กลายเป็นเรื่องร้อนฉลองคืนข้ามปี สำหรับกรณีของ กระแต แตร บุญยะเลี้ยง ที่ไม่สามารถร้องเพลงตัวเองได้บนเวที เนื่องจากติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ จนกลายเป็นดรามาว่าเพลงตัวเอง แต่ทำไมร้องไม่ได้
ล่าสุดได้ควงแขนว่าที่สามี โตชิ จิรทีปต์ ปันธิ มาออกรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne31 อัปเดตว่า ได้มีการขอโทษกับอดีตต้นสังกัดแล้ว พร้อมเผยได้เจอ นานา-เวย์ เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ได้เอาขันธิเบตไปฝากให้ชำระล้างจิตใจ ให้สิ่งไม่ดีออกไป แจงยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่เคยขอยืมเงิน
อย่างดราม่าล่าสุดที่เราไม่สามารถร้องเพลงตัวเองได้บนเวที?
กระแต : "เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น คือตอนนั้นที่บนเวที เราก็เล่นมุก แล้วเราก็ไม่ได้คิดอะไรเยอะ ปกติแล้วแตร้องเพลงตัวเองได้ แต่มันเป็นดราม่าเพราะว่า ทุกคนด่าค่ายเก่า ว่าทำไมใจร้าย ทำไมถึงไม่ให้เค้าร้องเพลง แต่จริงๆ ร้องได้ แต่บางงานก็ไม่สามารถร้องได้
เนื่องจากว่าเจ้าภาพจะต้องไปขอลิขสิทธิ์เอง ซึ่งมันมีเงื่อนไขตามบริษัทของเค้าอยู่แล้ว และงานที่เป็นเฟสติวัลที่มีการเก็บเงินค่าบัตร มันคือเชิงพาณิชย์ ซึ่งทางเจ้าภาพที่เราไปในงานวันนั้นเค้าอาจจะยังไม่ได้คุยกัน เราก็เลยไม่สามารถร้องได้ มันก็สามารถร้องได้ 7 คำ ตามเงื่อนไข แล้วพอเราโพสต์ไป ก็มีคนไม่เข้าใจหลายคน ดราม่าไปว่าทำไมค่ายเก่าถึงไม่ให้ลิขสิทธิ์เรา
แล้วผู้ใหญ่ทางเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็รู้สึกว่าทำไมฉันดูเป็นคนใจร้ายเหรอ จริงๆ แตก็มีส่วนผิด ที่เราไม่ได้อธิบายบนเวที บนเวทีมันแป๊บเดียว และบางคนก็ถามว่าทำไมแตถึงไม่ซื้อลิขสิทธิ์เอง คือมันเป็นเรื่องของธุรกิจ แล้วตอนนี้เราก็เป็นนักธุรกิจเองด้วย และบางอย่างมันไม่สามารถขายขาดได้ แต่อดีตต้นสังกัดเค้าก็อนุญาตให้เราร้องได้ ถามว่าเราเคยขอซื้อไหม แต่เขาไม่ได้ขาย ความเข้าใจของเรา คือเราได้ร้อง แต่คนอื่นก็ตีกันไปเองว่าเราไม่สามารถร้องได้ ประมาณนั้น"
...
แล้วทางต้นสังกัดเดิมเค้าว่ายังไงบ้าง?
กระแต : "เค้าก็น้อยใจ เค้าก็โทรหาเรา เราก็ขอโทษ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราเป็นเด็กดีมาตลอด 20 ปี ที่อยู่อาร์สยาม แล้วเราก็เต็มที่แล้วเราก็รักบ้านนี้ เพราะว่าเป็นบ้านอีกหลังของหนู ก็มีการคุยกัน เคลียร์ใจกัน เขาก็เข้าใจกัน"
แล้วในอนาคตจะมีการซื้อลิขสิทธิ์ขาดไหม?
กระแต : "อันนี้ก็ต้องไปถามที่อดีตที่ต้นสังกัด (ยิ้ม) ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เลิฟกันดีแล้ว"
ล่าสุดได้เจอพี่สนิท อย่าง “นานา-เวย์” เป็นยังไงบ้าง?
กระแต : "ปกติเราก็ไปเบิร์ดเดย์พี่เขาทุกปี ต้องเล่าก่อนว่าแตกับครอบครัวพี่นานา เราช่วยเหลือกันมาโดยตลอด ในทางของเพลง ทำเพลงด้วยกัน แต่เราก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นของเค้ามันเป็นยังไงบ้าง ผิดหรือถูก คนเราอาจจะหลงทางกันได้ อันนี้เราก็ไม่ทราบ แต่กับแต เค้าน่ารักกับเรา เค้าเป็นพี่ชายพี่สาวที่ดีกับเราเสมอมา มันเป็นการช่วยเหลือกันมาโดยตลอด"
โตชิ : "เราก็ให้กำลังใจ คนเรามันก็พลาดกันได้ ประเด็นคือถ้าคุณพลาดแล้ว คุณจะรับผิดชอบหรือเปล่า ถ้าคุณรับผิดชอบได้ ผมก็เป็นกำลังใจให้คุณ แค่นั้นเองครับ"
สภาพจิตใจของพี่ๆ เขาเป็นยังไงบ้าง?
กระแต :" เค้าก็สู้สุดๆ แต่เจอพี่เค้าล่าสุด เค้าก็น่ารักเหมือนเดิม เราก็มีพลังบวกให้กัน ทุกปัญหามีทางออกเสมอ แม่เคยมาถึงจุดนี้ได้ แล้วจะได้ไปต่อมันก็ไม่ยาก ซึ่งมันจะยากจากคนที่จากศูนย์แล้วขึ้นไป แต่แม่มาอยู่จุดนี้ และการที่แม่ล้ม แล้วแม่จะกลับมายืนจุดเดิม มันกลับมาได้อยู่แล้ว
เป็นกำลังใจให้ เพราะว่าเรายังโชคดีกว่าอีกหลายคน และการที่เค้าเจอศึกหนักมาเยอะ เราก็พยายามส่งพลังบวกอย่างเดียว และเราก็เอาขันทิเบตไปให้เค้าตี เพราะด้วยบรรยากาศแล้ว มันเงียบสงบ ให้ซึมซับพลังงานธรรมชาติ ไปอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ดินน้ำลมไฟ บรรยากาศบริสุทธิ์ ช่วงนั้นที่ไปคืออากาศดีมาก อยากให้เค้าล้างพลังงาน ให้เค้าเคลียร์ แล้วก็ชาร์จไปในตัว
แล้วคลื่นเสียงพวกนี้มันคืออ้างอิงจากทางวิทยาศาสตร์ มันสามารถทำให้เราผ่อนคลาย แล้วก็รีแล็กซ์ได้ เพราะเราก็ศึกษาเรื่องนี้มา พลังงานจักรวาล เราเชื่ออย่างนั้น มันทำให้เรารู้สึกว่าทำให้เขาสู้ต่อได้ ซึ่งการที่เราทำแบบนี้ เราไม่รู้หรอกว่าเราจะได้อะไร แต่เราจะทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้"
...
แล้วตอนนั้นที่เราไปเม้นให้กำลังใจในช่วงที่เค้าเจอดราม่า ทัวร์ก็เลยมาลงที่เรา?
กระแต : "คนก็เข้ามาถามว่าทำไมเราถึงไปให้กำลังใจเขา ก็คนที่เค้าโดน หนูก็ไม่ได้สนิท หนูไปพิมพ์ให้กำลังใจเขาก็แปลกๆ อยู่นะคะ (ยิ้ม) และการที่เราไปให้กำลังใจเขา มันเป็นความรู้สึกดี อยากให้เขาสู้ต่อ อย่างน้อยในวันที่เขาไม่มีใคร พี่หันมาพี่ยังเจอพลังบวกจากหนู
แต่ก็มีคนไม่เข้าใจเยอะ มีหลายเม้น ซึ่งเราจำได้ว่ามีคนเม้นว่าปกติใช้เครื่องสำอางกระแตนะ แต่พอมาเม้นให้กำลังใจแบบนี้ ขอเลิกใช้ดีกว่า ซึ่งปกติเราก็มีดราม่าตลอด แต่คอมเมนต์ ที่มาคอมเมนต์ว่าเรา เราก็จะอ่านเพื่อพิจารณา แล้วก็วางลง ไม่ได้มาเก็บเอาไว้
ถามว่าคอมเมนต์นี้รู้สึกไหม อุ๊ย แรงนะ แต่เราเป็นคนคิดบวก แต่เค้าก็ไม่ผิดที่เม้นแบบนี้ ก็เคารพการตัดสินใจของเค้า ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่อยาก Support ไม่รักแตแล้ว ไม่เป็นไรเลย แต่เชื่อเลยว่าสักวันนึงพี่ก็จะเข้าใจหนู"
มีคนเม้น ”แล้วทำไมพี่กระแตถึงไม่ให้พี่นานายืมตังค์ไปใช้หนี้เขา“?
กระแต : "(หัวเราะ) ซึ่งมันมีหลายเม้นมากที่ถามมาแบบนี้ คือเอาอย่างนี้นะคะ ถ้าเค้าจะยืมเค้าคงยืมแล้ว เค้าไม่เคยเอ่ยยืมเงินกระแตเลย คนเรามันไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แตก็มีส่วนดี แต่ก็มีส่วนเลว เราเลือกที่จะรักในส่วนที่ดี แต่เราไม่ได้เจอในส่วนที่มีปัญหากับเขา ซึ่งพี่เค้าน่ารักมากเค้าไม่เคยพูดเรื่องเงินกับกระแตเลย"
...
และเรายังเอาสินค้าของเราไปให้พี่เค้าปักตะกร้าขาย?
กระแต : "จะได้ช่วยกัน จะได้หมดหนี้เร็วๆ เราก็ให้ค่าคอมจุกๆ เลย อยากให้แม่เขาสู้"
และอีกหนึ่งเรื่อง ถ้ายอดขายทะลุ 1,000 ล้าน จะแต่งปลายปีนี้?
โตชิ : "ทะลุไปเรียบร้อยแล้ว"
กระแต : "มันเป็นการตั้งเป้าของเราเมื่อปีที่แล้ว แต่หลายคนก็บอกว่าเราหน้าเงินจังเลย ถ้าไม่พันล้าน เราไม่แต่งเหรอ แต่จะอธิบายว่ามันเป็นการชาเลนจ์ตัวเอง คิดว่าเราจะทำได้ไหม ซึ่งมันก็จะเยอะเลย ใครจะไปรู้ว่าวันนึงเราจะทำได้ จากสิบ เป็นร้อย เลยลองพันไหม แล้วพอมันพันนึง มันขึ้นมาได้ทุกอย่างเพราะว่าตัวเราเอง เรียกได้ว่าเราขายวิญญาณ เหนื่อยมาก"
แสดงว่าเราต้องได้ยินข่าวดีเร็วๆ นี้น่ะสิ?
โตชิ : "ก็น่าจะสิ้นปีนี้ครับ"
กระแต : "ช่วงนี้เราโปรเจกต์เยอะมาก เพราะว่าเราก็ไม่มีเวลาที่จะคุยกันเรื่องแต่งงาน"
โตชิ : "ก็คือเปิดมาแล้วอาฟเตอร์ปาร์ตี้เลย"
กระแต : "หนูสวัสดีสัก 10 นาที แล้วก็สนุกสนานเลย"
แต่เห็นว่าล่าสุดเลือกจะเก็บไข่มากกว่า?
กระแต : "ปีนี้ 39 ก็กินเด็กมันก็ดีแบบนี้แหละ เราก็รู้สึกว่าเราอยากมีครอบครัว อยากมีน้อง คิดว่าไม่เกินสองปี เราจะมีน้อง ก็เลยรู้สึกว่าจะ 40 แล้วเราก็เลยไปเก็บไข่ไว้ก่อน แต่เราก็ต้องปรับเปลี่ยนชีวิต เพราะว่าเรานอนน้อย ร่างกายมันเหนื่อย กลัวน้องไม่สมบูรณ์ หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา เราจะเปลี่ยนจากการนอนตีสอง มานอนสี่ทุ่ม ตื่นเช้า 6 โมง เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ สุขภาพต้องสำคัญ"
โตชิ : "ซึ่งเราตั้งเป้าว่าเราอยากมีสองคน"
กระแต : "อยากมีลูกแฝดไปเลย"
ล่าสุดสินค้าเราโดนก๊อบปี้ ?
กระแต : "ใช่ค่ะ แตถึงกับร้องไห้ เราเข้าใจว่าแบรนด์เนมใหญ่ๆ เค้าก็โดนก็อป แต่เราเสียใจตรงที่ว่า ลูกค้าจะได้สินค้าก๊อปไป เพราะว่ามิจฉาชีพเค้าเอาหน้ากับเสียงของเราไป แต่ส่งสินค้าไปอีกแบบนึง ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด ซึ่งส่งมาจากประเทศจีน
...
และบางท่านก็ไม่รู้ เห็นว่าราคาถูก สุดท้ายก็มาคอมเมนต์ในเพจของเรา บอกว่าอย่าไปซื้อนะ สินค้าไม่ตรงปก ทั้งๆ ที่นั่นคือของปลอม แล้วก็มีคนเข้าใจผิด จนบอกว่า “ดีนะ อ่านคอมเมนต์ก่อน” มันทำให้เราจี้ด ซึ่งเราก็ดำเนินทางกฎหมาย แต่สิ่งที่เราทำได้ก่อนก็คือเราแจ้งแล้วก็เตือนผู้บริโภคหลายคนผ่านเพจของเรา แต่มันก็ดำเนินคดียากเพราะว่ามันมาจากต่างประเทศ ต่อให้ปิด แล้วเขาก็เปิดใหม่ มันก็ลำบากอีก"
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม