หลังจากเพจ โรสเมจิกสกิน โพสต์ภาพสาวรายหนึ่งที่มีรอยช้ำที่ตา รวมถึงภาพปากที่มีรอยเลือด และภาพรอยช้ำตามแขนขา พร้อมทั้งเขียนข้อความในทำนองว่า ครูไพบูลย์ แสงเดือน เจ้าของค่ายเพลงจ้วดจ้าดสตูดิโอ เกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงกับแฟนสาว 

แต่หลังจากนั้น ครูไพบูลย์ แสงเดือน ออกมาชี้แจงใต้โพสต์ว่าไม่เป็นความจริง ก่อนจะแชร์โพสต์ดังกล่าวและบอกว่า “รอฟังผมก่อนนะครับทุกคน ใช่ครับ ไม่ใช่แค่ครั้งแรก ผมเลิกกับเขาไปหลายครั้งเพราะเขามีอารมณ์รุนแรง โวยวาย คลุ้มคลั่ง ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง ดูในคลิปได้เลย ผมพยายามคุมตัวเขา และล็อกเขาไว้ ก่อนให้คนมาช่วยจับแล้วผมก็ออกไป เพราะเขาขู่จะ ฆ่ x ผม ผมพร้อมตอบทุกคำถาม ทุกสื่อ ทุกรายการครับ”

ล่าสุดไทยรัฐบันเทิงสอบถามไปยังครูไพบูลย์ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าตัวชี้แจงว่า “ที่จริงน้องเขาแจ้งไปทางเพจว่าเขาไม่ได้ปล่อยคลิปปล่อยเรื่อง เขาอยากให้ลบออก ซึ่งผมก็แค่บอกว่าผมไม่ได้ทำ เราทะเลาะมีปากเสียงแค่นั้น แต่ผมไม่ได้ใช้ความรุนแรง ผมพยายามควบคุมเขา เขาคุมสติตัวเองไม่อยู่

...

เราเลิกกันหลายครั้ง เพราะเขาโมโหร้ายและใช้ความรุนแรง ชอบทำร้ายตัวเอง ผมต้องจับเขา เพราะเขาขู่ที่จะฆ่xผมเลย ผมเลยบอกว่าโอเค ถ้างั้นจะกลับ ตอนนั้นมันตี 2 ที่ผมออกไปเพราะผมไม่อยากปะทะกับเขาแล้ว ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาเมา เขาจะขาดสติ แล้วเขาจะชวนทะเลาะแบบนี้ทุกครั้ง แต่ผมแค่จับและประคับประคองไม่ให้เกิดความรุนแรงมากกว่านี้

ดูจากคลิปนะ เขารู้ว่ามีกล้อง เขาพยายามดันออก เราก็ให้พี่สาวและน้องมาช่วยจับ เพราะผมจะไม่อยู่ ถ้าผมอยู่ก็เป็นแบบนี้ เขาจะชวนทะเลาะ เขาขู่ฆ่xผมด้วยในวันนั้น ผมก็กลัว ไม่อยากให้เกิดขึ้น มาช่วยกันจับหน่อย วันนั้นผมก็นอนอยู่ใกล้ๆ นั่นแหละครับ บางวันก็นอนในรถ ขนาดบ้านตัวเองนะ

แต่เห็นในเพจบอกว่าน้องแจ้งความ เขาบอกว่าเขาไม่ได้ส่งข้อมูลไป ผมก็เลยอยากให้มันจบ ก็น่าจะเป็นฝั่งเขาแหละครับ ผมก็ไม่มีอะไร ไม่ได้ทำอะไร ตามคลิปเหมือนคนทะเลาะกันธรรมดา ไม่ได้ทำร้ายเขา จังหวะที่มันโดนอาจจะแขนช้ำ อันนี้มัน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะผมจับเขาไว้ เขาก็พยายามกอด ดิ้น ฟัดเหวี่ยง แต่ที่ตาผมไม่รู้ไปโดนอะไรตอนไหน ผมก็แค่จับ ไม่รู้โดนตาได้ยังไง แต่ที่ปาก ภาพที่เขาเอามาลงมันคนละอย่าง คนละเรื่องราว ไม่ใช่วันเดียวกันที่เดียวกัน 

ถามว่าต้องเลิกกันเด็ดขาดไหม ผมไม่รู้ว่าเขาต้องการยังไง เขายังไม่ได้คุยกับผม โทรมาเมื่อ 1-2 ชม. ที่แล้ว บอกว่าหนูไม่ได้ทำนะ เพราะทุกครั้งที่โทรมาเขาของ้อผมและขอคืนดีทุกครั้งครับ”

กับประเด็นว่าพอเป็นแบบนี้คนก็หาว่าทำร้ายเขา ครูไพบูลย์ตอบว่า “ใช่ๆ ถูกต้อง ถามว่าจะบอกทุกคนว่ายังไง มันก็บอกได้ว่าก็ไม่ได้ทำแหละครับ ดูในคลิปผมก็พยายามควบคุมเขา เขาคลุ้มคลั่งโวยวาย ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ที่จริงผมเป็นคนเซฟเรื่องนี้อยู่แล้ว นี่เป็นเงื่อนไขแรกก่อนที่เราจะคบกัน 

เพราะเขาเคยมีประวัติทำร้ายร่างกายตัวเอง เคยกินยาซึมเศร้า แพนิก ผมเลยบอกว่าก่อนคบกันขอได้มั้ย น้องเลิกกินยาและไม่ต้องเป็น เราเปลี่ยนมายด์เซตได้นะ เดี๋ยวพี่ช่วย เขาก็บอกว่าโอเค หนูไม่เป็นแล้ว ก็ไม่เป็นอยู่พักนึง แต่พอน้องเมา น้องไม่มีสติ น้องก็เป็นแบบนี้ ผมเลยบอกว่าโอเคถ้าเป็นแบบนี้ทุกครั้ง เราเลิกกัน ถามว่าคบกันนานหรือยัง ปีกว่าแล้วครับ แต่เพิ่งอยู่ด้วยกันมา 5-6 เดือนครับ 

ถามว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ใช่ไหม ครูไพบูลย์ตอบว่า “ใช่ครับ พอเกิดทุกครั้ง ผมก็บอกว่านี่คือเงื่อนไขแรก ถ้าผิดเงื่อนไขที่เราตั้งไว้คือเลิก เพราะไม่อยากเกิดความรุนแรง ไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากมีดราม่า ผมพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด แต่มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว มันบ่อยมาก แล้ววันนี้อยู่ดีๆ เขาก็ปล่อยคลิปปล่อยภาพ ไปออกข่าว ไปให้ทนายแจ้งความ ผมเลยรู้สึกว่าโอเค ผมต้องปกป้องตัวเอง พูดไปตามความเป็นจริง เราไม่แก้ตัว เราให้เห็นตามภาพที่เห็นแค่นั้นครับ”

กับคำถามว่าแล้วทำไมเขาถึงมีอาการแบบนี้ ครูไพบูลย์บอกว่า “เขาน่าจะเมาด้วยครับวันนั้น ต้องดูในคลิป มันมีคลิปนึงที่เขาพยายามเข้าห้อง ปกติห้องมันเข้าได้ แต่เหมือนเขาเมาแล้วเขาเข้าไม่ได้ แล้วเขาใช้กุญแจงัด เพราะมันเป็นระบบสแกน ใช้คีย์การ์ด เขาบอกว่าผมล็อก ผมบอกไม่มีที่ล็อกเพราะเข้ามามันล็อกอัตโนมัติอยู่แล้ว คุณมีคีย์การ์ดก็เข้าได้เลยเหมือนทุกครั้ง 

คลิปนี้ผมไม่ได้ทำร้ายเขาเลย ที่ผ่านมาผมก็ประคองไม่ให้เกิดความรุนแรงตลอด ผมก็อยากให้มันจบ ผมก็คุยกับเขาว่าอยากให้จบ อย่าทำร้ายกันเลย ถามว่าเป็นเพราะเขาง้อไม่สำเร็จเลยปล่อยคลิปหรือเปล่า ยังไม่ได้คุยกันครับ มีแต่ผมทักไปหาเขาเมื่อคืน เขาอ่านเฉยๆ แต่เขาไม่ได้ตอบอะไร”

...

ถามว่าอยากฝากอะไรถึงเขา ครูไพบูลย์กล่าวว่า “ก็อยากบอกน้องว่าเรามาช่วยแก้ไขปัญหากัน เพราะประเด็นเกิดขึ้นแล้ว คนแบ่งเป็นสองฝ่าย เกิดการด่าทอ โดยเฉพาะด่าผมไปแล้ว แต่ผมไม่อยากไปต่อ ไม่อยากให้น้องต้องได้รับผลกระทบ ผมไม่มีอะไรต้องเสียครับ ผมอยู่กับโซเชียล ผมรู้ว่ามันเกิดขึ้นยังไง ทิศทางมันเป็นยังไง ผมเป็นห่วงแค่น้องว่าเรามาช่วยแก้ไขกันก่อน

แต่เห็นน้องโทรมาบอกว่าบอกเพจไปลบแล้วแหละ แต่ข่าวก็ยังไปต่อ ผมก็พยายามบอกว่าอยากให้มันจบแค่นี้ ไม่ต้องไปต่อแล้วครับ ผมก็แคร์เขาตรงที่ว่าเขาไม่อยากออกสื่อ หรือถ้าเขาอยากออก เราก็มาแก้ไขด้วยกันข้างหน้าสื่อว่าเป็นเรื่องของเราสองคน เราทะเลาะกันเข้าใจผิดกันก็จบครับ”

ถามว่าจะฝากอะไรถึงชาวเน็ตที่ฟังความแล้วรีบตัดสิน ครูไพบูลย์ตอบว่า “ไม่เป็นไรครับ ขอโทษครับที่ทำให้มันมีเรื่องที่ทุกคนไม่ได้หลับได้นอนกัน สำหรับชาวอยากรู้เรื่องคนอื่นทั้งหลาย (หัวเราะ) แต่ผมก็พยายามทำให้ดีที่สุดแล้วครับ ไม่ให้มันเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ถ้าส่วนใดที่ผมผิด ผมก็ยอมรับผิด ส่วนไหนที่ไม่ได้ทำ ผมก็บอกไปตามสิ่งที่เห็นและเกิดขึ้น ไม่อยากทำร้ายใคร โต้เถียงหรืออยากดัง เพราะผมไม่อยากดังแล้ว”

...

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม