หลังจากที่ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ถูก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี ฟ้องในคดีหมิ่นประมาท ปมวิจารณ์การจัดการเรื่องโควิด-19 ซึ่งในศาลชั้นต้นยกฟ้องไปแล้ว แต่นายอนุทินยื่นอุทธรณ์ต่อ ล่าสุดนักข่าวถามบอสณวัฒน์ถึงเรื่องนี้ในงาน “FirstDay Orientation MGT 2026” ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9
ถามถึงเรื่องคดีกับนายกฯ อนุทิน ที่ยื่นอุทธรณ์ ตอนนี้เรื่องไปถึงไหนแล้ว?
“ศาลรับการอุทธรณ์ ศาลกลับคำพิพากษาว่าคดีมีมูลอีกแล้ว จากคดีไม่มีมูล ศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว ก็คือท่านเป็นคนสาธารณะ แล้วผมเป็นผู้มีผลกระทบ และออกความเห็นโดยสุจริต ในฐานะประชาชนคนไทย จึงยกฟ้อง
แต่ทางคุณอนุทินแกอยากไปต่อ แกก็ให้ทนายส่วนตัวไปอุทธรณ์อยู่พักใหญ่ ศาลก็อ่านคำวินิจฉัยใหม่ อ่านกันคนละด้านกับครั้งแรก ว่าจะทำให้ท่านเสื่อมเสียโน่นนี่ จึงมีเหตุอันสมควรรับไว้พิจารณา เพราะฉะนั้นเดือนมีนาคมนี้ ผมก็ต้องขึ้นศาลในคดีนี้ กลับไปใหม่อีกครั้งหนึ่ง ให้เขาได้ขึ้นศาลอธิบาย สืบพยาน
...
ไม่รู้เหมือนกันนะครับ โควิดมันนานมากแล้ว วิจารณ์ไปก็เป็นเรื่องปกติเลย ไม่มีใครแทบไม่วิจารณ์ และผมไม่ได้วัคซีนจากรัฐบาลแม้กระทั่งโดสเดียว ผมซื้อให้ตัวเองและพนักงานบริษัททุกคน คนละ 2 โดส โดยฝากโรงพยาบาลเอกชนซื้อ จ่ายไปหลายแสน ผมเข้า ICU ป่วยอยู่ 27 วัน แทบจะเอาชีวิตไม่รอด แทบจะเป็นบ้า สติก็ไม่ค่อยจะดี ออกมาก็ยังหนักอยู่
ช่วงที่ผมออกมา ผมค่อนข้างเสียความรู้สึกกับระบบสาธารณสุข แล้วตัวท่านเป็น รมว.สาธารณสุข ก็พูดปกติ ก็ไปวิจารณ์เขา เขาก็ส่งหมายศาลว่าไปหมิ่นประมาท เป็นคดีอาญา ไม่เรียกร้องค่าใช้จ่าย แต่อยากให้ผมติดคุก ซึ่งผมก็รอด กลับบ้านก็นึกว่าจบ เพราะผมไม่ฟ้องกลับอยู่แล้ว แต่ไม่จบครับ ก็ไปอุทธรณ์ ศาลกลับคำพิพากษา กลายเป็นว่าคดีมีมูล อาจทำให้ท่านเสื่อมเสีย ตอนนี้ผมก็ต้องก้มหน้าเป็นจำเลยต่อไป”
ตอนนี้มีเรื่องกังวลใจไหม?
“เรื่องกังวลใจ ผมกังวลใจแทนประเทศไทยมากกว่า สำหรับคดีนี้เอาตรงๆ ผมก็ไม่ได้กลัวหรอกครับ ถ้าสมมติผมต้องแพ้คุณอนุทินในเรื่องแค่เนี้ย ผมก็คิดว่าเป็นบรรทัดฐานของประเทศไทยดี แต่ผมยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรมนะครับ สุดท้ายกระบวนการยุติธรรมมันต้องตอบโจทย์ทั้งด้านข้อกฎหมายและเอกสาร คือทุกคดีของผมหมดแล้ว เหลืออันนี้กับกามิน ที่เหลือไม่มีแล้ว อีกอย่างเขาไม่ผูกใจเจ็บกับประชาชนตัวเล็กตัวน้อยกับเรื่องที่เล็กมาก
แล้วผมก็บอกผ่านกับหลายๆ คนไปหาท่านแล้ว ว่ามันน่าจะจบ ตอนนี้ท่านก็เป็นนายกฯ แล้ว ทำไมไม่จบ มายุ่งอะไรกับผมเรื่องกระจิ๊บกระจ้อย ศาลเคยบอกแล้วไม่มีมูลความผิด แล้วท่านจะมาเอาอะไรกับผม ผมไม่ได้ฟ้องคืนอยู่แล้ว ผมก็เสียความรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ
จริงๆ อยากเลือกท่านนะ แต่ท่านฟ้องผมไม่กล้าเลือก เดี๋ยวถ้าท่านทำงานไม่ดีแล้วไปวิจารณ์ท่าน ท่านก็ฟ้องหมิ่นประมาทอีก ก็ป่าวประกาศไปเลย ช่วยฝากบอกด้วยว่าฟ้องประชาชนทำไม ไปฟ้องเขมรโน่น ผมแค่ออกความเห็นเพราะตัวเองจะตาย ฟื้นมาได้พูดนิดหนึ่งก็ฟ้อง ไปเอาเรื่องอื่นดีกว่า เรื่องคอลเซ็นเตอร์ เรื่องเทาๆ แล้วผมจะรักท่านที่สุด จะเลือกท่านทั้งประเทศมิสแกรนด์เลย แต่ตอนนี้ไม่ไหวครับ มาฟ้องคนไทยทำไม เป็น Personal Issue เป็นนายกฯ ต้องใจกว้างกับคนไทย แต่ต้องใจแข็งกับพวกรุกรานหรือคอร์รัปชันหรือคอลเซ็นเตอร์
อย่าลืมไปเลือกตั้งนะ รักใครชอบใคร ถ้าชอบรัฐบาลนี้ ก็เลือกท่าน แต่ถ้าสมมติอยากเปลี่ยนแปลง ก็เลือกคนอื่น แต่รัฐธรรมนูญต้องแก้นะ พูดได้เลยตรงๆ การแก้รัฐธรรมนูญ มิได้แก้มาตรา 112 อย่าหลงเชื่อการโฆษณาชวนเชื่อ สาระสำคัญคือแก้อำนาจ สว. และที่มาขององค์กรอิสระ กกต. ปปช. และมากมายก่ายกอง สว.เป็นผู้ผ่านมติ และถึงจะทูลเกล้า เพราะฉะนั้นเขาเป็นผู้เลือก ถ้า สว.ถูกซื้อ ก็เท่ากับอยู่ภายใต้ของนักการเมือง รัฐธรรมนูญต้องแก้ ถ้าไม่แก้เราจะใช้ฉบับลุงตู่อยู่นะ ฉบับปฏิวัตินะ”
...
อนาคตอยากเล่นการเมืองบ้างไหม?
“ไม่อยากหรอก มีคนชวนทุกพรรค เนื้อหอมมาก แต่ผมรู้สึกได้ว่าการเมืองมันทุเรศ เดี๋ยวนี้ กกต. ทำงานได้แย่มาก ฟังนะแล้วอย่ามาฟ้องผม คุณอยู่เพราะเงินภาษี คุณใช้งบประมาณ แต่คุณทำงานได้ห่วยมาก แล้วพอตำหนิติเตียน คุณบอกว่าถ้าไม่ไว้วางใจ ก็ไม่ต้องไปเลือก นี่ตกลงประเทศเราเป็นประชาธิปไตย หรือเอาแต่ใจ เอาแต่ใจคุณเราอยู่ไม่ไหวนะ
อย่าลืมไปเลือกตั้งกันนะ เลือกตั้งครั้งนี้เป็นการพยายามเปลี่ยนบรรยากาศของประเทศ เพราะฉะนั้นคุณต้องมีสติ ทุกคนต้องไปเลือกตั้ง ถึงแม้มันจะยากเย็นแสนเข็ญ แต่อดทนไว้ นี่คือประเทศของเรา เที่ยวนี้ออกไปใช้สิทธิ์ อยากเลือกใครเลือก เราต้องช่วยกัน อย่าท้อ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม