ช่วงนี้อาจจะได้เห็นหน้าของหนุ่ม ก๊อต จิรายุ มากขึ้นหน่อย เพราะกำลังมีซีรีส์ออนแอร์ แต่ ก๊อต บอกว่า หลังจากจบซีรีส์เรื่องนี้ ก็อาจจะไม่ค่อยได้เห็นแล้ว เพราะว่ายังไม่มีงานละครหรือซีรีส์ใหม่ๆ เพราะด้วยว่าตัวเองเป็นคนเลือกรับงาน เลยยังไม่มีงานไหนที่ถูกใจ นอกจากนี้ ก๊อต ยังบอกเหตุผลที่หายหน้าไปจากโซเชียลประมาณ 2 ปี อีกด้วย 

ล่าสุดได้เจอ ก๊อต มาร่วมงานเปิดตัว “TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series” ที่ Pref Café & Bar (ซอยสาทร 11) เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน บอกว่า 

"งานในปีนี้ยังไม่ได้มีแพลนอะไรเท่าไหร่ ทำโปรเจ็กต์ของตัวเองไปเป็นงานศิลปะ ตอนนี้เป็นเครื่องหนัง ช่วงนี้ผมบ้าเย็บผ้า เย็บเครื่องหนัง โปรเจ็คต์นี้ทำมา 10 ปีแล้ว แต่เราไม่เคยบอกใครว่าเราอยากเป็นช่างหนัง ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบเครื่องหนังอยู่แล้ว และพักหลังเราหยุดแสดงไปเราก็มีเวลาทำอะไรที่เราอยากทำ 

มีไปวางขายและจัดแสดงที่ประเทศดูไบครับ ส่วนที่ประเทศไทยกำลังจะมีในเร็วๆ นี้ครับ ลูกค้าของเราจะเป็นกลุ่มเฉพาะไพรเวท เพราะเราทำเป็นอุปกรณ์กีฬาที่ทำเฉพาะเครื่องหนังและใส่ศิลปะเข้าไป เพราะฉะนั้นเราก็จะเล็งทาเก็ตต่างประเทศเป็นหลักครับ ส่วนรายได้ไม่ขอคุยเรื่องนี้ ข้ามๆ 

ตอนนี้กำลังคุยกับทีมมาเปิดที่ไทยด้วย ทำให้เป็นแมส เพราะตอนนี้ฟิตเนสในบ้านเราเขาเน้นเรื่องฟังก์ชั่น ถ้าเราเอาอุปกรณ์ฟิตเนสมาไว้ในบ้าน บ้านจะไม่สวยเท่าไหร่ เพราะมันมีแต่เหล็กๆ ในฐานะคนชอบศิลปะ ก็เอาเหล็กนั้นมาทำให้มันสวยขึ้นแค่นั้นเอง"

แพลนงานในวงการบันเทิงปีนี้ วางไว้หรือยัง?

"งานในวงการบันเทิงก็เป็นเรื่องของการพิจารณาบท เพราะว่าเราน่าจะอยู่จุดที่ว่าเราทำงานเยอะ และเราไม่อยากเครียดแล้ว เราขอทำงานที่ทีมงานที่สบายใจ บทที่สบายใจ เพราะผมเป็นคนทำงานหนักครับ การบ้านเยอะเป็นเรื่องปกติของคนทำทุกอาชีพ"

...

ทำงานหนักด้วยเรื่องบทที่เรารับด้วยรึเปล่า?

"ใช่ครับ เราเลือกหลายอย่าง เราเลือกคนที่แสดงด้วย เพราะเรารู้สึกว่าเราทำงานที่ไม่ได้ดีลไว้ก่อน เราจะต้องเจอกับอะไรที่บางทีเราปวดหัว เราก็เหนื่อยกับวงการ (อิ่มตัว?) อิ่มตัวมั้ยเหรอ ผมยังรักการแสดงอยู่ ทุกวันนี้ผมยังแสดงอยู่ทั้งๆ ที่ไม่มีกล้อง ผมแสดงเหมือนเล่นกีต้าร์ คือเล่นตอนไหนก็ได้ เพราะผมยังรักมันอยู่ เพียงแต่ยังไม่เจอทีม หรือโปรดักชั่นหรือบทที่อ่านแล้วตื่นเต้นจัง

จริงๆ ผมว่าพวกเรามีศักยภาพในการสร้างหนังที่จูงให้คนมีความรักกันมากกว่าที่จะทำให้เราเกลียดชังกัน เพราะตัวผมเล่นหนังที่มีความโหดร้ายมากขึ้น ถามว่าเราอยากเล่นต่อไปมั้ย บางทีเราก็อยากพัก เราอยากกลับไปอยู่ในโปรเจ็กต์ที่คนในครอบครัวกลับมาดูหนัง ยิ้มไปด้วยกัน ซึ่งผมผ่านชีวิตแบบนั้นมา แต่ ณ วันนี้มันไม่มีแบบนั้นเลย"

ตอนนี้วงการละครมีละครลดลง เหลือน้อยมาก เราก็เลือกงานที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น บทมาเราก็เลือกรับไหม?

"ผมไม่ได้สนใจเรื่องการอยู่รอดนะ เพราะว่าผมเตรียมตัวไว้เป็น 10 ปีแล้ว สำหรับการเป็นอยู่ของผม แต่เป็นห่วงอย่างหนึ่งเรื่องทัศนคติของการทำงานในยุคปัจจุบัน ด้วยความที่บัดเจ็ทเราน้อยลงอย่างที่เรารู้กัน แล้วก็เท่าที่เห็นงานในตอนนี้ เหมือนกับนักแสดงมีความใส่ใจต่อผลงานน้อยลง คือเราอยากให้ทำงานแบบรักคนดู อย่าดูถูกคนดู เขาดูออกว่านี่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เขาดูออกว่าอะไรผักชีโรยหน้า เพราะฉะนั้นคนดูยุคนี้เขาเห็นเยอะ เพราะฉะนั้นตั้งใจให้เขาเห็น ยิ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ เพราะฉะนั้นเอาเต็มที่ อะไรที่ไม่รู้ศึกษา อะไรที่อยู่ในกรอบ ออกนอกกรอบบ้าง"

อยากจะเป็นเบื้องหลังและเบื้องหน้าเองเลยไหม?

"ปีนี้แหละ แต่ผมไม่ได้ทำในโครงการใหญ่ๆ เพราะว่าเรารู้พอเราไปอยู่ใต้เงาของโครงการใหญ่เราจะต้องทำทุกอย่างเหมือนเดิม เพราะพวกเขาเพลย์เซฟ ก็เลยต้องปลีกตัวออกมาเพื่อที่จะหาอะไรใหม่ๆ ทำ ตอนนี้ทำเพื่อความสนุกแล้ว และจะได้เห็นเร็วๆ ครับ ใกล้จะได้ถ่ายแล้ว ซึ่งงานที่ทำจะเป็นซีรีส์แนวตั้ง และแสดงเองด้วยครับ"

จะได้ชมในช่วงไหน?

"เร็วๆ นี้ครับ เดี๋ยวผมอัปเดต คือผมหายไปจากโซเชียลมีเดียประมาณ 2 ปี เพราะว่าเราเหนื่อยกับสิ่งที่อยู่ข้างใน แต่ตอนนี้เราเริ่มเห็นคุณค่าแล้วว่าจริงๆ ก็ต้องพึ่งพี่ๆ สื่อด้วยนะ เรามาทำให้ไนซ์ขึ้นดีกว่า"

เจอเรื่องราวในโซเชียลมีเดียมาเยอะมากขนาดไหน?

"เจอเรื่องท็อกซิกเยอะมาก จากเรื่องจริงกลายเป็นเรื่องไม่จริง เรื่องหลอกกลายเป็นสิ่งที่คนเชื่อ มันกลายเป็นว่าผู้คนไม่ได้เชื่อความจริง แต่เชื่อสิ่งที่ได้ยินซ้ำๆ แล้วมันเสียใจ (แล้วเยียวยาตัวเองยังไง) นอน นอน นอนเยอะๆ (ไม่อ่านไม่เสพ?) มันไม่ถึงขนาดนั้น เรายังใช้ชีวิตร่วมกับคนอยู่"

 คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

...