เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ร่วมกับพ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. เปิดเผยถึงถึงกณีที่ นายปริญญา อินทชัย หรือ เวย์ ไทยเทเนี่ยม และ น.ส.ไรบีนา อินทชัย หรือ นานา ไรบีนา เข้ามาพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า หลังก่อนหน้านี้ ได้แจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงทรัพย์กับเวย์ ไทเทเนี่ยม 

แต่หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมพบว่า นอกจากความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว ยังมีพยานหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยง โดยพบการใช้บัญชีของเวย์โอนเงินกลับให้ผู้เสียหาย จึงได้ขยับสถานะเป็นร่วมกันฉ้อโกงกับตัวนานา รวมทั้งเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และแชร์ลูกโซ่ 

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนบก.ปอศ.มีหมายเรียกทั้งคู่ให้เข้ามาพบแต่ถูกเลื่อนมาแล้ว จนถึงวันนี้ทนายได้ประสานว่าเวย์ ไทยเทเนี่ยม และนานา จะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มดังกล่าว

...

โดยในวันนี้ เวย์ ไทยเทเนี่ยม ให้การปฏิเสธ ส่วนนานา มีประเด็นที่ต้องแจ้งพฤติการณ์เพิ่มเติมเนื่องจากมีผู้เสียหายรายเดิมเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม รวมทั้งนิติบุคคลที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมไปในคราวเดียวที่มาพบด้วย ทำให้ความเสียหายจากเดิม 150 ล้านบาท กระโดดไปเป็น 170 ล้านบาท ส่วนจำนวนผู้เสียหายมี 17 รายเท่าเดิม

ผบก.ปอศ.กล่าวต่อว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายรายใหม่เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ จากการสอบปากคำบรรดาผู้เสียหาย พบว่ายังไม่มีผู้เสียหายรายใดได้รับการชดเชยจากเงินที่เสียไป แต่ที่ได้คืนมาบ้างจะเป็นการได้รับค่าตอบแทนที่เป็นวงรอบ ลักษณะเหมือนแชร์ลูกโซ่ คือในระหว่างที่มีการชักชวนผู้เสียหายรายใหม่ จะมีการโอนค่าตอบแทนให้กลับไปให้ผู้เสียหายที่ลงทุนไปแล้วตามวงรอบปกติ แต่หลังจากที่เป็นคดีแล้วยังไม่มีผู้เสียหายรายใดได้รับเงินชดเชย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหนี้หลายคนกังวลเรื่องการใช้เงินคืน ตำรวจสามารถให้ความสบายใจกับเจ้าหนี้อย่างไรได้บ้าง พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า ตนกับพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ในการตามตัวผู้ต้องหามาลงโทษตามกฎหมาย แน่นอนว่ามันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดมูลฐานอยู่แล้ว มีการดำเนินการเรื่องกฎหมายฟอกเงิน 

ตำรวจรายงานให้กับ ปปง.เพื่อตั้งเจ้าหน้าที่สืบสวนแล้วว่า เป็นความผิดตามกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ และเรื่องนี้เป็นระเบียบปฏิบัติตามปกติ แน่นอนว่า เมื่อได้รับรายงานเรื่องการสืบทรัพย์สินของผู้ต้องหาไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินใด ทั้งหมดจะต้องรายงานไปที่ ปปง. เพื่อให้ทำหน้าที่ในการเกลี่ย เฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหาย ส่วนเรื่องการยึดทรัพย์ หาก ปปง.มีกรณีทรัพย์ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นทรัพย์ที่ได้มาก่อนกระทำความผิด หน้าที่หลักจึงเป็นของ ปปง.ที่จะต้องพิสูจน์ให้ทราบต่อไป 

ด้าน พ.ต.อ.จำนาญ กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลใจเพราะคดีนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานรวมถึงเส้นเงิน ทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และสอบถามผู้เชี่ยวชาญไปหมดแล้ว ทั้งนี้น่าจะสรุปสำนวนได้ ไม่เกินกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ หลังจากสรุปสำนวนได้แล้วจะนัดเวย์และนานาไปรายงานตัวกับพนักงานอัยการในวันส่งสำนวนด้วย

ส่วนเมื่อช่วงเมื่อเที่ยงวันเดียวกันที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)  นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้เวย์เข้ามาพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เมื่อเวลา 10.00 น. แล้ว เป็นการเข้ามาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามขั้นตอนของกฎหมายตามนัดหมาย อย่างไรก็ตาม ส่วนของรายละเอียดคดีไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากลูกความไม่ประสงค์จะให้ข้อมูล และในฐานะทนายความอาจถูกร้องเรียนเรื่องมรรยาททนายความได้

...

นายสายหยุด ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า รายละเอียดในวันนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเมื่อมีการนำเสนอข่าวออกไป มักเกิดกระแสคอมเมนต์ในเชิงลบ ส่งผลกระทบต่อการไลฟ์สดขายสินค้า จึงอยากให้เรื่องนี้เป็นไปอย่างเงียบๆ เพราะขณะนี้ทุกอย่างได้เข้าสู่การกระบวนการทางกฏหมายแล้ว

“ทั้งนี้ หากในอนาคต เวย์ ไทยเทเนี่ยม หรือนานามีความประสงค์จะออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชน จะดำเนินการบอกผ่านทางทนาย แต่สำหรับวันนี้ยังไม่สะดวก เนื่องจากสภาพจิตใจและสถานการณ์โดยรวมยังไม่พร้อม” นายสายหยุด กล่าวทิ้งท้าย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม