน Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ณ ไอคอนสยามฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เจ้าตัวก็เปิดใจถึงความคืบหน้าของคดี พร้อมทั้งตอบคำถามถึง ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ที่กำลังเผชิญประเด็นดราม่าร้อนเรื่องส่วนตัว และล่าสุดกำลังจะเตรียมตัวบวช พร้อมทั้งถามถึงโปรเจกต์ร่วมงานภาพยนตร์ที่มี โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ นั่งแท่นผู้กำกับฯ ซึ่งเป็นการกลับมาเล่นภาพยนตร์แบบเต็มตัวในฐานะนักแสดงนำด้วย

ถามถึงเรื่องฟ้องคดีหมิ่นประมาท?

“เรื่องคุณปู พี่ขออนุญาตแบบนี้ว่า พี่เองก็มอบหมายให้ทนายตุ๋ย (พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์) ดูแลไปแล้ว และพี่เองก็จะไม่ได้เข้าไปยุ่งมากมายสักเท่าไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่ตุ๋ย ยกเว้นว่าวันไหนที่พี่จำเป็นต้องไปศาล พี่ก็ต้องไป แต่ถ้าวันไหนทนายตุ๋ยสามารถเป็นตัวแทนไปดำเนินการได้ ก็จะเป็นเรื่องของทนายตุ๋ยไป พี่จะไม่ค่อยเข้าไปเกี่ยว“

...

อย่างคู่กรณีก็ไม่ได้หยุด ล่าสุดก็โพสต์ถึงชื่อเรา?

“คือพี่ไม่ค่อยได้เข้าไปดู พี่รู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องไม่รู้บ้างก็ได้ แต่แน่นอนว่าได้มอบหมายให้พี่ตุ๋ย ทนายความ เป็นคนดูแล และก็จะมีฝ่ายกฎหมายอีกหลายคนที่ดูอยู่ ก็เป็นหน้าที่ของเขา”

แต่ในความประสงค์ของเราก็จะดำเนินคดีสู้ตามกฏหมายให้ถึงที่สุด?

“ก็คงต้องเป็นแบบนั้น ต้องเรียกว่าบ้านเมืองก็มีกฎหมาย เพราะฉะนั้นอะไรที่มันล้ำเส้นเกินไป ไม่ถูกไม่ควร ก็เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่อย่างตัวพี่เอง ก็อย่างที่บอกว่า ที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นคนตัดสิน"

ในเรื่องของการเก็บหลักฐานเพิ่มเติม?

"ก็อย่างที่บอกเลยครับว่าพี่ให้ที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นฝ่ายเก็บทั้งหมด ดำเนินการได้เลย พี่เอาตัวเองออกมาเลย ไม่ไปยุ่งเกี่ยว ยกเว้นสุดท้ายว่าพี่จะต้องไปขึ้นศาล ไปพูดยังไง ก็คือตอนนั้นค่อยว่ากัน”

แล้วทนายบอกไหมว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นยังไง?

”คือรายงานทุกครั้งครับ พี่จะรับทราบทุกเรื่อง ทุกครั้ง เขาได้มาบอก ชี้แจง แต่มันก็เป็นผลรูปคดี พี่ขออนุญาตเก็บไว้ในสำนวนคดี”

มันเป็นไปในทิศทางที่ดีไหม?

”สำหรับพี่ คือทิศทางที่ดีทุกนัด ทุกครั้งครับ ก็รอติดตามต่อไปครับ เพราะว่าอะไรก็ตามแต่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำออกไป มันก็ต้องมีราคาที่ต้องเสีย”

ถามถึงเรื่องทนายแก้ว ล่าสุดเห็นข่าวว่าจะไปบวช ได้พูดคุยกันไหม?

”ก็คุยกันอยู่เรื่อยๆ ครับ จริงๆ ต้องบอกแบบนี้ว่า พี่ไม่ได้เข้าไปรู้ในรายละเอียดของทนายแก้วสักเท่าไร ในเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ต้องบอกว่า เรื่องบางเรื่อง พี่เชื่อว่ามันผิดพลาดกันได้ อยู่ที่ว่าเขาจะรู้ตัวเองหรือว่าแก้ไข รวมไปถึงเข้าไปต่อสู้ทางกฎหมายยังไงบ้าง คือมันเป็นเรื่องของเขา

แต่ในมุมของตัวพี่เอง ถามว่าต่อไปในอนาคตจะกลับมาร่วมงานกันอีกได้ไหม พี่ไม่เคยปิดโอกาสใคร ไม่จำเป็นต้องเป็นทนายแก้ว คือเป็นทุกๆ คนไปมีประเด็นเรื่องคดีความอะไรก็ตาม แต่สุดท้ายเขาต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน เขาพิสูจน์ตัวเองได้ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

คือมนุษย์เรามันต้องให้โอกาสซึ่งกันและกัน มันบอกไม่ได้ว่าเป็นแบบนี้ต้องห้าม พี่เชื่ออย่างหนึ่งว่า แก้วเองก็เป็นคนที่ช่วยเหลือคน อย่างเช่นแม่ลูกสามชีวิตที่เสียชีวิตจากรถ BMW ชนที่ใต้ แก้วก็บินไปช่วยว่าความนู่นนี่นั่น ก็ชนะออกมา ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไร พี่เป็นคนซัพพอร์ตค่าเดินทางให้เขา ส่วนค่าทนายเขาไม่คิดสักบาท นี่ก็เป็นความปรารถนาดี แต่ว่าเขาจะไปทำเรื่องส่วนตัว มันเป็นเรื่องของเขา เขาจะไปพลาดพลั้ง ไปมีเรื่องของกฎหมายอะไร ก็ให้เขาไปพิสูจน์ตัวเอง ส่วนเรื่องช่วยเหลือคน มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

ส่วนสภาพจิตใจของเขา เราได้อัปเดตกันไหม?

“ก็ไม่ได้อัปเดตนะครับ แต่ว่าพี่รู้ว่าเขาจะบวช เขาก็โทรมา พี่ก็บอกว่าโอเค ดีแล้ว ไปอยู่ในรสพระธรรมสักระยะหนึ่ง กลับมาก็ค่อยไปว่ากันตามกระบวนการ ซึ่งพี่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้คดีมันไปถึงไหน จบไปหรือยัง พี่ก็ไม่รู้ แต่พี่แน่ๆ พี่ไม่ได้ปิดโอกาสแก้ว ก็ไม่ได้ปิดโอกาสทุกคน”

...

เขาได้บอกไหมว่าจะบวชกี่พรรษา?

“คือไม่ทราบครับ แต่รู้แค่ว่าเขาจะบวชวันที่ 1 มีนาคมนี้ แล้วจริงๆ ตั้งใจจะไปร่วมงาน แต่พอดีติดงาน แต่ถ้าเขาบวชแล้ว ก็อาจจะไปในเย็นวันนั้น หรืออาจจะไปอีกวันหนึ่ง เดี๋ยวดูอีกทีหนึ่ง”

เราต้องหาทนายความมาข้างกายเพิ่มไหม?

“(ยิ้ม) มันเป็นเรื่องที่ยากมาก ก็ไม่รู้จะทำยังไง ทนายแต่ละคนเขาก็มีชีวิตของเขา เอาตรงๆ มันตอบไม่ได้ บางทีนักแสดงที่เล่นละครอยู่ทุกวัน เรื่องส่วนตัวของเขาก็มีได้ มันก็เหมือนกัน”

แสดงว่าเราไม่ได้รวมเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว?

“ถูกต้อง เรื่องงานคือเรื่องหนึ่ง เรื่องส่วนตัวคืออีกเรื่องหนึ่ง”

ถามถึงเรื่องที่เราจะมีภาพยนตร์?

“ใช่ครับ ยังถ่ายทำอยู่เลยครับ เป็นเรื่องที่ดี พี่เองก็ไม่ได้กลับไปอยู่ในวงการบันเทิงนานมาก เป็น 10 ปีแล้ว พอดีว่าหนังเรื่องนี้โขมคุยกับพี่เป็นปีเลยนะ (เขาจีบเป็นปี?) อย่าใช้คำว่าจีบเลย เรียกว่าคุย มานั่งคุยกันเป็นปี เรื่องมันเริ่มตอนที่พี่ไปงานศพพ่อของ ป๋อง กพล แล้วพ่อตาของโขมก็เสีย จัดศาลาติดกันกับพ่อของพี่ป๋อง แล้วเราก็ไปเจอโขม

...

พี่ก็บอกว่า สวัสดีครับ จำได้ไหมว่าพี่เคยพูดกับโขมว่าอยากร่วมงานกับโขมมาก เขาบอกว่าจำได้ครับพี่ ยังยืนยันคำนั้นนะ แล้วโขมกลับไปคิดโปรเจกต์เลย และติดต่อกลับมาว่า พี่ต้องมาเล่นหนังกับผม หลังจากนั้นเขาเล่าเรื่องให้ฟัง พอฟังแล้วเราก็ชอบ ตอนแรกไม่ได้คิดจะเล่น พยายามหนี แต่สุดท้ายไม่รู้เขาคุยท่าไหน เราก็รับปากเขาไป”

อันนี้เรียกว่าเล่นเต็มตัว?

“ใช่ ความยากคือ ต้องไว้ผมยาว (เรามีเวลา?) ไม่มีเวลา แต่ก็ต้องทำ ไม่รู้จะทำยังไง ต้องขอหยุดงานไป นี่ช่องสามเขาก็ด่าผม แล้วทำยังไง ไม่ได้ มาอ่านข่าว ลูกค้าก็ว่า ผมขอโทษจริงๆ ไม่รู้จะทำยังไง รับปากเขาไปแล้ว”

แล้วเรากังวลเรื่องสุขภาพไหม?

“ไม่เลย ดีซะอีกเราได้ฟิตร่างกายมากขึ้น ทุกวันนี้ก็ออกกำลังกาย พยายามดูแลตัวเองมากขึ้น ตอนที่ไม่ได้เล่นหนัง เราไม่ได้ดูแลตัวเองเลย เช้ามาไปทำงาน เย็นกลับบ้านนอน พอไปเล่นหนัง มันก็เป็นอีกแบบหนึ่ง”

แล้วงานการแสดงกระทบงานพิธีกรไหม?

“กระทบแน่นอน พี่ไม่ได้มาทำรายการ ก็จำเป็นต้องให้คนอื่นทำแทน ตอนนี้เขาพร้อมปิดกล้องแล้ว แต่พี่ไม่มีเวลาให้ มันเลยยืดเยื้อออกไป เชื่อไหม นักแสดงบางคนทนคิวที่จะต้องเล่นกับพี่ไม่ไหว ต้องถอนตัวจากโปรเจกต์ พี่รู้สึกแย่มาก อายมาก”

...

เรื่องนี้เราเป็นพระเอกไหม?

”มันไม่มีพระเอก จะสำคัญหลายตัวละคร เป็นแนวดราม่าแอ็กชัน มีความดราม่าค่อนข้างหนัก สะท้อนชีวิตผู้คนหลากหลาย”

มีกำหนดฉายไหม?

“เขากำหนดมานานแล้ว แต่พี่ยังไม่มีคิว ตอนแรกจะเข้าฉาย มี.ค.–เม.ย. นี้ คิดดู มี.ค. เม.ย. ยังไม่ถ่ายเลย ตอนนี้ถ่ายมาได้ประมาณ 7–8 คิว จากทั้งหมดประมาณ 20–30 คิว”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม