เป็นประเด็นดรามามาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วกับคู่ของ เบส รักษวนีย์ คำสิงห์ และ บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ เพราะช่วงปีที่ผ่านมาก็มีคนจับจิ้นกันอยู่พักใหญ่ มีงานไลฟ์คู่อยู่บ่อยครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้านกระแสแอนตี้จากแฟนคลับของทั้งคู่ไม่ไหว ฝั่งบิ๊กก็ไม่ชอบเบส ฝั่งเบสก็ไม่ชอบบิ๊ก สุดท้ายบิ๊กต้องออกมาไลฟ์สดขอยุติความเป็นคู่จิ้น แต่สถานะเพื่อนก็ยังคงดีเหมือนเดิม และตอนนี้ได้อันฟอลโลว์อินสตาแกรม พร้อมกับลบรูปและคลิปคู่กันออกไปหมดแล้ว เพื่อจะได้จบทุกปัญหาดราม่า ซึ่ง บิ๊ก ได้พูดถึงประเด็นนี้บอกว่า

จริง ๆ แล้วเราไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย เราทำงานด้วยกันด้วยความเข้าใจกันมาตลอด คือในกรอบเรายังไม่มีดราม่า แต่รอบนอกมีเยอะมาก ซึ่ง FC 2 ฝั่งเราคนละสไตล์ แต่พอมาเจอกันความคิดเห็นมันเลยแตกต่าง มีดราม่ามาเรื่อย ๆ จนมันหนักมาก เราก็เลยคุยกันว่าเดี๋ยวเราถอยกันดีกว่า เพื่อทั้งงานด้วยและความรู้สึกของคนดู ก็เลยคุยกันว่างั้นบางเรื่องเราไปเจอกันข้างนอกดีกว่าไหม ถ้าเกิดจะเจอกันก็คือหลังไมค์และไม่ถ่ายคลิปเลยดีกว่า

ถามว่าเกิดความไม่สบายใจตรงนี้เมื่อไหร่ บิ๊ก บอกว่า เกิดจากแฟนคลับที่คิดเองเออเอง คนจิ้นเกินไปจนมันกระทบหลาย ๆ อย่าง เรามองว่าในอนาคตมันอาจเป็นผลเสีย เลยถอยคนละก้าว ไม่ออกสื่อด้วยกัน ทำงานกันคนละสไตล์ ถ้ามีโอกาสดี ๆ ให้คนลืมแล้วอาจจะมาร่วมเฟรมกันอีกครั้ง

คือเรื่องนี้เราก็คุยกันตลก ๆ ไม่ได้ซีเรียส ด้วยความที่เราเป็นผู้บริหารวง ไม่อยากให้กระทบใคร และเบสก็เป็นนักแสดง ก็ไม่อยากให้มีดราม่าถึงงานที่ทำอยู่

...

กับประเด็นอันฟอลโลว์อินสตาแกรม เราทำเพื่อลดปัญหาการใกล้ชิด แต่ถึงจะอันฟอลโลว์หรือไม่ อันฟอลโลว์เราก็ไปเจอกันเหมือนเดิม และตอนแรกเราลบรูปไปก่อน จะได้ไม่ต้องจิ้นแล้ว เราเคลียร์ทั้งรูปทั้งวิดีโอต่าง ๆ เพื่อต้องการลดปัญหาและดราม่า

ส่วนกระแสที่อีกฝ่ายไปจิ้นกับนักแสดงร่วมช่อง คือมันมีดราม่าจิ้นซ้อน ซึ่งตัวเราไม่ได้มีปัญหา ใครจิ้นใครก็มีสิทธิ์ของคนดูอยู่แล้ว ตัวเราเองไม่ได้มีปัญหากับใครเลย จิ้นได้ทุกคน กับด้อม BB ก็อยากให้ยุบตัวลงด้วยซ้ำ คือชาวด้อมเขาไม่ผิด เขาซัปพอร์ตพวกเราด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากให้มีภาพจำแบบลบ ๆ

เอาจริง ๆ เรื่องนี้มันเกิดจากทุกฝั่งเลย เราก็ไม่กล้าว่าใครผิด คนเรามันอินมาก รักมาก เชียร์มาก อยากให้สมหวัง แต่มันอาจจะไม่ตามใจในสิ่งที่เขาต้องการ อาจจะมีความคิดที่โกรธ ใกล้กันก็ไม่ได้ ผมเลยใกล้ใครก็ไม่ได้เลย ไปใกล้ใครก็จะด่า เจอคอมเมนต์ลบ ซึ่งเราอยากทำงานกับใครก็ได้ เบสทำงานกับใครก็ได้ และเราเจอกันได้ตลอด

เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีแฟนคลับแบบไหนบ้าง ที่เขาไปตั้งกลุ่มต่าง ๆ มีแฟนคลับที่ซัปพอร์ตแต่หลังบ้านก็เมาท์แซ่บเหมือนกัน แบบเชียร์เต็ม 100 ก็มี พร้อมเผาก็มีหมดทุกอย่างเลย เราก็คิดว่าเป็นวงกว้างแปลก ๆ ซึ่งคนเหล่านั้นก็ส่งอิทธิพลมาถึงเรา เพราะเรารู้สึกว่าทำงานไม่เป็นตัวเอง ทุกครั้งที่เราไปเจอคนอื่นผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง ถ้าเราใกล้เขานิดหนึ่งก็ไม่ได้แล้ว

ยอมรับว่ามาเจอดราม่าแบบนี้มันอึดอัด แต่ถ้าเกิดทำงานกับเพื่อนเราไม่อึดอัดเลย ทำงานแบบนี้เราสบายใจมาก กินดื่มเต็มที่ แต่ถ้าเราเจอดราม่าจะรู้สึกไม่ดี เพราะที่ผ่านมาเราเจอดราม่ามาตลอด เลยไม่อยากเอาสิ่งเหล่านี้มาเจอคนใหม่ ๆ อยากให้คนใหม่ ๆ ที่เจอเราได้เจอสิ่งดี ๆ

ถามว่าเคยปรามคนพวกนี้ไหม ปรามแล้วแต่ปรามไม่ได้ เราห้ามคนด่าไม่ได้ พอเราห้ามเขาก็ด่าเราคืน เราก็ขอความร่วมมือกับเขา แต่พอบอกไม่ได้ เราก็ถอยออกมาเอง

ที่ผ่านมาไม่เคยฟ้องใครเลย แต่ถ้าเกิดมีการพูดถึงธุรกิจหรืองานที่กระทบวงกว้าง อันนี้จะดำเนินการ แต่ถ้ามาด่าในชีวิตส่วนตัวกับเพศสภาพของเรา อันนี้ไม่เคยฟ้องเลย

สำหรับความสัมพันธ์กับ เบส คำสิงห์ ยังเหมือนเดิม แต่เพียงแค่ว่าถอยเพื่อลดปัญหาภาพความคิดของคน ซึ่งเราก็คุยกันหลังไมค์ตลอด วันต่อวัน แคปดราม่าให้กันดูแบบขำ ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ทำงานด้วยกันตลอด แต่พอมีดราม่ามาก็เบรกก่อนดีกว่า เพราะดราม่ามันมีลบมากกว่าบวก

ถามว่าสนใจความรู้สึกของคนอื่น แล้วความรู้สึกของตัวเองเป็นยังไง คือความเป็นเพื่อนยังดีเหมือนเดิม เรามองว่าถ้าดราม่ามันน้อยลง เราทั้ง 2 คนก็จะโอเคมาก ๆ ส่วนเทศกาล BB ที่ยกเลิกไป เอาจริง ๆ ถ้าเราเห็นแก่เงิน ต่อให้มีดราม่าก็จะเมินและทำในส่วนขายของ ให้ดราม่าเยอะ ๆ จะได้มีคนมาซื้อของเยอะ ๆ แต่เราไม่ได้คิดแบบนั้น คือมันผ่านจุดที่ดราม่าแล้วมาขายของมาแล้ว ถ้าเราคิดแบบนั้นเราทำไปนานแล้ว เพราะกลัวระยะยาวมันย้อนกลับมาได้

ยืนยันสบายใจได้ หลังบ้านเรากับเบสไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ได้ทะเลาะผิดใจเรา แต่เราตกลงกันว่าเว้นไปก่อนเทศกาลนี้ เพราะยิ่งดราม่าคนยิ่งสนใจ

...

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม