เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นุ่น รมิดา จากภาวะมดลูกแตก ทำให้ต้องสูญเสียลูกในท้อง และคุณหมอต้องทำการผ่าคลอดทารกในครรภ์ออกมา เพื่อรักษาและเซฟชีวิตของคุณแม่ไว้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สรุปไทม์ไลน์ได้ดังนี้

- นุ่น รมิดา เคยผ่าตัดเนื้องอกที่มดลูกเมื่อ 5 ปีก่อน เป็นปัจจัยเสี่ยงและความเสี่ยงที่แพทย์ นุ่น และหลุยส์ รับทราบข้อมูลนี้

- หลังจากที่นุ่นตั้งครรภ์ ทีมแพทย์ที่ดูแลได้ติดตามอย่างใกล้ชิดเฝ้าระวังความเสี่ยงนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ใกล้คลอด ทีมแพทย์ติดตามทุกสัปดาห์ด้วยการประเมินน้ำหนักทารก และการบีบตัวของมดลูก

- ซึ่งการบีบรัดตัวของมดลูกในไตรมาสสุดท้าย จากการตรวจพบไม่มีความผิดปกติหรือหดรัดตัวใดๆ

- ในวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงเวลานั้นเป็นระยะเวลาที่อายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด นุ่นมีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด และปวดท้องรุนแรง จนวูบเกือบหมดสติ

- ทีมแพทย์ไปรับตัวนุ่นที่บ้าน และระหว่างเดินทางนุ่นมีภาวะความดันโลหิตที่ต่ำมาก 80/40 หัวใจเต้นเร็วมากๆ 140 ครั้งต่อนาที มีอาการหายใจเร็ว

...

- เมื่อรวมจากประวัติที่ได้รับมา ทางทีมแพทย์ที่ไปรับตัวนุ่น ได้สงสัยว่า นุ่นน่าจะมีอาการภาวะมดลูกแตก เพราะการผ่าตัดเอาเนื้องอกที่มดลูกออกเมื่อ 5 ปีก่อน ทำให้มดลูกของนุ่นมีแผล ซึ่งทำให้เสียเลือดในช่องท้องมาก และเป็นสาเหตุที่ทำให้ความดันต่ำลง

- เมื่อมาถึง รพ. ได้ทำอัลตร้าซาวด์เพื่อประเมินสัญญาณชีพของทารกในครรภ์ ตอนนั้นตรวจไม่พบสัญญาณชีพของทารกในครรภ์แล้ว ทางทีมแพทย์จึงจำเป็นต้องตัดสินใจผ่าตัดเพื่อรักษาและเซฟชีวิตของคุณแม่ไว้ก่อน

- ได้ทำการผ่าตัดนำทารกออกมาและพบเลือดปริมาณมาก และที่มดลูกมีแผลขนาดใหญ่ เป็นแผลปริแตกที่ด้านหลังของมดลูก

- ทีมแพทย์ได้เย็บซ่อมมดลูกที่ฉีกขาด ใช้เวลาในห้องผ่าตัด 3 ชั่วโมงจึงสามารถหยุดเลือดที่ออกจากแผล

- ทีมวิสัญญี ได้ให้เลือด และสารน้ำปริมาณมากเพื่อรักษาสัญญาณชีพให้คงที่

- แต่เพราะมีการเสียเลือดปริมาณมาก นุ่นจึงต้องรักษาในห้อง ICU ต่อเพื่อให้เลือดอย่างต่อเนื่อง และต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนในการให้เลือดในปริมาณมาก

- หลังจากนั้นนุ่นมีอาการน้ำท่วมปอดจากการที่ได้รับเลือดและสารน้ำในปริมาณมากจึงยังไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้

- จนทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ภาวะน้ำท่วมปอดดีขึ้น และสามารถนำท่อช่วยหายใจออกได้ ใช้เวลารักษาใน ICU 4 วัน และรักษาที่โรงพยาบาลต่อเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

- โดยรวมนุ่นรักษาตัวที่โรงพยาบาล 6 วัน จึงสามารถกลับบ้านได้

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม