หลังจากที่ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์เรื่องความรักว่าตอนนี้ไม่โสดแล้ว เรียกแฟนได้เต็มปาก ไม่ได้ปิด ถึงเวลาเดี๋ยวก็เปิดตัว งานนี้อดีตภรรยาอย่างนักแสดงสาว ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ ก็ถูกจับตามองอีกครั้งว่าเจ้าตัวจะว่าไง
ล่าสุดนักข่าวได้เจอ ต่าย ชุติมา มาร่วมงาน “IB Tea Tree x Cica Calming Soothing Gel” ณ วารีน่า สตูดิโอ รามอินทรา 62 เลยสอบถามถึงเรื่องนี้ แต่งานนี้ก็มีเซอร์ไพรส์ เพราะเจ้าตัวก็บอกว่าตอนนี้หัวใจไม่ว่างเช่นกันเพราะมีคนรู้ใจแล้ว วาเลนไทน์ไม่เหงามา 6 ปีแล้วจ้า และแว่วมาว่าหนุ่มคนนี้อายุมากกว่า 5 ปี เป็นนักลงทุนเทรดหุ้นด้วย
วาเลนไทน์ปีนี้ไปไหน?
“ไปทริปต่างจังหวัดค่ะ (ยิ้ม) ก็มีคนพาไป แต่ว่าลูกไปด้วย (แสดงว่าไม่เหงาแล้ว?) จริงๆ ไม่เหงามานานแล้ว แต่ว่าไม่มีใครถาม (ยิ้ม) ก็แฟนใหม่ค่ะ เขาเป็นคนธรรมดานี่แหละที่เข้าใจเราและเราเข้าใจเขา เป็นคนนอกวงการค่ะ คบมาก็นานแล้ว นี่ก็จะฉลองวันวาเลนไทน์ปีที่ 6 แล้ว แต่ไม่ได้บอก”
...
ปีที่แล้วไปออกงานกับลูกก็ไม่ได้บอกเลย?
“คือเรารู้สึกว่าถ้าสถานการณ์มันยังไม่ชัวร์ เราก็เก็บไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวเราจะหน้าแตกเอง (อะไรคือความชัวร์สำหรับเราในตอนนี้?) มันก็นานแล้วนะ มันก็ออนๆ ออฟๆ แต่สุดท้ายแล้วก็คือมีความเข้าใจกัน เขาก็เป็นทุกโมเมนต์ให้เราได้ ทั้งเป็นเพื่อน มีความเป็นผู้ใหญ่ปรึกษาได้ ถามว่าอะไรที่เขาตอบโจทย์เรา เขามีความเข้าใจสูง เป็นคนใจดี อารมณ์เย็น ใจดีกับลูกเราด้วย”
ปีนี้จะได้เห็นภาพเขาไหม?
“ไม่มี (หัวเราะ) ไม่หรอก ก็เกรงใจเขาด้วย เขาเป็นอินโทรเวิร์ต เรารู้ว่าเขาน่าจะไม่ชอบ ก็เลยไม่ได้ลงอะไร เขาโอเค แต่เราบางทีอาจจะงงๆ นิดนึง เหมือนเราเคยคบคนที่แบบเปิด แต่อันนี้ก็รู้สึกว่า เอ๊ะ อันนี้คือใช่หรือเปล่านะ (หัวเราะ)”
ที่บอกว่าออนๆ ออฟๆ มันคือยังไง?
“มันก็มีช่วงที่เบรกความสัมพันธ์ไปค่ะ แล้วก็กลับมาคุยกันใหม่หลายรอบ”
อะไรที่ทำให้มั่นใจว่าครั้งนี้ชัวร์แน่ๆ?
“ก็รู้สึกว่ามันก็มีความพัฒนาหลายๆ ด้าน เขาก็ดูแลเราดีขึ้น ไม่ได้เผลอพูดว่าเป็นแฟน เราก็ลงไอจี แต่แค่ว่าไม่ได้ลงว่าเป็นใคร เหมือนเราไปฉลองวาเลนไทน์ เราก็ลงฉลองวาเลนไทน์ แต่ลงเราคนเดียว เราคงไม่ไปทานข้าวคนเดียววาเลนไทน์ใช่ป่ะ (หัวเราะ)”
แสดงว่าที่ผ่านมา 6 ปี เราไม่เหงาเลย?
“ก็ถ้าช่วงออฟก็เหงา ก็มีช่วงสั้น ช่วงยาวๆ แต่ไม่อยากพูดเยอะ ไม่อยากให้กระทบกระเทือนจิตใจ ก็มีความสุข รู้สึกว่าความรักที่ดีมันต้องประมาณนี้แหละ”
ยังคาดหวังโมเมนต์ขอแต่งงานอยู่ไหม?
“จริงๆ เขาเคยขอแล้วที่เคยออกข่าวไปตอนนั้น แต่ก็รู้สึกเป็นความผิดเราด้วยที่ ณ ตอนนั้นเราก็แบบอาจจะยังนะ แต่กลายเป็นแบบจะยังทำไมตอนนั้นน่ะ (ทำท่ากัดฟันพูด) ตอนนี้ก็เหมือนดูๆ กัน ศึกษากันไปเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่าไม่รีบเนอะ แต่ว่าทุกวันนี้มันดีอยู่แล้ว เขาดูแลเราดีมากกว่าคู่แต่งงานอื่นๆ อีก”
ถ้าเขามาขอล่ะ?
“อุ๊ย มันก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ เดี๋ยวเขากดดัน (ถ้าเขาขอ เสียงในหัวจะตอบว่าอะไร?) อ๋อ แต่งค่ะ แต่เขาไม่ขอไง (หัวเราะ)”
แล้วน้องพิพิมว่าไง เขาเข้ากับลูกเราได้ไหม?
“พิพิมก็ชอบค่ะ ใจดี น่ารัก เขาก็สปอยล์เราทั้งคู่ ก็ชนะใจ เขาใจดี ตามใจ มีขอบเขตแต่ตามใจซะส่วนใหญ่”
...
ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะมีเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน จะพูดอะไรก่อนไหม?
“ไม่ เรารู้ว่าเขาไม่รีบ ทุกวันนี้เรารู้สึกว่ามันดีมากๆ แล้ว เราไม่รีบเพราะว่าเราก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ที่รู้สึกว่าการแต่งงานอาจจะไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่ก็เป็นคนชอบโมเมนต์หวานๆ โรแมนติก ไม่อยากพูดเยอะ เดี๋ยวเขากดดัน แต่ไม่ต้องกลัวเหมือนครั้งที่แล้วว่าจะปฏิเสธ ไม่ต้องมีปมอะไรทั้งนั้น (หัวเราะ)”
ขออนุญาตถามถึง ทิม พิธา พอเขามีข่าวเรื่องความรัก คนก็โยงถึงต่าย รู้สึกยังไงบ้าง?
“ก็รู้สึกว่าทีเราทำไมไม่ไปโยงถึงเขาบ้าง ทำไมเราต้องโดนโยงอยู่คนเดียว (หัวเราะ) ก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็รู้สึกว่าจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา แต่เราก็ห่วงในสถานะว่าเขาจะต้องมาใกล้ชิดลูกเรามากกว่า
กับลูกเราก็คุยกับเขาทุกเรื่อง เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขาที่เราสามารถแชร์ความรู้สึก แชร์อะไรทุกอย่างกับเขาได้ ก็เลยรู้สึกว่าลูกก็มีความเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจเราด้วยว่าสถานการณ์มันเป็นยังไง เกิดอะไรขึ้น แล้ววิถีชีวิตธรรมชาติของคนที่จะต้องดำเนินมูฟออนไปข้างหน้ามันเป็นยังไง”
แสดงว่าเขาเข้าใจทั้งพ่อและแม่ที่จะมีคนใหม่?
“ใช่ เขาเข้าใจ แค่ขอให้พูดกับเขาตรงๆ ไม่ต้องหลอกว่าเป็นเพื่อน อย่างตอนที่ออนๆ ออฟๆ ก็จะไม่ค่อยให้เจอลูก ก็รู้สึกว่าให้ชัวร์ก่อน“
...
ได้คุยกับอดีตสามีเรื่องนี้มั้ยว่าถ้าไม่มั่นใจ ยังไม่อยากให้เจอลูก?
“ไม่ เราไปแนะนำอะไรเขาได้ล่ะ (หัวเราะ) แต่ก็ยังช่วยกันดูลูกเหมือนเดิม”
ข่าวฝั่งโน้นกระหึ่มเลย เราได้ติดตามบ้างไหม?
“ก็เห็นค่ะ ไม่เห็นไม่ได้เนอะ (หัวเราะ) ก็ยินดีอยู่แล้ว ยินดีกับเขา เราก็ถามลูกว่าเป็นใครเหรอ (หัวเราะ) เพราะเราก็คุยกับลูกทุกเรื่องไง ลูกก็รู้พร้อมเรา ก็ดี เรารู้ว่านิสัยเขาเป็นไง มีก็ดี แต่ก็ถามลูก ลูกก็บอกว่ายังไม่รู้ ลูกก็รู้พร้อมข่าว (ยิ้ม)”
เรื่องที่น้องพิพิมไปเรียนที่ต่างประเทศ เราจะไปด้วยไหม?
“ก็ให้ไปทดลองประมาณ 5 เดือน คือยังไม่ได้จะให้ไปเรียนต่อ ณ ตอนนี้ค่ะ แต่เหมือนมีการคุยกับลูกว่าอยากไปใช่ไหม เราก็ไม่อยากไปห้าม เพราะจริงๆ รู้สึกว่าเด็กไป แต่พอเขามาขอ ก็ลองให้ไปสั้นๆ เราก็โอเค อนุญาตให้ไป แต่จริงๆ อยากให้รอโตกว่านี้ อยากให้มีความคิดในการตัดสินใจอะไรได้มากกว่านี้ด้วย
แล้วด้วยวัยตอนนี้มันเป็นวัยที่ใกล้ชิดพ่อแม่ แต่ถ้าต้องห่างไป ก็กลัวว่าจะทำให้ต้องห่างกัน แต่ถ้าเกิดวัยที่เขาโตพอประมาณแล้ว ที่เขาเหมือนจะไปติดเพื่อนแล้ว ก็เป็นเรื่องของเขาว่าเขาจะตัดสินใจไปผจญภัยโลกกว้างอะไรก็โอเค (ไม่ได้ไปอยู่ด้วยใช่ไหม?) เดี๋ยวไปเยี่ยมค่ะ เขาจะมีเบรกนิดนึง 10 วัน ก็คือจะพาเขาเที่ยว”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม