ก่อนหน้านี้กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่ากลางดึกในแวดวงอาหารเสริม เมื่อนักธุรกิจสาว เมย์ วาสนา อินทะแสง ได้ออกมาโพสต์ข้อความ หลังมีคลิปของอินฟลูเอ็นเซอร์คนหนึ่ง เอาสินค้ามาเทียบกันเพื่อทำรีวิว และด้อยค่าสินค้าอีกแบรนด์ด้วยการโยนทิ้ง พร้อมปักตะกร้าสินค้าที่ไม่ได้โยนทิ้งให้คนกดซื้อ 

ซึ่ง เมย์ เห็นคลิปแล้ว ก็ได้โพสต์ข้อความว่า “เมย์ไม่สนับสนุนการทำธุรกิจ ทำแบรนด์ ทำรีวิว ทำร้ายคนอื่นแบบ #ไร้จริยธรรม “ปักตะกร้า จขบ. คอมเมนต์ขอบคุณ” 🙄 เรื่องนี้จะต้องถึงที่สุด!! และ เลิก educate ตลาดที่ว่า ใส่เยอะ = ดี🚫 No” จากนั้นเจ้าของคลิปดังกล่าวก็ได้ลบคลิปออกไปพร้อมกับปิดคอมเมนต์

ล่าสุดได้เจอ เมย์ วาสนา ในงาน "BioActive+ Gluta Land" ที่ EveandBoy The Underground, Siam Square One เจ้าตัวก็ได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ พร้อมกับบอกว่า ไม่สนับสนุนการด้อยค่าผลิตภัณฑ์ของคนอื่น และเรื่องนี้ได้เข้าไปอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายแล้ว ที่ต้องการฟ้องเพราะไม่อยากให้อินฟลูเอ็นเซอร์คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง พร้อมยืนยันไม่เคยรู้จักอินฟลูฯ เจ้าของคลิป และเจ้าของแบรนด์ในคลิปแต่อย่างใด 

...

โพสต์ล่าสุด?

"โอเค จุดเริ่มต้นมันก็เกิดจากมันมีอินฟลูเอ็นเซอร์ท่านหนึ่ง ลงคลิปในติ๊กต็อกน่าจะได้เห็นกันบ้างแล้วนะคะ จุดเริ่มต้นที่คลิปนั้นลงไป ก็มีคนส่งมาให้เยอะ ส่วนตัวเองอ่ะที่ออกมาโพสต์ ไม่ได้แค่ตัวเองนะคะ ในฐานะแบรนด์แน่นอนมันก็คงเป็นเรียกว่าตัวเองไม่สนับสนุนในการด้อยค่าผลิตภัณฑ์ ไม่สนับสนุนในการที่อินฟลูเอ็นเซอร์ KOL ต่างๆ ที่จะได้รับรีวิวฟรีหรือจ้างก็ตามแต่ ไม่ควรจะทำรีวิวในลักษณะนี้ 

ในส่วนตัวของเมย์เองเนี่ย รวมถึงเราไม่อยากให้ ไม่ใช่แค่ตัวเองอ่ะค่ะ คือแทนเป็นกระบอกเสียง สมมุติแบรนด์นี้มันเกิดจากแบรนด์เล็กๆ แบรนด์ SME กระบอกเสียงมันก็คงไม่มากพอ แล้วถ้ามันปล่อยไปอ่ะมันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งเมย์รู้สึกว่าการด้อยค่าโยนผลิตภัณฑ์คนอื่นทิ้ง บลัฟต่างๆ เลิกกินสิ่งนี้ เลิกเถอะกับความไม่จริงใจ คือทุกอย่างมันเป็นการตลาดเชิงลบ มันเป็นการตลาดขัดแย้งเชิงไม่สร้างสรรค์

ถ้าทุกคนเห็นทุกคนก็คงรู้ว่า อันนี้คือจุดเป้าหมาย ทีนี้ในส่วนของที่เมย์พูดถึงเจ้าของแบรนด์ โอเค คุณคอมเมนต์เนอะ โอเคอาจจะแบบขอบคุณ เข้าใจ ได้แต่พอมันเกิดการแชร์ รีโพสต์ เมย์รู้สึกว่า แปลว่ามันทำให้เราคิดได้ว่าสิ่งนี้คือการสนับสนุน เห็นด้วยหรือเปล่า โอเคมั้ย อันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่ว่าพอมันแชร์มันเลยทำให้รู้สึกว่า เค้าเป็นพันธมิตรกับสิ่งนี้ และที่สำคัญคือมันปักตะกร้า แปลว่ามันคือธุรกิจแล้ว

ก็เลยรู้สึกว่ามันคือจริยธรรมทางธุรกิจ ที่เรารู้สึกว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย และในสังคมเราวงการอินฟลูเอ็นเซอร์ไม่ว่าจะรีวิวอะไรก็ตามแต่ เรามีสิทธิ์เปรียบเทียบ เปรียบเทียบได้เลย แต่ไม่ควรจะด้อยค่าผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเป็นสิ่งของหรือใดๆ ก็ตามแต่ เมย์ว่ามันเป็นการไม่ให้เกียรตินะคะ ส่วนตัวก็แบบมีสินค้าไปต่อไม่ได้ไปต่อมันคือเพอร์ซันแนล เราสามารถแสดงความคิดเห็นได้ค่ะ"

เคยรู้จักอินฟลูฯ คนนี้มาก่อนไหม?

"ไม่เคยรู้จัก ทั้งเจ้าของแบรนด์ อินฟลูเอ็นเซอร์ไม่ได้รู้จักกันเป็นส่วนตัวนะคะ แต่ก็เห็นว่าเค้าลบคลิปแล้ว แต่มันคือดิจิทัลฟุตพรินต์น่ะมันเต็มไปหมดเลย ลบไปพวกพี่ก็เห็นใช่ปะล่ะ"

เห็นข้อความไหนที่รู้สึกว่าเขาพาดพิงถึงเรา?

"จริงๆ เมย์ไม่อยากจะพาดพิงเนาะ เพราะจุดหมายปลายทางเป้าประสงค์อะถ้ารู้จักเมย์นะเรื่องมันร้อยแปดพันเรื่องมาก ในชีวิตไม่ชอบเลยเรื่องดราม่า แต่ถ้าเมย์ไม่เป็นกระบอกเสียงครั้งนี้ จริงๆเหตุการณ์มันเคยมีนะคะ แต่คนที่ออกมาพูดอ่ะมันไม่ได้มีเสียงเพียงพอ ที่อยากจะยกระดับอุตสาหกรรมของพวกเราให้มันดีขึ้น เพราะฉะนั้นเนี่ยนี่คือเป้าหมายปลายทางส่วนการที่จะมาพูดถึงหนึ่งสองสามประเด็น เราโฟกัสที่ประเด็นนี้อันอื่นมันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเมย์เลย เมย์ก็เลยรู้สึกไม่อยากจะกล่าวหรือพาดพิงที่ไม่ใช่เรื่องของตนเอง"

"ตัวคุณอินฟลูเอ็นเซอร์ได้ติดต่อเข้ามาทุกช่องทางเลยเพื่อเข้ามาขอโทษ ก็เห็นข้อความในความเจตนานะคะ มีลง เห็นแล้วในติ๊กต็อกนะคะ ว่ามีการขอโทษ แล้วก็มีทักข้อความมาหลายช่องทาง ก็เห็นแล้วนะคะ"

...

ได้ตอบกลับไหม?

"ตอบไปจริงๆ ก็ตอบเหมือนรับทราบข้อความ (ในข้อความเขาเขียนยังไงบ้าง?) ไม่ได้ตั้งใจและเจตนา มันไม่ใช่ไลฟ์อะค่ะ ส่วนตัวว่ามันคือคลิปวิดีโอ แต่คลิปมันคือเหมือนถูกการทบทวน ถูกการตัดต่อมาแล้ว 

รู้สึกว่ามันเกิดแล้วละกัน เมย์ไม่แน่ใจว่าจะจงใจหรือไม่จงใจ แต่เมย์รู้สึกว่าเหตุมันเกิดขึ้นมาแล้ว แล้วมันก็เป็นดิจิทัลฟุตพรินต์แล้ว และก็ในวงการก็ต้องกลายเป็นที่พูดถึงเต็มไปหมดเลย"

หลายคนมองว่าเมย์เองมีปัญหากับเจ้าของแบรนด์?

"ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเจอหน้ากัน ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวรู้ว่าเขาชื่อคนนี้ แต่ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยมีประเด็นกันด้วย"

กับข่าวที่ออกมาเคยมีปัญหากันเรื่องธุรกิจ?

"โนค่ะ เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ระหว่างลูกค้าของโรงงาน เมย์ผลิตแบรนด์ประมาณ 3,000 กว่าแบรนด์เนอะ ก็จะมีลูกค้าผลิตที่โรงงานค่ะ เขาเป็นเพื่อนของลูกค้าที่เป็นเพื่อนด้วย ที่โรงงานรู้ว่ามีประเด็นกันแต่เขาก็จบกันไป 4 ปีแล้ว ไม่มีใครแพ้ชนะก็คือเหมือนถอยกันคนละก้าว แล้วก็จบกันแบบเรียบร้อย ก็เป็นการไกล่เกลี่ยกัน"

งงไหม มันเป็นเรื่องของลูกค้ากับเพื่อนเขา แต่เอามารวมเคสเรา?

"จริงๆ มันคนละทาง คนละเรื่อง งงมาก ก็งงค่ะแต่ก็ไม่รู้ประเด็นนี้มันมายังไง ก็อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณเนาะ คนก็อาจจะพูดถึงมันก็มันคนละเรื่องอะ โฟกัสที่อะไร เมย์โฟกัสที่คลิป KOL อินฟลูเอ็นเซอร์และการรีโพสต์ การคอมเมนต์ที่เรารู้สึกว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ 

เอาตรงๆ นะสมมุติเราลองนึกภาพว่าเราเป็นเจ้าของแบรนด์ที่ SME แล้วเงินทั้งหมดในชีวิต ฉันตั้งใจทำสิ่งนี้มามากๆ คุณยังไม่ได้ลองผลิตภัณฑ์อันอื่นเลย แต่มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เค้าอาจจะเจ๊งไปเลยก็ได้นะ แล้วผู้ประกอบการที่ไม่มีโอกาสได้มีมาพูดอ่ะ เมย์ว่าไม่ควรเกิด"

...

ประเด็นนี้มันสร้างความเสียหายให้แบรนด์เรายังไงบ้าง?

"แน่นอนค่ะ มันเสียหายอยู่แล้ว เอาง่ายๆ แบรนด์เราเป็นแบรนด์นิวซีแลนด์ เป็นแบรนด์โกลบอลเรามีพาร์ทเนอร์ พาร์ทเนอร์ยังงงเลย พาร์ทเนอร์ทำธุรกิจมา 40 ปี ก็มันกระทบอยู่แล้ว เพราะว่าการที่ KOL ท่านนึงพูดให้ข้อมูลมันคือการเอดูเคทแล้วก็พูดในมุมมองของน้อง 

ส่วนหนึ่งสำคัญคือเราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เราเลี่ยงไม่ได้ เวลากดในตะกร้าเราก็ได้ผลประโยชน์ถูกไหมคะ แต่เวลาเกิดความเสียหายเชิงกว้าง มันก็ต้องตามกระบวนการ"

"สุดท้ายผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสิน ว่ารักหรือชอบและได้ผลลัพธ์สิ่งใด เรามีหน้าที่ยกระดับผลิตภัณฑ์ผลิตสินค้าให้ดี ให้กับผู้บริโภค แต่ตัวเราไม่ควรจะลดคุณค่าแบรนด์อื่น" 

จะจัดการเรื่องนี้ยังไงหลังจากนี้?

"ก็ต้องกฎหมายเพราะว่าเหตุมันเกิดไปแล้ว และเมย์เองไม่ได้เป็นคนตัดสินใจคนเดียว เรามีบอร์ด บอร์ดนิวซีแลนด์บอร์ดในทีมเขาก็ลงความเห็นกันว่า มันกระทบนะคะ อย่างอย่างที่บอกว่าแวลูของบริษัทแบรนดิ้งไม่ใช่แค่ประเทศไทย มันคือโกลบอล และสิ่งนี้มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้นเนี่ยเมย์ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว แต่การตัดสินใจของบอร์ดเนี่ยก็คือเป็นกระบวนการทางกฎหมาย"

จะมีโอกาสดำเนินคดีกับคนที่โพสต์ทั้งคู่ไหม?

"มันยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายอยู่ค่ะ และเรื่องมันเพิ่งเกิดเนอะ อินฟลูเอ็นเซอร์ยังไงคงต้องดำเนินกระบวนการ ส่วนอีกท่านนึงก็ถ้ามีอะไรที่เป็นผลกระทบเชิงลบ ก็ทำไปตามกระบวนการ แต่ถ้าไม่มีอะไร ก็ไม่น่ามีอะไรกังวล

เมย์ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้มันเกิดอีก ไม่อยากให้อินฟลูฯ น้องเจนใหม่ทำบ้าง ทำแล้วลบ ไม่เกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวก็มีคนทำอีก"

...

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม