กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่ากลางดึกสำหรับแวดวงอาหารเสริม เมื่อนักธุรกิจสาว เมย์ วาสนา อินทะแสง โพสต์ข้อความเดือดในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เมย์ไม่สนับสนุนการทำธุรกิจ ทำแบรนด์ ทำรีวิว ทำร้ายคนอื่นแบบ #ไร้จริยธรรม “ปักตะกร้า จขบ. คอมเมนต์ขอบคุณ” 🙄 เรื่องนี้จะต้องถึงที่สุด!! และ เลิก educate ตลาดทีว่า ใส่เยอะ = ดี🚫 No”
จากนั้นนางร้าย-พิธีกรสาว หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ ก็แชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “ในฐานะที่หนิงเป็นทั้ง พรีเซนเตอร์ เป็นทั้งอินฟลู และทำแบรนด์ หนิงไม่สนับสนุนเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ เราควรตั้งใจนำเสนอสินค้าของเรา เรามีสิทธิ์บอกประโยชน์ของสินค้าเรา เรามีสิทธิ์บอกคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับ แต่เราไม่ควรเอาแบรนด์ของคนอื่นมาทำแบบนี้ มันไม่ใช่การตลาดที่มีความคิด มันไม่ใช่การตลาดที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมคนทำแบรนด์ด้วยกันเลย น่าเสียดาย น่าผิดหวัง”
...
โดยหลังจากที่ทั้งคู่โพสต์ได้ก็มีชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นมากมาย และหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะหมายถึงคลิปที่อินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งทำคลิปรีวิวคอลลาเจน โดยขึ้นข้อความในคลิปว่า “เลิกกันเถอะ คอลลาเจนที่ไม่จริงใจ” และมีการหยิบคอลลาเจนแบรนด์ของเมย์มาถือเปรียบเทียบเรื่องปริมาณและส่วนผสมกับแบรนด์ที่ตัวเองรีวิว ก่อนจะโยนสินค้าของเมย์ทิ้ง และอวยสินค้าแบรนด์ที่ตัวเองกำลังรีวิว
แต่ที่พีกกว่านั้นคือ อูน ชนิสรา นักธุรกิจ-นักร้องสาวเจ้าของเพลงดัง "เฮอร์ไมโอน้อง" ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ที่อินฟลูฯ รายนี้รีวิว คอมเมนต์ขอบคุณและรีโพสต์คลิปด้วย จนทำให้เกิดกระแสดราม่าวิจารณ์หนักมาก
ล่าสุด อูน ชนิสรา เคลื่อนไหวถึงประเด็นนี้แล้ว โพสต์ข้อความชี้แจงในมุมของตนอย่างละเอียด โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อ ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
“เรื่อง”จริยธรรม“ในการทำงาน และความ #ไร้จริยธรรม
1. จริยธรรมในการทำแบรนด์สินค้า
สำหรับเรามองว่าการที่แบรนด์ใส่อะไรเยอะไปไม่ดี overdose ไม่ควรอันนี้เห็นด้วย แต่การใส่สารดีๆ เยอะๆ ตามงานวิจัย ในราคาที่เหมาะสม ดีมากๆ ค่ะ งงว่าเอามาเป็นประเด็นได้ไง งานวิจัยก็มีโต้งๆ
ผู้บริโภคเลือกแบรนด์ได้ว่าอยากได้สินค้าที่โฟกัสอะไร แบรนด์เราก็ชัดเจนว่าเป็นเรื่องสารสกัดและ trademark จริง ที่ใส่ถึงตามที่เคลมจริง ไม่ผสมสารเจ้าอื่น เลือกหน้าตาซองรูปแบบการกินไปตามการเห็นผลลัพธ์ของสารสกัด พูดชัดเจนทุกครั้งที่สื่อสาร
ที่บอกว่าให้หยุด educate สักทีว่าใส่เยอะ = ดี ...คือใส่เยอะถ้าตามงานวิจัย ไม่ดีตรงไหนคะ คนทำแบรนด์ควรรู้ข้อมูลและอธิบายชัดเจนได้ในสิ่งที่ตัวเองทำ ทำไมถึงต้องไม่บอกลูกค้าตามจริงว่าเราควรกินอะไรยังไง?
...
ส่วนผสมคอลลาเจนแต่ละเจ้าปกติยืนพื้นที่คอลลาเจนกันอยู่แล้ว เสริมอะไรเข้าไปก็ตามที่แบรนด์เชื่อว่าเวิร์ก อย่างเราชอบไฮยามากก็ใส่ แบรนด์มีหน้าที่บอกว่าในสูตรมีอะไรบ้าง ใส่เท่าไหร่ ลูกค้าชอบอะไรก็ซื้ออันนั้น
ข้อมูลทุกอย่างที่แจ้งลูกค้าควรเป็นไปตามงานวิจัย ไม่ใช่ ai เพราะ ai ความน่าเชื่อถือไม่สูง แต่ถ้าแบรนด์ใส่อะไรชัดเจนแบบตรวจสอบได้และลูกค้าสามารถใช้ ai เป็นอุปกรณ์เสริมที่ให้คำตอบไวสุด อย่างน้อยถ่ายรูปเช็ก ก็ได้ข้อมูลสรุปคร่าวๆ แล้วนำไปสู่การอ่านงานวิจัยต่อได้ค่ะ ถ้าลูกค้าอยากได้ paper งานวิจัยใดๆ เค้ามาขอแบรนด์ได้เสมอ
2. จริยธรรมในการทำธุรกิจ
เราก็ไม่สนับสนุนการทำธุรกิจแบบทำร้ายคนอื่นค่ะ พาร์ตธุรกิจเท่าที่ทำงานมาก็ไม่มีอะไรที่เอาเปรียบใคร เอาแค่พื้นฐานเลยคือการละเมิดเครื่องหมายการค้า เราเองก็ไม่สนับสนุนการผลิตสินค้าใต้เครื่องหมายการค้าคนอื่นเหมือนกันค่ะ
ถ้าจำได้ GlassyX เคยมีเคสที่ ณ ตอนนั้นขึ้นศาลกันเรียบร้อย ไกล่เกลี่ยยอมความโดยทางแบรนด์ที่คุณผลิตให้ (ซึ่งฟ้องเราก่อนด้วยเพราะเราออกมาพูดว่าเครื่องหมายการค้ามันเหมือนกัน) เค้าก็ลงจดหมายขอโทษเราแล้ว
ตัวแทนแบรนด์ด่าเราเสียหายในคอนเทนต์ จนขึ้นศาลอีกรอบ เค้าแพ้คดี ตอนนี้ยังจ่ายชดเชยเราไม่หมดเลย นี่ก็ไม่ทวงเพราะเค้าก็บ่นอะไรมามากมายว่าลำบาก ซึ่งผู้ผลิตสินค้าในตอนนั้นคือคุณ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ว่าอะไร ให้มันผ่านไป แต่พอมาพูดเรื่องจริยธรรมธุรกิจ อาจจะต้องลองดูสิ่งที่คุณทำไว้ค่ะ สำหรับเราเรื่องนี้ชัดเจน
3. จริยธรรมในการทำรีวิว และคอมเมนต์ “ขอบคุณมากๆ นะคะ”
ปกติเราไม่เคยบรีฟ ย้ำว่าไม่เคยแม้กระทั่งบรีฟหรือจ้างใครทำคลิปดิสเครดิตใคร และไม่เคยให้ข้อมูลสินค้าเทียบกับแบรนด์ใดๆ ค่ะ ในโซเชียลลูกค้าทำคลิป คนทำคลิปรีวิว ไม่ว่าจะชอบไม่ชอบสินค้า เทียบกับใครว่าอะไรดีกว่า ถ้าเราเห็นจะพิมพ์เมนท์ ขอบคุณมากๆ นะคะ และรีโพสต์ จะชอบสินค้าหรือไม่ชอบ รีวิวเทียบหลายเจ้าถ้าเห็นคลิปก็เมนต์
...
เข้าใจว่าเป็นคลิปเปรียบเทียบที่ทางคุณไม่โอเคมากๆ เราก็ยินดีลบคอมเมนต์ไป คลิปต้นทางที่เช็กล่าสุดก็น่าจะลบไปแล้ว ลองทักไปคุยกับเค้าดูได้ถ้าอยากพูดคุย ส่วนเรื่องคอมเมนต์เราเองจะระวังมากขึ้นในการคอมเมนต์ใต้คลิปใดๆ จากนี้ ขออภัยมา ณ ที่นี้ที่ทำให้ไม่สบายใจค่ะ
คือจากที่อยู่ในโลกโซเชียลมา อะไรที่เป็นสิทธิ์ของผู้บริโภคเราก็ให้เค้าทำไป แต่อะไรที่เกินเส้นกฎหมายก็ใช้กฎหมายช่วย ต่อให้บางคลิปเห็นแล้วเราสะเทือนใจ หรือแรงมาก และรู้ว่ามีเจตนาเชิงลบ เราก็มองข้ามไป ยกเว้นถ้ามีการนำเสนอให้เข้าใจผิดก็อธิบาย
สุดท้ายมองว่าวัดกันที่สินค้า อันไหนคนใช้แล้วชอบเดี๋ยวคุณภาพสินค้าจะตีความคอนเทนต์นั้นๆ เองว่ารีวิวนั้นถูกต้องตามจริงมั้ย คนดูน่าจะเป็นคนตัดสินได้ดีที่สุด ในมุมแบรนด์มองว่า สำคัญมากอีกอย่างคือไม่ใช้เงินจ้างให้คนทำรีวิวโดยบรีฟให้พูดถึงผลลัพธ์สินค้าที่เกินจริงกว่าที่เค้ารู้สึกเพื่อทำให้คนอยากได้ของ หรือใช้สินค้าจำนวนวันเยอะกว่าที่ใช้จริง และแบรนด์เองไม่ควรว่าจ้างให้เกิดคอนเทนต์โจมตีคู่แข่งในตลาด หรือใช้สื่อเพื่อขยายความโจมตีคู่แข่ง
ปล. มีพี่ๆ สื่อท่านไหน เพจไหน ที่ระบุชื่ออูนในคอนเทนต์ต้นทาง ขอตอบให้ตามนี้นะคะ ถ้าจะเอาข้อความไปฝากเอาไปให้ครบทั้งหมด ไม่ตัดท่อน แต่งเติม ขอบคุณมากๆ ค่า
เท่านี้ที่คิด
นอกนั้นก็แยกย้ายกันทำงานค่ะ”
...
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม