หลังจากที่ บอย ปกรณ์ โพสต์ทวงเงินออกสื่อจนทำให้หลายคนสงสัยว่าใครเป็นคนที่ถูกพระเอกหนุ่มทวงเงินออกสื่อ ล่าสุดได้เจอบอยที่งานกาล่าดินเนอร์และประกาศรางวัล A NIGHT OF APPRECIATION GALA 2025 เจ้าตัวก็ได้ตอบคำถามเรื่องนี้เอาไว้ว่า 

ที่มาที่ไปของการโพสต์เรื่องเงิน? 

ตลอดชีวิตผมก็มีคนที่ติดเงินเรา มีเรื่อยๆ แต่ผมไม่เคยอยากจะออกมาพูดผ่านสื่อเลย ไม่ได้เคยอยากทำให้มันเป็นเรื่อง ทุกวันนี้ก็มีคนติดเงินเรา ก็มีอยู่หลายเจ้า แต่ผมเลือกจะเงียบมาตลอด รู้สึกว่าถ้าไม่จำเป็นไม่อยากใช้วิธีออกมาทวงผ่านสื่อ เพราะว่าพอทวงผ่านสื่อเดี๋ยวคุณก็จะตีความออกไปหลายๆ อย่าง ไม่รู้ว่าเขาจะตีความอย่างไรบ้าง 

แต่กับเคสนี้ผมรู้สึกว่าประกอบด้วยหลายๆ เหตุผล อย่างแรกคือเป็นจำนวนเงินค่อนข้างเยอะ ผ่านกระบวนการการติดตามกันมานาน และมีการรับปากและผลัดและตามตัวยาก ตามตัวได้ แล้วก็รับปาก และผลัด และตามตัวยาก วนอยู่ย่างนี้ เป็นลูปอยู่อย่างนี้มานานหลายเดือนแล้ว จนผมรู้สึกว่าตามด้วยตัวเองไม่ได้ผล ก็เริ่มติดต่อทนายให้ทนายตาม ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เลยรู้สึกว่าต้องพึ่งสื่อช่วยตามเพื่อให้ทุกอย่างจบตามที่คุยกันไว้ 


สามารถบอกได้ไหมว่าเกี่ยวกับอะไร? 

เป็นการทำธุรกิจครับ เคสนี้ไม่ใช่การยืมเงิน เป็นเรื่องของการทำธุรกิจ ลงทุน เอาจริงๆ ยอดอยู่ที่ประมาณ 13-14 ล้าน เป็นการลงทุน เวลาลงทุนทำอะไร ลงเงินไปปุ๊บเวลาจบงานก็จะมีการเรียกว่าปันคืน ปันทุนกลับมา กำไร ขาดทุน ก็เอามาหักกับเงินต้น ตรงที่ผมลงไปมันควรจะกลับมาเมื่อ 6-7 เดือนที่แล้ว 


การลงทุนนี้เริ่มลงทุนตั้งแต่เมื่อ?

ลงทุนช่วง 2 ปีนี้


บอยคุยกับเขาล่าสุด เขาให้เหตุผลว่าอะไร? 

ผมจะบอกอย่างนี้ ที่เขาตามตัวอยากก็ใช่ แต่ไม่ใช่ว่าตามตัวไม่ได้เลย สุดท้ายมีการติดต่อกันได้ พอว่ารับปากว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ว่าจะชำระแบบนั้นแบบนี้ พอถึงเวลา พอถึงวัน สมมติวันพรุ่งนี้ ตอนเวลานี้ พี่ช่วยส่งมาให้ผมหน่อย จะตกลงชำระอย่างไรบ้าง ด้วยเงื่อนไขอย่างนี้ เขาทำมาให้มันก็ไม่ตรงกับที่คุยกัน ก็เสียเวลาไปอีก ก็คุยใหม่ พอทำแพลนใหม่ก็ไม่ตรงอีก มันโดนผลัดไปเรื่อยๆ 


เขาได้บอกไหมว่าการลงทุนมันมีความเสี่ยง?

การลงทุน ความเสี่ยง ขาดทุน กำไร ผมรู้อยู่แล้วว่าการลงทุนมีขาดทุน กำไร ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องขาดทุนกำไร มันเป็นเงินที่ผมลงทุนไปที่ผมต้องได้คืนมามันไม่ได้คืน (ทั้งเงินต้นและเงินปันผล) ใช้คำว่าเงินต้นและเงินปันผล ถูกต้อง 


จะมีการขึ้นศาลเพื่อฟ้องร้องไหม? 

ผมทวงมาหลายเดือน คนเคยทำธุรกิจด้วยกัน ผมไม่ได้เป็นคนใจร้ายไส้ระกำ ความจริงถ้ามันเลยกำหนดผมสามารถใช้วิธีตามกฎหมายได้เลย ผมก็ปล่อยให้มันล่วงเลยมา ด้วยการเขาบอกว่าเขาลำบาก ผมก็ปล่อยมาหลายเดือน จนรู้สึกหลายเดือนแล้วก็ยังมีการผลัดผมเรื่อยๆ ผมก็รู้สึกว่าต้องเริ่มวิธีทางทนายแล้ว เข้าทางกฎหมายที่เขาทำหนังสือตกลงกัน แต่สุดท้ายอย่างที่เห็นพอใช้วิธีทางทนายก็ยังมีการผลัดไปเรื่อยๆ อีก ผมเลยรู้สึกว่าผมต้องพึ่งสื่อแล้วมั้ง ต้องออกมาพูด เพราะว่าทุกๆ อย่างผมก็หยวนๆ ให้เขา ช่วยเหลือเขา แต่ทุกอย่างมันมีขีดจำกัดของมัน 


หลังจากที่เป็นข่าวเขามีติดต่อกลับมาไหม? 

ผมโพสต์ 2 ครั้งใช่ไหม ผมโพสต์วันศุกร์ตอนกลางคืน ผมมีนัดเซ็นเอกสารกับเขา แต่ไม่ได้เซ็น ก็เลยโพสต์เพราะตามตัวไม่ได้เลย เขาไม่รับสายผมตั้งแต่วันศุกร์ เสาร์-อาทิตย์เห็นว่าเป็นวันหยุดเลยไม่อยากตาม รู้สึกว่าเป็นวันครอบครัว ความจริงแล้วตามเงินมันไม่มีวันหยุด พอเมื่อวานเขาก็ยังไม่โทรมาผมก็โทรไป ก็ตามกันอยู่สักพักไม่ได้ตามง่ายๆ สักที เมื่อวานก็ได้คุยกันจนเหมือนว่าจะโอเค แต่สุดท้ายพอผมพิมพ์ข้อตกลงไปในไลน์ เพื่อต้องการเป็นหลักฐานว่าคุยกันแล้วนะว่าคุยกันแบบนี้ รบกวนช่วยรับทราบให้ผมหน่อย เขาก็ไม่รับทราบให้ผม ผมก็รอครึ่งชั่วโมง ผมก็พิมพ์อีกครั้งเขาก็ไม่ตอบ ผมก็เลยโอเค ตามในนี้ไม่ได้ก็ตามในสตอรี่แล้วกัน 


เขาจะต้องคืนเมื่อไหร่? 

เขาขอผ่อนชำระ ในระยะเวลาที่ก็นานพอสมควร แต่ผมก็ใจดีมากระยะเวลาที่เราให้ 


นอกจากบอยมีใครโดนอีกไหม? 

การลงทุนครั้งนี้ก็เป็นผมกับคุณธนา ก็คือหน่องครับผม แต่ว่าคุณหน่องไม่ค่อยเสียหายอะไร เพราะเงินลงทุนเป็นเงินของผมเอง ผมทำกับหน่อง ถ้ากำไรแบ่งครั้ง ถ้าขาดทุนก็ขาดทุนคนละครึ่ง แต่ผมเป็นคนออกเงิน เป็นนายทุนให้ ถ้าเกิดไม่ได้เงินคืนผมโดนเอง เป็นเรื่องในบ้านกับน้องผมไม่มีปัญหา 


เขาเป็นคนในวงการหรือนอกวงการ? 

เขาไม่ใช่ดารา ไม่ใช่นักแสดง แต่ทำงานในวงการบันเทิง หมายถึงทำงานในส่วนของเบื้องหลัง 


จะให้กฎหมายเข้ามาช่วยอย่างไร? 

อย่างล่าสุดผมคุยกับเขาเมื่อคืนว่าสิ่งที่เขายื่นข้อเสนอว่าจะชำระอย่างนี้ ที่มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเรื่อยๆ ตลอดเวลา มันได้ข้อตกลงไฟล์นอลแล้วเมื่อคืน จะทำการนัดเจอเขาวันพฤหัสนี้กับทนายเพื่อให้ทำหนังสือว่าเขาจะยินยอมชำระผมอย่างนี้จนถึงเมื่อไหร่ ผมก็หวังว่ามันจะไม่มีการผลัด หรือว่ามีอะไรมากกว่านี้แล้ว 

ผมหยวนๆ ให้เขา ขยายเวลา ขยับให้เขามาเรื่อยๆ แต่ผมว่าสุดท้ายแล้วมันมีขีดจำหัดถ้ามันถึงจุดหนึ่งที่ผมขยับให้เขาไม่ได้แล้ว ก็คงต้องไปถึงกระบวนการทางกฎหมาย ก็คงต้องไปทางศาล 

ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรก็ไม่อยากอวยตัวเองว่าตัวเองใจดี แต่คือเราเป็นอย่างนี้มาตลอด คือเช่นพอมีคนที่เขาต้องจ่ายเงินเราแต่เขามาบอกว่าเขาไม่มีจริงๆ หมายถึงเคสอื่นด้วยนะ เวลาติดต่อไปแล้วก็ไม่ได้หายไปไหน ก็เข้าใจเขาประมาณหนึ่ง แต่อยากให้เขาเข้าใจเราด้วย ผมก็ทำธุรกิจ เงินก้อนนี้ที่ผมไม่ได้ยังไม่ได้วนกลับมาในช่วงเวลาที่ควรจะกลับมา ผมก็เสียหายกับธุรกิจอื่นไปแล้ว ผมก็เสียหายกับธุรกิจอืิ่นไปแล้ว ผมก็ไม่ได้ใจดี อะไรพอจะช่วยได้ผมก็เต็มที่ แต่ทุกอย่างก็มีขีดจำกัด 


ทำใจไว้ไหม? 

ก็หวังว่าจะได้เงินกลับมาคืน ความจริงก็ไม่ได้อยากไปถึงกระบวนการทางศาลด้วย แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ คงต้องไปทางนั้น ผมกล้าพูดว่าผมให้เวลาเขาผ่อนชำระเป็นระยะเวลาที่พอสมควร 


เป็นครั้งแรกเลยไหมในการทำธุรกิจแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้? 

ถ้าเกิดว่าเรื่องของการโดนก็ใหญ่สุด แต่ที่ผ่านมา มีคนที่ต้องชำระหนี้เราเป็นหลักล้านก็มี ตอนนี้ก็มี แต่ผมไม่อยากพูด เพราะว่าเขาก็ยังทำให้ผมติดต่อได้ ดูมีความพยายาม ทยอยมาทีละนิดทีละหน่อย ถ้าไม่จำเป็นผมไม่รู้จะพูดเรื่องนี้ไปทำไม 


การใช้เงินก้อนใหญ่แบบนี้หลังจากนี้จะระมัดระวังตัวเรื่องนี้ หรือมีความระแวงหรือกลัวไหม? 

จริงๆ ผมเป็นคนย้ำคิดย้ำทำอยู่แล้ว โคตรระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องการใช้เงิน คิดถี่ถ้วน ไตร่ตรองให้ดี หาคอนเน็กชั่นว่าคนนี้ไว้ใจได้ไหม ผมเป็นคนค่อนข้างเกือบๆ จะเป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ในเรื่องนี้เหมือนกัน ต้องระวังตัวมากที่สุด 

และสำหรับเคสนี้ผมก็มั่นใจในตอนแรกว่าไม่น่าจะเกิดอะไรแบบนี้ได้ เพราะว่าเขาก็ดูมีความน่าเชื่อถือว่าแต่สุดท้ายก็เกิด ผมว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ เขาถึงบอกทุกการลงทุนมันมีความเสี่ยง 

เรื่องเปิดเผยมันเป็นเรื่องของกฎหมาย ผมไม่รู้ว่าได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าผมพูดออกไปว่าเป็นธุรกิจอะไรผมว่าคนก็พอจะรู้แหละ แต่ทีนี้ผมก็บอกเขาไป ถ้าเซ็นข้อตกลง ผมขอให้มันตรงตามเวลา ตรงตามข้อกำหนด 

เพราะมันมาถึงจุดที่ว่า ถ้าคุณผิดชำระผมแม้แต่งวดเดียว ผมก็ขออนุญาตส่งไปตามกฎหมาย เพราะว่าผมยื่นคำขาดกับเขาไปหลายครั้งแล้ว แต่คำขาดของผมมันคงไม่ศักดิ์สิทธิ์มั้ง หรือเขาเห็นว่าผมใจดี เขาก็พยายามผลัดมาเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ถึงจุดที่ผมจะต้องทำทุกอย่างให้เด็ดขาดจริงๆ แล้ว


คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”