ปรับปรุงเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม สำหรับ ดีเจพีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร นี่จะเป็นปีที่กลับมาปัง และมีความสุขที่สุด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุดจนเกือบจะไม่เหลือใคร มีเพียงคุณแม่ มีเรียน แฟนสาว และพี่หนุ่ม พี่ชาย ที่ยังไม่ไปไหน
ล่าสุด ดีเจพีเค ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ ไทยรัฐทีวี ยอมรับว่า ในช่วงที่ชีวิตตกต่ำมากที่สุด เคยคิดอยากลาจากโลก เพราะจากคนที่เคยมีทุกอย่าง แต่กลับไม่เหลืออะไรเลย มีเพียงแค่คุณแม่ มีเรียน ลูกสาวของมีเรียน และพี่ชาย ที่อยู่เคียงข้างและดึงเราไว้ จนในที่สุดก็ออกมาจากจุดนั้นได้ ปีนี้มีแพลนที่จะทำมากมาย จะกลับมาปังให้ได้กว่าเดิม และจะเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด
พีเค บอกว่า แพลนงานในปีนี้ อันดับแรกเลยคือ เอไทม์ มีเดีย เรายังทำรายการ แฉข่าวเช้า เฟิร์สคลาส ทุกวันพุธ อันนี้คืองานหลัก และหลังจากวันที่ 16 ม.ค. 2569 ก็จะมีรายการใหม่ชื่อว่า ชาร์ตใจสเตชั่น จะสัมภาษณ์คนที่ช่วยฮีลใจให้กับตัวพีเคเองเมื่อช่วงปีที่แล้ว และจะสามารถช่วยให้คนที่ดูอยู่ได้ผ่านไปเหมือนกับเรา เป็นรายการที่เราตั้งใจทำมาก
...
เมื่อถามว่าเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับ พีเค คืออะไร เจ้าตัวตอบว่า เรื่องการให้อภัยตัวเอง เพราะที่ผ่านมาเราบินสูงมาตลอด แต่พอมันตกมันลงพื้นเลย ทำให้เราไปไม่ถูกเลย เราให้อภัยทุกคน แต่เราไม่ให้อภัยตัวเอง เราเกลียดตัวเองมาก ไม่ชอบเลยกับสิ่งที่ทำ และยิ่งมีคอมเมนต์เข้ามาด่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เรารับไม่ได้
เราก็เคยเลือกว่า จะหลับแล้วไม่ตื่นมั้ย หรือจะไปหาคำตอบกับชีวิตให้ชีวิตดีขึ้น และเราโชคดีที่ได้เจอ มีเรียน แม่ มาคอยซัพพอร์ตตลอด ได้ไปเจอคนหลายคนมากที่พยายามดึงเราออกจากตรงนั้น และในที่สุดเราก็ออกมาได้
พีเค ยังยอมรับอีกว่า เคยมีความคิดที่จะหลับแล้วไม่ตื่น จากที่เรามีทุกอย่าง ทำงานได้เงิน ซื้อของกิน แต่อยู่มาวันหนึ่งหมดทุกอย่าง ไม่เหลือเลย และเราก็เรียนรู้กับมัน นั่งอยู่นิ่งๆ ดูท้องฟ้า ดูอากาศ ดูทีวี จนวันหนึ่งเรารู้สึกว่า ถ้าไม่หยุดตรงนี้เราก็ต้องไปต่อแล้ว หาอะไรที่มันดีกับชีวิตให้ได้ แต่เราเลือกที่จะไปต่อ
เมื่อถามว่าที่บอกว่าไม่มี คือไม่มีขนาดไหน พีเค บอกว่า แทบทุกอย่าง งานทีวีเขาแคนเซิล งานอีเว้นต์ก็แคนเซิลหมด เราอยู่ได้ด้วยคนใกล้ตัวที่เราสักชื่อเขาลงไปที่แขน เพราะเรารู้เลยว่าเขาอยู่กับพี่ตอนที่ไม่เหลือใคร ส่วนคนที่เหลือจะไม่ใส่ใจเลย ทุกอย่างคือการเรียนรู้ชีวิต และพี่โอเคมากๆ
ก็อาจจะเป็นสัจธรรมชีวิต เราเคยบินสูง แต่พอสุดท้ายเรามีปัญหา เพื่อนประมาณ 80% จะหายไป เราไม่โกรธเขา แต่เราเข้าใจโลก และเข้าใจว่าเราพลาดตรงไหน ซึ่งสิ่งที่เราเจอ มันหนักมากจริงๆ ก็ไม่อยากให้ใครได้เจอเหมือนตนเอง
และ พีเค ยังเล่าต่ออีกว่า ที่ผ่านมางานทีวี งานอีเว้นต์เขาแคนเซิลเราหมดเลย แต่ทำไม เอไทม์ ถึงไม่แคนเซิลเรา ก็เพราะเราอยู่ เอไทม์ มา 26 ปี เขาไม่ทิ้งเรา
ขอบคุณคุณแม่ ขอบคุณมีเรียน และขอบคุณน้องๆ ที่อยู่เคียงข้างมาตลอด พอเราผ่านมาได้ ก็กลายเป็นเวอร์ชั่นที่เข้มแข็งมากขึ้น สมัยก่อนเราเห็นใครเขียนมาด่าเราจะเสียใจมาก ตอนนี้ใครเขียนด่าก็จะบล็อกออกเลย ไม่ใส่ใจ ใครจะด่าก็ด่าไป เราตั้งใจว่าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ถ้าไม่ชอบบอกได้เลยจะแก้ ถ้าชอบก็ขอบคุณ
เผยปีนี้เริ่มมีงานเข้ามาเยอะเหมือนเดิมแล้ว เหมือนเป็นชีวิตใหม่ของเรา ขอบคุณแม่ ขอบคุณมีเรียน ขอบคุณลูกสาวของมีเรียนและคนรอบตัว รวมถึง เอไทม์ ที่ยังรักและอยู่ด้วยกัน ยังเห็นว่าความสามารถอยู่เหนือชีวิตส่วนตัว ซึ่งชีวิตส่วนตัวมันผ่านมานานมากแล้ว ปล่อยให้มันไปต่อ
...
ส่วนความรักในทุกวันนี้ ก็ยังมีทะเลาะกันไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ก็คือข้อดีที่ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเรามีแฟนคนก่อนๆ เราไม่เคยทะเลาะ เราจะเป็นฝ่ายยอม แต่พอมันไม่ได้ดั่งใจเราเลยทำให้ระเบิดออกมา แต่กับคนนี้ทะเลาะกันบ่อย พอทะเลาะกันแล้วก็ทำให้เข้าใจซึ่งกันและกัน ก็มองว่าวิธีนี้ทำให้เราไปกันได้นาน เพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายอยากได้อะไร เราหาให้ได้ตลอด แต่พอมันไปไม่ได้มันก็ระเบิดและพัง
เมื่อถามว่า จะหยุดที่ มีเรียน และจบที่คนนี้เลยมั้ย พีเค บอกว่า ไม่รู้นะ แต่ตอนนี้รู้สึกว่า ชิล อาจจะมองคนอื่นว่าสวย แต่ก็แค่นั้น จบ ไม่ได้ไปอะไรต่อ เพราะเราเหนื่อยแล้ว แค่รู้สึกว่าเวลาเรากลับบ้านไป มีเรียนก็อยู่บ้าน ลูกสาวเขาก็อยู่บ้าน ลูกสาวเขาวิ่งมากอดเรา นี่ก็คืออีกคำตอบของชีวิตที่เราไม่เคยมีมาก่อน
ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เขาดีกับเรา แต่หวังว่ารักครั้งนี้จะอยู่กับเราได้นานที่สุด และดูแลกันไปได้นานที่สุด เพราะว่า มีเรียนเขาเก่ง เป็นนักธุรกิจที่เก่งมาก ช่วยคิดทำโปรเจ็กต์ต่างๆ จนรู้สึกว้าวมาก ที่เขาทำไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย ถ้าไม่เจอเรื่องราวที่ผ่านมาแบบยากๆ ก็คงไม่เจอเขาในวันนี้ และวันนี้เราเจอเขาแล้ว จะพยายามดึงให้เขาอยู่กับเราให้นานที่สุด
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
...