ปล่อยให้คนเข้าใจผิดอยู่นาน สำหรับประเด็นระหว่าง ปู กนกวรรณ กับ เด๋อ ดอกสะเดา หลังไม่มีภาพที่ ปู มาร่วมงานที่เพื่อนนักแสดงตลกจัดขึ้นเพื่อ เด๋อ ดอกสะเดา จนหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้น ปู ก็ได้โพสต์ว่า อยากจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ พี่อ้อย-พี่ฉอด ฟัง
จนกระทั่งในวันนั้น 10 ก.พ. 2569 ปู กนกวรรณ ได้มาอัดรายการ Club Friday Show เป็นครั้งแรก ซึ่งหลังจากเสร็จจากรายการ ปู ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก และเปิดใจเล่าอย่างหมดเปลือกว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่ง ปู บอกว่า ได้บอกเลิก เด๋อ ดอกสะเดา แล้ว หลังจับได้ว่า อาเด๋อมีโลก 2 ใบมานานกว่า 29 ปี และผู้หญิงคนนั้นมาก่อนปู และเขาได้พูดต่อหน้าขณะที่ อาเด๋อ นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยว่า “ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว”
“ปู เลิกกับเขาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. ปีที่แล้วค่ะ ถ้าตามเฟซบุ๊กปูนะคะ จะมีไทม์ไลน์บอกใบ้เป็นช่วงๆ สาเหตุที่ตัดสินใจเลิกราเพราะว่าไปเจอโลกอีกใบที่เขาซ่อนไว้ 29 ปีมาเฝ้าอยู่ ไปเจอที่ศูนย์ผู้ป่วยค่ะ ผู้หญิงคนนี้เขาวนเวียนมาอยู่ในชีวิตตั้งแต่ 29 ปีที่แล้ว เราก็จับได้ว่ามีพี่เด๋อมีคนนี้ ตอนนั้นจะเลิกแล้ว เพิ่งไปอัดรายการมาด้วยกันเลยนะคะ ตอนนั้นเป็นรายการ สี่ทุ่มสแควร์ กลับมายังหวานชื่นกันอยู่เลย เราก็เอ๊ะๆ แล้วก็ขับรถตามออกไป ไปเจอเขาจอดรถอยู่ข้างอพาร์ตเมนต์ของคนนี้ เราก็เลยโทรไปหาพี่เด๋อว่า จะกลับบ้านหรือจะเลิกกัน
...
พี่เด๋อเขาก็รีบกลับบ้าน ปูก็ถามว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เขาก็บอกว่าเป็นเด็กของตลกในคณะ เหมือนกับว่าเป็นเด็กของลูกน้องอย่างนี้ค่ะ มันไม่เมกเซนส์ เราก็บอกว่าไม่เอานะ เลิก ออกจากบ้านปูไปเลยนะ เพราะเขามาอยู่บ้านปูใช่มั้ย และเราเพิ่งหวานชื่นกันอยู่เลย กลับมาก็มีปัญหากัน เขาก็บอกว่า ไม่นะ โน่นนั่นนี่ ขอโทษและขอโอกาสเดี๋ยวผมไปเคลียร์ ปูก็จะเอายังไง รายการก็เพิ่งไปออก เพิ่งเปิดตัวคบกัน มันก็เลยให้โอกาสโดยปริยาย
ผู้หญิงคนนี้โทรมาตลอด แต่เราก็คิดในทางที่ดีว่า ถ้าพี่เขาไม่ไป เขาถึงโทรมา ถูกไหมคะ แต่ถ้าคนของเราไป มันก็จะไม่ต้องโทรตาม เขาก็โทรมาเรื่อยๆ จนทำลูกชิ้นมันก็มีถุงเบอร์บ้านติดอยู่ที่ลูกชิ้น เขาก็โทรมาบอกว่า ขอสายพี่เด๋อหน่อย ขอสายพี่เด๋อหน่อย เขาก็จะโทรตามแต่พี่เด๋อ เราก็เลยคิดมาตลอดว่า อ๋อ ขอโทษนะคะผิดถูกขอโทษด้วย คิดว่าเขาโทรมาขอตังค่ะ เพราะว่าเหมือนเราไปยุ่งกับผู้หญิงคนหนึ่งแล้วเอาชีวิตเขามาผูก แล้วก็ต้องรับผิดชอบคิดว่าเขาอาจมีความจำเป็นต้องใช้”
มีโอกาสเจอ และได้คุยกันตรงๆ ตามประสาผู้หญิงไหม?
“คุยโทรศัพท์ แต่ไม่ได้ชัดเจนว่าสถานะคุณเป็นอะไร เขาก็จะตามแต่พี่เด๋อค่ะ ขอสายพี่เด๋อหน่อยๆ บางทีเราพูดอะไรเขาก็จะไม่ค่อยตอบเราหรอกค่ะ เพราะเขาจะให้ตามพี่เด๋อมาคุย พี่เด๋อเขาก็ไม่คุย
ตอนท้องก็มีนะคะ ก็มีคุย แล้วมันจะมีคนพูดข้างๆ หูว่า ทางนี้ก็มีลูก หรือว่าเคยมีลูก อันนี้ปูไม่คอนเฟิร์มนะคะ แต่ปูได้ยินเรื่องลูกๆ แล้วตอนนั้นปูกำลังท้องอยู่ด้วย คือว่าผู้หญิงคนนี้ก็จะมาตลอดเลยๆ 2 ปีที่แล้วก็มาค่ะ โทรมาตอนเที่ยงคืน ใช้ไลน์โทร ตอนนั้นพี่เด๋อเข้าห้องน้ำ แล้วปูรับพอดีค่ะ ปูก็บอกว่า เที่ยงคืนตี 1 แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ เขาก็บอกว่าเรียกพี่เด๋อมาคุยๆ ปูก็บอกว่าพี่เด๋อเขาเข้าห้องน้ำ แล้วปูก็กดปิดเลยค่ะ แล้วก็ไปกดโปรไฟล์ดูค่ะ ปูก็เลยเห็นหน้าเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปีเลยว่า ที่เราคุยมา หน้าตาเป็นอย่างนี้ แล้วก็จำไว้ในหัว รู้ชื่อ ได้ยินเสียง แล้วก็เห็นหน้าวันนั้น”
จนได้มาเจอตัวจริงที่ศูนย์ฯ ใช่ไหม?
“วันที่ 22 พ.ย. เห็นพูดเก่งๆ นี่พูดไม่ออกนะ จุกเลย วันนั้นปูเปิดประตูเลื่อนเข้าไป ก็เจอผู้หญิงคนนี้นั่งกินข้าวอยู่ ใส่เสื้อยืด มัดผม ใส่กางเกงสี่ส่วนอยู่บ้าน พอปูเจอผู้หญิงปุ๊บ ก็หยุดมองที่นอนคนเฝ้า ก็เห็นว่าผ้าห่มมันไม่เรียบร้อย ก็คือมานอนเฝ้า ปูก็ถามว่า ขอโทษค่ะ คุณชื่ออะไรคะ เขาก็ตอบมา โอเค ถูกต้อง ที่เคยโทรคุยกับปูใช่มั้ยคะ ใช่ อ่ะถูกต้อง ปูก็เดินอ้อมมาแล้วมาหยุดอยู่ที่เตียงพี่เด๋อ
ผู้หญิงคนนั้นก็ลุกยืนขึ้นแล้วเขาก็พูดว่า “ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว” แล้วเขาก็พูดแบบนี้ ปูก็ยังไง แล้วปูก็พูดไม่ออกค่ะ แล้วเขาก็เดินมาที่ปลายเตียง พี่เด๋อนอนอยู่ก็ชี้หน้าเขา แล้วทำมือบอกให้เขาออกไป ผู้หญิงเขาก็ออกไป พอผู้หญิงออกไป พี่เด๋อก็ทำมือบอกรักกับปู ไม่ต้องมาบอกรักหรอกค่ะคุณ มีคนดูแลแล้วจะมารักอะไรล่ะ ปูก็พูดแบบนี้
...
ปูก็ถามว่า มากี่ครั้งแล้ว พี่เด๋อก็ทำมือชู 2 นิ้ว ก็โอเค ก็รู้ แล้วปูก็รายงานเป็นปกติ แล้วก็อัพเดทรายงานเขาเป็นปกติ ปกติปูจะไปอาทิตย์ละครั้งคือวันพุธใช่มั้ยคะ แล้ววันนั้นปูก็ไปวันเสาร์ ก็รายงานอะไรตามปกติ แล้วปูก็ยืนเงียบ ร้องไห้ แล้วก็เลยพูดกับพี่เขาเลย คุณทำอะไรไว้ คุณรู้อยู่แก่ใจ ขอให้คุณหายเร็วๆ นะ แต่ปูอ่ะ ไปแล้ว (เสียงสั่น) แล้วปูก็เดินออก”
“ปูไม่ได้จดทะเบียนตั้งแต่แรกค่ะ ปูไม่จดค่ะ เพราะว่าปูมีทรัพย์สินเองมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ พอขึ้นรถแล้วปูก็ร้องไห้เลยค่ะ แล้วปูก็โทรหาลูกเลยค่ะว่า ปราย แม่เจอแบบนี้ ผู้หญิงเขาพูดกับแบบนี้ ลูกก็ห๊ะ ถ้าเป็นลูกแล้วลูกรู้สึกยังไง ลูกก็ตอบว่า หนูก็ไม่อะไรนะคะแม่ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แต่หนูอยู่ข้างแม่เสมอค่ะ โอเค จบ แต่แม่ไม่มาแล้วนะ”
ทำไมหลังเกิดเหตุการณ์นี้ พี่ปูเลือกที่จะเก็บ ไม่ออกมาพูด?
“คือเรื่องแบบนี้มันพูดกับใครเขาได้ ความเป็น เด๋อ ดอกสะเดา มันค้ำคอเราอยู่ ภาพพี่เขาดี คนรักพี่เขาเยอะ เราก็ไม่พูด ปูก็คิดนะว่าเดี๋ยวให้ความลับนี้ตายไปกับเขาเลย เราแค่เฟดตัวเราเองออกมา แต่พอเราเฟดตัวเองออกมา คนที่ไปเยี่ยมเขาก็ไม่เคยเจอปูเลย มันเลยเป็นที่มาที่มีพี่เอาไปพูดว่าทิ้ง ไม่ดูแล”
...
เราเจ็บมั้ยกับสิ่งที่เราโดน?
“เจ็บค่ะ เจ็บมาก ทำไมถึงว่าปูไม่ดูแล ครั้งแรกเลยนะคะที่ปูโดนว่าไม่ดูแล ปูเลยบอกว่าเบอร์โทรปูก็มี พี่โทรมาถามได้เลยนะคะว่าจริงมั้ย ปูจะได้เอาสลิปโอนเงินให้ดูเลยว่า ตอนที่พี่เด๋อป่วย ปูจ่ายไปทั้งหมดทั้งมวลจ่ายไป 2 แสนกว่าบาทนะคะ นี่เหรอที่ไม่ดูแล แล้วก็บอกว่าปูทิ้ง พี่รู้เรื่องว่าปูไปเจอผู้หญิงมั้ยอ่ะ แล้วยังไง ปูโดนว่า ถ้าปูไม่อยากโดนว่า ปูก็ต้องยอมยืนอยู่ข้างเตียงเมีย 2 คนเหรอ มันก็ไม่ใช่อ่ะ"
การคบซ้อนมา 29 ปี ระยะเวลามันยาวนานมาก ที่ผ่านมาใช้อะไรนำทาง ให้ก้าวผ่านไปได้?
“ก็คิดว่าเราต้องยอมรับความจริง ไอ้โกรธน่ะมี แต่ก็พยายามไม่คิดค่ะ แต่ก็มีแว้บหนึ่งค่ะ คือเราก็ไปเจอก่อนหน้านั้น ตอนที่เขาต้องเข้าโรงพยาบาลใหม่ๆ แล้วเราต้องไปเลื่อนรถเขา เราก็ไปเจอสติกเกอร์คอนโดค่ะ แล้วเราก็ไปบอกกับลูกเขาค่ะว่า พี่เจอสติกเกอร์คอนโดในรถพ่อนะ แล้วลูกเขาก็บอกว่า พี่ต้องอโหสิให้พ่อ เราเลยมีความรู้สึกว่า เราไม่มีพวก เราก็พูดไม่ได้ไงคะ พอพูดไปเรากลัวแกตัด”
...
เคยสงสัยกับชีวิตคู่ที่ผ่านมาบ้างไหม?
“ตอนแรกไม่สงสัยนะคะ แต่พอมาคิดและกลับบ้านไปเราก็มาคิดว่า เราพลาดอะไรไป อ๋อ ที่เขาไปต่างจังหวัด เขาทิ้งปูอยู่คนเดียวมาเป็นระยะเวลาหลายปีเลยค่ะ พอเรานั่งกินข้าวเช้า เขาก็บอกว่า คุณ เดี๋ยวผมไปต่างจังหวัดกับพี่คนนี้นะ อ้าวเหรอไปอีกแล้วเหรอ คือกินข้าวเสร็จเขาก็จะไปอาบน้ำ แล้วเขาก็เก็บเสื้อผ้าออกไปเลยค่ะ อย่างไปวันจันทร์กลับวันพฤหัส แล้ววันอังคาร-วันพุธเขาจะไม่โทรหาปูเลยนะ เขาจะโทรหาวันกลับคือวันพฤหัส เราก็คิดว่าตรงนั้นเราพลาดรึเปล่า เขาเดินออกไปแล้วก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว
แล้วยิ่งไปดูแชตที่แชตกับลูกมันก็ยิ่งเสียใจ เราแชตไปบอกลูกว่า ปราย แม่อยู่คนเดียวอีกแล้ว เมื่อหลายปีที่แล้ว ก็แปลว่าตลอดเวลาที่เราโดนทิ้ง เขาก็มีแว้บไปหากันบ้าง”
เรามีระแคะระคายไหม?
“ไม่ค่ะ คือปูเป็นเสาหลักของครอบครัว ปูเป็นคนหาเงินเข้าบ้านเลี้ยงดูพี่เด๋ออย่างดี เพราะพี่เขาไม่มีงานมาหลายปีแล้ว เวลาเขาออกไป เขาก็บอกว่าออกไปกับพี่คนนี้ ทำบุญกับพี่คนนี้ ถ้าเขาอยู่เขาจะเฉา เพราะเขาเป็นคนสังคมเยอะ ในขณะที่เราเป็นคนอยู่บ้านคนเดียว ก็คิดอยู่เสมอว่า คนจะไป ล่ามโซ่มันก็ไป ก็ไม่ค่อยอะไร เราทำงานหาเงินดีกว่า”
แล้วความรักที่พี่เด๋อมีให้พี่ปูเสมอมา เรารู้สึกว่ามันยังไง เหมือนเดิมไหม รักเราไหม?
“ก็ถ้าไม่มีเรื่องนี้ก็รักนะคะ อย่างวันเกิดเขาเล่นคาเฟ่เสร็จตีสอง ก็ไปแวะฟู้ดแลนด์ ซื้อผลไม้ ปลากระป๋อง หุงข้าว เสร็จตี 5 ก็ขึ้นไปปลุกปู ตักข้าวสวย เตรียมของพาขับรถไปใส่บาตรที่วัด แค่นี้พอแล้ว ไม่เคยซื้อของ ไม่เคยซื้อแบรนด์เนมให้ ทำแค่นี้ก็พอแล้ว”
นานแล้วรึยังที่พี่ปูต้องเลี้ยงลูกคนเดียว โดยที่พี่เด๋อไม่ได้ออกค่าใช้จ่าย?
“นานมากแล้วค่ะ ก่อนบ่ายคลายเครียดมีมากี่ปี 10 กว่าปี ปูไม่เคยรู้เลยว่าเขาได้ตอนละเท่าไหร่ เพราะเขาก็ไม่เคยให้ เราหาได้ ก็ไม่เคยขอ บางทีเราแหย่ๆ ว่า ขอค่าน้ำค่าไฟบ้างสิ เขาก็บอกว่า ไม่มีให้ จ่ายหนี้หมดแล้ว ส่วนคนจ่ายค่าบ้านก็เป็นปูค่ะ ที่เห็นคลิปทำกับข้าวปูจ่ายนะคะ เช้า 1,000 เย็น 1,000 เติมน้ำมัน 3,000 เวลาพี่เขาออกจากบ้าน ขอตังเติมน้ำมัน 3,000 ปูก็ควักให้ รายจ่ายเฉพาะพี่เด๋อคนเดียว รวมค่ากับข้าวด้วยที่เราจะต้องจ่าย ตก 80,000 - 90,000 ต่อเดือน”
พี่ปูเคยสงสัยไหมว่า นี่คือชีวิตคู่หรือคนใช้กันแน่?
“โห ก็พอเรามีลูกใช่มั้ยคะ ปูก็คิดแล้วว่าเรากลัวลูกเหมือนเรา เพราะพ่อพากย์หนัง พ่อจะมีตังต่อเมื่อพ่อพากย์ เหมือนเราเป็นนักแสดง เราจะมีตังต่อเมื่อเรามีละครใช่มั้ย ทีนี้ลูกเราเกิดเราก็ต้องหาธุรกิจทำ คิดทำ และทุนคนเดียว ลูกชิ้นก็คิดทำ และทุนคนเดียว พี่เด๋อเขาก็จะแบบ เออคุณทำสิๆๆ บางทีปูก็คิดว่า เขาคิดว่าปูเป็นคู่ชีวิตหรือม้าใช้”
เคยพูดกับพี่เด๋อตรงๆ มั้ย?
“ไม่พูดค่ะ มาพูดตอนที่ไม่สบายค่ะ เพราะว่าเราดูเขาเกือบเดือนค่ะ ดูกับลูก ดูแลผู้ป่วยติดเตียงทำยังไงดูหมดเลยค่ะ เช็ดหนักเช็ดเบาทำหมด ดูดเสลดทำหมดค่ะ ลูกก็เช็ดตัว ทำให้หมดค่ะ แต่บางทีปูก็เหนื่อย ปูบ่นว่า เวลาดีคุณก็ไป เวลาเป็นไข้ ก็มา ปูก็บ่น เพราะเขาหายไปตลอด ร่างปูพังเลยค่ะ เราต้องไปกายภาพ เพราะเราใช้ร่างกายเราดูแลเขาหนักค่ะ และงานการเราก็ไม่ได้ทำนะคะ”
พี่น้องในวงการมีใครรู้เรื่องนี้ไหม?
“ตอนแรกไม่บอกค่ะ เพิ่งรู้ก่อนปีใหม่นี้เอง ปูกะจะให้ความลับมันตายไปเลย”
ความรู้สึกในตอนนี้ของพี่ปูกับอาเด๋อมันเป็นยังไง ยังรักอยู่ไหม?
“มันเป็นความหวังดีมากกว่า รักคง มีคนรักแล้วอ่ะ (น้ำตาไหล)”
ที่ผ่านมาอาเด๋อทำหน้าที่เสาหลักของครอบครัวยังไงบ้าง?
“ทำกับข้าว แม้แต่ทำลูกชิ้นปูเป็นคนคิดเองนะคะ ปูหั่นหมูเอง ตีเครื่องเอง ล้างเครื่องเอง ปูทำหมดเลย เย็บที่มัดผมชิ้นละ 39 ปูก็ทำหมด มีลูกค้าประจำ เขาสั่งมา 100 ชิ้น ได้มา 3,900 ปูก็รับทำหมด เพราะมันเอาไปจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านได้ อะไรที่ได้เงินปูก็ทำหมดค่ะ”
สิ่งที่พี่ปูออกมาพูด ได้เตรียมใจไว้หรือยังว่า อาจจะมีคนโจมตีอาเด๋อ?
“มันเป็นความจริงที่เราต้องยอมรับมันค่ะ ที่ผ่านมาเราก็โดนโจมตีว่าทิ้งค่ะ ซึ่งอันนั้นเราก็อึดอัด เราก็โดนมาแล้ว เราคิดย้อนกลับไปเนอะ พี่เขามีผู้หญิงอยู่แล้ว เขามายุ่งมาจีบเราทำไม เขาเข้ามาในชีวิตเราทำไม เขาตัดโอกาสเราทำไม ใจร้ายมากนะ”
อยู่กับอาเด๋อมากี่ปีแล้ว?
“29 (ก็เท่ากับผู้หญิงคนนั้น?) เขามาก่อน (โดยที่พี่เด๋อก็ไม่ได้บอกเรา?) เขาคงรู้นิสัยค่ะ ถ้าบอกแล้วรู้เมื่อไหร่ ปูก็ไปอยู่แล้ว”
เขามีลูกกับทางโน้นมั้ย?
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่มันมีเวิร์ดดิ้งตอนปูท้อง คนข้างหูเขาพูด แต่มันก็น่าสงสัยเหมือนกัน แต่ปูไม่อยากจะรู้แล้ว คนเรามันจะผูกพันอะไรได้นานขนาดนี้ ว่าให้คุณไปมีเมียอีกคนที่ออกหน้าออกตา ฉันยอมอยู่ข้างหลังก็ได้ มันมีสิ่งอะไรให้เรายอมรับตรงนี้”
สงสัยไหมว่าทำไมบ้านนั้นถึงแสดงตัวช่วงที่อาเด๋อป่วย?
“ไม่สงสัย แต่คิดว่าน่าจะมาเร็วกว่านี้นะ ปูจะได้ไม่โดนว่า เพราะว่าปูเห็นผู้หญิงซึ่งหน้าแบบนี้นะ พูดจากับปูแบบนี้นะ ในตอนที่พี่เขาแข็งแรง หรือว่าโด่งดังนะ ปูก็ไป ปูก็ไม่เอา เพราะว่าปูยืนได้ด้วยขาของตัวเอง ปูไม่เคยใช้เงินของพี่เด๋อเลยนะคะ ใช้คนละกระเป๋า”
ระแคะระคายไหมว่าเขาต้องการอะไร?
“มันก็คิดไม่ออกนะคะว่าเขามาทำไม ประโยคที่เขาพูดกับปู เขาไม่พูดซะยังจะดีกว่าเนอะ “ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว”
หลังจากนี้จะวางแผนยังไงต่อ จะย้ายไปอยู่เมืองนอกไหม?
“ไม่ได้ย้ายค่ะ ไปลูกรับปริญญา ลูกเรียนจบเดือน มิ.ย. ค่ะ น้องปรายไปเรียนมา 3 ปี จบแล้วค่ะ”
อยากบอกอะไรกับพี่เด๋อมั้ย ถ้าเขาได้ฟังหลังจากนี้?
“เขาไม่รู้อะไรอยู่แล้วค่ะ ลูกเขาไม่ให้เห็นโซเชียลอยู่แล้ว แต่ก็เป็นความตั้งใจของปูนะคะว่า เราอยู่ด้วยกันมานาน ผ่านสุข ผ่านทุกข์มามันก็มากมาย เรื่องดีๆ ที่เขาทำมันก็มีค่ะ เพียงแต่ว่าเรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรามาก เพราะมันเคยมีกติการ่วมกันมาก่อนแล้ว ก่อนที่จะอยู่ด้วยกัน แล้วมันจะมีเรื่องที่ดินค่ะ ที่เขา 4 ไร่นะคะ มันเป็นเงินปูนะคะ แต่เป็นชื่อเขา ยกให้เขาเลยนะคะ ปูยกให้หมดเลยค่ะ ปูออกมาอย่างเดียว”
นอกจากที่ดินมีอะไรอีกไหม?
“ปูไม่รู้ แต่ของเขา เราไม่ยุ่ง ส่วนโรงงานขายไปตั้งนานแล้วค่ะ โรงงานที่ทำลูกชิ้น 1 ไร่ เป็นเงินปูนะคะ ไม่รู้ว่าทรัพย์สินเขามีเท่าไหร่ เราไม่ทราบ ไม่สนใจ และไม่อยากได้”
ตอนนี้พี่ปูให้อภัยทุกเรื่องที่ผ่านมาแล้ว?
“ก็ให้อภัยแล้ว เราออกมาแล้วไงคะ จริงๆ เรื่องนี้ผู้หญิงก็ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ ลูกก็ไม่เกี่ยว มันไม่มีใครเกี่ยว มันอยู่ที่พี่เด๋อคนเดียว เขาไม่เด็ดขาด เขาไม่จัดการให้เรียบร้อย”
สภาพจิตใจตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง?
“ตอนนี้ดีขึ้นมาแล้วค่ะ ปูก็เก็บๆ ไว้ เพื่อนฝูงในวงการก็รู้นะคะ พี่ 2 นักข่าวใหญ่ก็รู้หมดเลยค่ะ แต่เขาไม่เขียนข่าว เขาบอกให้วันหนึ่งปูออกมาพูดเอง”
บทเรียนครั้งนี้เราได้เรียนรู้กับชีวิตคู่ของเรายังไงบ้าง?
“อย่าเชื่อแค่คำพูด การใช้ชีวิตคู่มันไม่ใช่แค่คำว่าเราโอเคแล้วเราอยู่กับไปแค่วันสองวัน มันต้องเดินด้วยกันไปอย่างละเอียดและรอบคอบกว่านี้”
ระหว่างทางใช้คำว่า โลกสองใบได้มั้ย?
“เขานะ คิดดูในทางกลับบ้านกัน ถ้าปูซ่อนผู้ชายอีกคนไว้ ป่านนี้ลูกต้องตรวจ DNA แล้วมั้ยคะ แต่เราไม่ทำ ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นแล้ว”
พี่ปูเสียดายเวลา 29 ปีมั้ย?
“ก็มีคิดบ้างค่ะ แต่เราคิดว่าถ้าเราเลิกกับเขาไปตอนนั้นเราก็ไม่ได้ลูก ถูกมั้ยคะ (เราก็ถือว่าเราได้ของขวัญ?) ถูกต้อง โอเค มันแลกกับแบบนี้ เจ็บแปบเดียว”
อยากจะบอกอะไรกับตัวเองไหม?
“ตอนแรกก็คิดไม่ออกค่ะ แต่พี่อ้อยพี่ฉอดบอกแล้วว่า เราทำดีแล้ว เราทำดีที่สุดแล้ว เราทำเต็มที่แล้ว”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม