หลังจากที่ ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ตกเป็นข่าวฉาวกรณีล่วงละเมิดนักศึกษาฝึกงานวัย 18 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของร้านตัดสูท โดยมีการเจรจาต่อรองจ่ายเงินค่าเสียหายหลักล้านเพื่อรักษาชื่อเสียง และมีชื่อของ แจง ปุณณาสา พรหมยศ ภรรยา แจ๊ส ชวนชื่น ซึ่งเป็นผู้เช่าพื้นที่ขายของที่สยามสแควร์ร่วมกับพ่อของนักศึกษาคู่กรณี เข้ามาช่วยประสานให้กับทั้ง 2 ฝ่ายได้คุยกัน
แต่สุดท้ายเรื่องบานปลายจนกลายเป็นข่าว ทำให้ทนายแก้วต้องแถลงชี้แจง ในขณะที่แจงประกาศชัดจะไม่ยุ่งถึงเรื่องนี้อีก อีกทั้งบอกว่าเพิ่งรู้ว่าตนไม่ใช่คนแรกที่เขาคุย ก็รู้สึกเสียใจที่ตนก็เป็นแค่หมากในเกมของเขาได้อย่างไร ไทยรัฐบันเทิงขอสรุปถึงประเด็นดังกล่าวไว้ดังนี้
- ทนายแก้ว ได้แถลงข่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า พยายามติดต่อพ่อของหญิงสาว แต่อีกฝ่ายไม่รับสาย จึงตัดสินใจติดต่อไปที่ แจง ภรรยาของ แจ๊ส ชวนชื่น เนื่องจากแจงเป็นผู้เช่าตึกร่วมกับพ่อของหญิงสาวที่สยามสแควร์ ซึ่งทนายแก้วโทรไปหาอีกฝ่ายก่อนปีใหม่
...
- ทนายแก้วขอให้แจงช่วยตน แต่แจงบอกว่าไม่อยากยุ่ง และบอกให้ตนไปคุยกับพ่อของหญิงสาวเอง แต่ทนายแก้วบอกกับแจงว่า พยายามติดต่อพ่อของหญิงสาวแล้ว แต่ติดต่อไม่ได้ แจงจึงโทรหาอีกฝ่ายให้ แจงได้มีการคุยกับพ่อของหญิงสาวอยู่สักระยะหนึ่ง แจงพูดกับทนายแก้วว่า พ่อของหญิงสาวบอกว่า ถ้าไม่มี 10 ล้านไม่ต้องมาคุย ซึ่งทนายแก้วพูดว่าพ่อเขาพูดผ่านแจงมา
- แจงโทรมาบอกทนายแก้ว และตนก็บอกว่าไม่มีเงินถึงขนาดนั้น และได้บอกว่า ถ้าให้เรื่องมันจบ ขอจ่าย 1 ล้านได้ไหม ขอให้มันจบ แจงก็โทรกลับไปหาพ่อของหญิงสาวให้ ว่าทนายแก้วไหวเท่านี้ แต่อีกฝ่ายบอกว่า ถ้าไม่มี 5 ล้าน 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย หลังจากนั้นทนายแก้วเล่าต่อว่า พ่อของฝ่ายหญิงขอ 5 ล้าน แต่ตนไหวที่ 2.5 ล้าน ที่ทนายแก้วยอมจ่ายเพราะอยากให้เรื่องมันจบ
ซึ่งหลังจากที่ทนายแก้วให้สัมภาษณ์ แจง ปุณณาสา ก็ได้เปิดใจกับไทยรัฐบันเทิงไว้ดังนี้
- ทั้งทนายแก้วและพ่อของหญิงสาวเป็นคนโทรหาแจงทั้งคู่ พ่อของหญิงสาวโทรหาแจงในวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ทนายแก้วโทรหาแจงในวันที่ 30 ธันวาคม 2568
- เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพาร์ตของแจง จบตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 แจงบอกว่า ฝั่งทางพ่อของเด็กเขาก็มีทนายความ มีคนที่น่าเชื่อถือกว่าตน จึงแนะนำให้ทั้ง 2 ฝั่งไปนัดคุยกันเอง เพราะว่าแจงต้องเดินทางไปต่างประเทศ แจงคงไม่มีเวลามาคุยอะไรแล้ว ตอนแรกที่คุยกับพ่อของเด็ก แจงยังถามว่าแจ้งความแล้วหรือยัง
- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้แจงเสียใจมากเพราะมันส่งผลกระทบกับหลายฝ่าย เพราะตนพูดตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่อยากจะยุ่งกับเรื่องนี้ เพราะตนก็มีลูก และเข้าใจหัวอก แจงไม่รู้ว่าใครถูกหรือใครผิด เพราะทั้งสองฝ่ายพูดไม่ตรงกัน ควรจะไปคุยกันเอง ทนายแก้วโทรมาขอความช่วยเหลือให้ประสานงานพูดคุยกับอีกฝ่ายให้ ตนก็ทำหน้าที่ให้ได้เท่านั้นจริงๆ ไม่มีเจตนาร้ายให้กับทั้ง 2 คน
- เรื่องที่เกิดขึ้นนี้กลายเป็นบทเรียน ทำให้ตนไม่กล้ารับโทรศัพท์ใครแล้ว แจงยืนยันว่ามีแต่ความปรารถนาและความหวังดีให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้คุยกันเท่านั้น ไม่มีประเด็นอย่างอื่น แจงบอกว่า เพิ่งรู้ว่าตนไม่ใช่คนแรกที่เขาคุย ก็รู้สึกเสียใจที่ตนก็เป็นแค่หมากในเกมของเขาได้อย่างไร แจงไม่ได้เครียดมาก ความจริงก็คือความจริง เพราะในพาร์ตของตนจบไปตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 แล้ว
...
นอกจากนี้ในเฟซบุ๊กของแจงก็ได้โพสต์สอบถามเรื่องพื้นที่เช่าที่สยามไว้ว่า “สวัสดีค่ะ มีใครปล่อยพื้นที่ ใช้เช่าที่สยามบ้างคะ พอดีอยากย้ายร้านค่ะ” ซึ่งในเวลานี้แจงและพ่อของคู่กรณีทนายแก้วเช่าพื้นที่ร่วมกันอยู่
รวมไปถึงข้อความที่อธิบายถึงกรณีของทนายแก้วไว้ว่า “ประเด็นที่เกิดขึ้นตอนนี้แจงคือคนกลางที่รู้จักทั้งสองฝ่ายค่ะ อีกฝ่ายเป็นทนายที่รู้จัก ส่วนอีกคนแจงเช่าพื้นที่เค้าเปิดร้านเสื้อผ้า ซึ่งปกติไม่ได้คุยอะไรกันมาก และเค้าเป็นคนมาปรึกษาแจงว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เค้าบอกว่าเค้าไม่รู้จะปรึกษาใคร และคงรู้ว่าแจงรู้จักกับคู่กรณีเค้าด้วย แจงก็พูดคุยกันปกติเพราะรู้จักกันค่ะ และก็คุยกับทั้งสองฝั่งเพื่อให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันแค่นั้นเอง
จนตอนหลังเค้าทั้งสองยังตกลงกันไม่ได้ ทางฝั่งพี่เจ้าของร้านที่แจงเช่าก็โพสต์โซเชียลเรื่อยๆ พอแจงได้พูดคุยกันสองฝ่ายก็เลยบอกไปว่าพี่สองคนไปตกลงกันเองเลยนะคะ แจงไม่ได้มีความรู้ทางด้านกฎหมายอะไรประมาณนี้ค่ะ
แต่ที่เสียความรู้สึกคือเรารู้จักกัน คุณมาปรึกษาเราในวันที่คุณทุกข์ใจ เราก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกัน เราช่วยประสานให้ทั้งฝ่ายได้คุยกันว่าจะเอายังไง สุดท้ายเอาเราไปให้ข้อมูลตามสื่อต่างๆ ว่าเราแนะนำอย่างนั้นอย่างนี้ แจงว่ามันผิดปกติ ทำกันไปเพื่ออะไร
...
อย่างเรื่องที่เค้าเรียกร้องค่าเสียหายหรือเค้าจะเอาความคู่กรณี เป็นเรื่องที่เค้าต้องปรึกษาคนในครอบครัวและทนายความ แต่เลือกที่จะเอาคนมีชื่อเสียงมาเอี่ยวในหลายๆคน แจงก็เพิ่งมารู้ว่าเค้าปรึกษาคนอื่นมาก่อน ไม่ใช่แจงคนแรกอย่างที่เค้าบอกแจง
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพาร์ตนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 29 ธันวาคม และจบในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 และจบกับแจงแล้วในวันนี้ 23 มกราคม 2569”
ก่อนจะโพสต์ข้อความสั้นๆ เพิ่มเติมถึงเรื่องนี้ว่า “ตัดเรื่องเงินออกแล้วไปสู้กันตามคดีความนะคะ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
...