ห่างหายจากหน้าสื่อไปนานหลายเดือน สำหรับ โตโน่ ภาคิน ที่ตอนนี้หันมาทุ่มเทให้กับวงการฟุตบอลอย่างเต็มที่ และเจ้าตัวประกาศเลยว่า ตอนนี้งดรับงานคอนเสิร์ตและงานแสดง และได้ทำธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ธุรกิจขายฝาก ที่เกี่ยวกับการช่วยชาวบ้านที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ
จากที่ต้องจ่ายร้อยละ 10 ต่อเดือน ชาวบ้านก็เปลี่ยนมาจ่ายร้อยละ 1 บาทกับโตโน่
"ผมทำธุรกิจหลายอย่าง ทำโปรตีน ทำเรื่องที่ดี ทำมาตั้งแต่โควิดแล้วที่ชาวบ้านมีปัญหาหนี้นอกระบบ เราก็ให้ชาวบ้านมาเป็นหนี้เราแทน จากปกติเขาต้องจ่ายร้อยละ 10 ต่อเดือน เขาก็จ่ายผมร้อยละบาท ผมก็แฮปปี้แล้ว เราอาจจะได้น้อยในสายตาบางคน แต่ในมุมของผมพอใจแล้ว และผมได้ช่วยชาวบ้าน ชาวบ้านก็มีความสุข ผมก็มีความสุข แล้วถ้าผมไม่ใช้จ่ายเกินตัวผมก็ไม่ลำบาก"
เผยทำธุรกิจนี้ตั้งแต่ช่วงโควิด แต่ไม่ได้บอกใคร
"ทำมาตั้งแต่ช่วงโควิดครับ ผมไม่ได้บอกใคร เริ่มจากเล็กๆ ก่อน เริ่มจากเรารู้ว่าชาวบ้านเป็นหนี้นอกระบบ แล้วก็โดนทวงหนี้เยอะๆ จ่ายดอกเยอะๆ ดอกก็เกินกว่ากฎหมายกำหนด พอเราได้เข้าไป ก็คือผมแฮปปี้กับธุรกิจของผม ที่เราเอาดอกแค่ร้อยละบาท
จากที่เขาจะต้องจ่ายเดือนละแสน ก็มาจ่ายเดือนละหมื่น ช่วยเขาได้ตั้งหลายเท่า และแทนที่เราจะฝากเงินไว้กับธนาคารเฉยๆ เงินผมก็โตขึ้นเรื่อยๆ เล่นคอนเสิร์ต ถ่ายหนัง ได้พรีเซนเตอร์ เราเอาเงินนั้นมาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การขายฝาก จำนองที่ดิน
เพียงแต่เราทำมา 4-5 ปี เราไม่เคยยึดที่ใครเลย และเราก็ช่วย แต่เขาก็ต้องรับผิดชอบดอกที่เราตกลงกันไว้ มันอาจจะน้อย แต่ก็ต้องรับผิดชอบนะ เพราะขายฝาก จะไม่เหมือนจำนองตรงที่ที่ดินจะเป็นของผมเลย
ถ้าผมจะยึดผมก็มีสิทธิได้เลย ถ้าเกิดครบกำหนดแล้วเขาไม่ยอมมาจ่ายต้นให้ผม แต่เป้าหมายของเราไม่ได้อยากจะมีที่ดิน เราไม่ได้อยากมีบ้านหลายหลัง เราแค่อยากได้ร้อยละบาทของเรา
...
ดังนั้นขอแค่เขารับผิดชอบตามกฎหมาย ทำให้ถูกกฎหมายทุกอย่าง เพราะเวลาบางคนลำบากเดือดร้อน เขาอาจจะหน้ามืด พูดอะไรก็ยอมหมด แต่พอถึงเวลาจริงๆ เขาไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ตกลงกันไว้ คนลำบากจะกลายเป็นเรา ดังนั้นทุกอย่างต้องชัดเจนและถูกกฎหมาย แต่ทุกคนเขาก็สบายใจตรงที่เขารู้ว่าเราไม่ยึดที่เขา"
ไม่ได้มีหุ้นส่วน ทำโดยใช้เงินเก็บ
"ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเลยครับ ด้วยความที่เราเก็บดอกน้อยมาก และไม่มีค่าขวัญถุงอะไร ตอนแรกเขาอาจจะงง เพราะผมใช้ชื่อว่าลุงดำ ไม่ได้ใช้ชื่อโตโน่ แต่ตอนหลังพอเขาไปเจอผมที่สำนักงานที่ดิน เขาก็ดีใจและอุ่นใจว่าที่เขาอยู่กับโตโน่ และเราไม่ได้ทำเป็นธุรกิจใหญ่โต เพราะเราไม่มีหุ้นส่วน เราคนเดียว ใช้เงินเก็บของเราหลายปีมาทำ"
เมื่อถามว่า ลูกค้าเยอะมั้ย โตโน่บอกว่า "พอดีๆ ครับ เพราะถ้าเยอะมากไปผมก็ไม่ไหว ลูกค้าจะมีทั่วประเทศ แต่ผมไม่ใช่เศรษฐีครับ (หัวเราะ) ทำเล็กๆ เท่าที่เราทำไหว ผมทำคนเดียวกับชาวบ้านเลย ภูเวียง สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม ภูเก็ต
ผมว่ามันเป็นงานที่แฮปปี้นะครับ เขาแฮปปี้ คนที่ร่วมทำธุรกิจกับเราเขามีความสุข ผมก็มีความสุข ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร และผมก็ไม่ได้เอาเงินร้อนมาทำ"
ไม่ได้ทำเพื่อหวังรวย แฮปปี้กับค่าตอบแทนน้อยนิด
"เราทำพอเราอยู่ได้ และเราช่วยเท่าที่เราทำไหว ผมว่ามันน้อยคนที่จะมาร่วมด้วยและจะมาเอาดอกร้อยละบาท บางทีเราลงเงินไป 1-2 ล้าน เขาก็คงอยากให้เงินนั้นตอบแทนกลับมาเยอะ แต่พอดีเราพอใจเท่านี้ ดังนั้นผมคิดว่าทำคนเดียวก็สบายใจแล้ว แต่ถ้าเกิดมีเพื่อนหรือมีคนที่มีความคิดเดียวกันว่าฉันจะไม่ต้องรวยกับสิ่งนี้ แต่ฉันแฮปปี้กับที่เห็นเธอแฮปปี้ และฉันก็มีแฮปปี้กับดอกน้อยนิดของฉัน ก็ไปด้วยกันได้ครับ"
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
...