จากกรณีที่มีผู้เสียหายรวมตัวกันมาออกรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา นำโดย ณัฐ นักธุรกิจ, ฝ้าย, ผ้าแพร เอเอฟ 7 เพื่อนนักร้องด้วยกัน, แพร, เตือนใจ รวมถึงทนายความ กับกรณีที่ถูก น้ำแข็ง ชญาน์ทัต หลอกให้ลงทุนก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งไทยรัฐออนไลน์จะสรุปดราม่าร้อนกรณีนี้ให้ฟังกัน


ณัฐ เป็นเจ้าของโรงงานบรรจุภัณฑ์

- ผู้เสียหายรวมตัวกันเปิดใจในรายการโหนกระแส โดยมี ณัฐ นักธุรกิจ, ฝ้าย, ผ้าแพร เอเอฟ 7 เพื่อนนักร้องด้วยกัน, แพร, เตือนใจ พร้อมทนายความ

- ณัฐถูกหลอกให้ผลิตสินค้าแต่สุดท้ายไม่ได้เงิน บอกว่ารู้จักกับน้ำแข็ง-เอย เจ้าของเลอรส ทางส้มพี่สาวเอย

- ณัฐทำธุรกิจเกี่ยวกับแพ็กเกจจิ้ง บรรจุภัณฑ์ รู้จักเขาตอน พ.ย. 67 เบื้องต้นเขาให้ตนทำแพ็กเกจจิ้งเพื่อใช้บรรจุก๋วยเตี๋ยวของเขา มีการเจรจากัน หลังจากนั้นเขาก็มาที่โรงงาน ว่าพร้อมรับงานเขาไหม

- จากนั้นมีการส่งแบบมาว่าผลิตอะไรได้บ้าง อยู่ในขั้นดำเนินการทำกราฟิกให้เขาดู แล้วก็ทำบล็อก ช่วงนั้นเป็นช่วงปีใหม่พอดี บริษัทก็หยุด หลังเปิดทำการ ก็เร่งผลิตสินค้าให้เขา เพื่อให้ทันลอตแรกที่เราส่งให้เขา วันที่ 22 ม.ค. เกือบแสนซอง

- เขาตอบกลับมาว่าทำไมส่งของออกมาเยอะขนาดนี้ ซึ่งเขาสั่งตนจริงๆ ยอดประมาณล้านกว่าซอง 5 แบบ มีเส้นเล็ก เส้นหมี่

- ในสัญญาไม่มีระบุว่าต้องส่ง 5 ไอเทมวันไหน ทำสัญญาวันที่ 30 ธ.ค. เป็นเคสใหญ่ ลูกค้ามีแบรนด์ที่ติดตลาดแล้วตนไม่อยากให้มีผลกระทบกับลูกค้า ก็เลยรีบทำ แล้วส่งมอบงานก็เจอปัญหานี้ขึ้นมา

- ในสัญญาไม่ได้ระบุเงื่อนไขการจ่ายเงิน แต่คุยกันไว้ว่าก่อนส่งของจะจ่ายให้ส่วนหนึ่งก่อน แต่ตอนนั้นติดต่อเขายังไม่ได้ แต่เราต้องทำการส่งของให้เขา ส่งให้ตามที่กำหนดเงื่อนไขไว้ ลูกค้ารีเควสต์มาว่าต้องการใช้ของด่วน เราเป็นผู้ผลิตก็ต้องรีบให้ลูกค้าใช้ให้ทัน ส่งของแล้วเขาต้องโอนเงินให้ตน

...

- แต่อีกฝ่ายบอกว่าส่งมาเยอะเกินไป ตนก็รับฟังว่ามีเหตุผลอะไรปฏิเสธการจ่ายเงิน ไม่สะดวกตรงไหน ติดขัดตรงไหน เราต้องยอมรับฟัง และอนุโลมกันไป แต่ที่สำคัญสุดคือไม่ติดต่อกลับมาเลย มารู้ตอน ต.ค. ว่าเอาของที่ตนผลิตไปขาย ตนเลยมาร้องทางเพจทนายพจน์

- อีกฝ่ายจะฟ้องร้องตน เรื่องส่งสินค้าสำเร็จรูปไปไม่ทันล้านกว่าบาท ซึ่งเขาให้ตนผลิตสินค้าบางส่วนช่วยเขาไปก่อน เพราะจะปิดโรงงาน 3 เดือนเพื่อไปอยุธยา ระหว่างที่เขาปิดโรงงานไม่สะดวกที่จะทำการ เลยจ้างตนให้ผลิตซองแพ็กเกจจิ้ง เส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว ทุกอย่างเป็นของตนหมด ยกเว้นน้ำซอสที่เขาต้องดำเนินการส่งมาให้

- ค่าจ้าง 3.3 แสนซอง ซองละ 9 บาท เท่ากับเงิน 2.7 ล้านบาท



ผ้าแพร AF โดนชวนลงทุน

- สำหรับ ผ้าแพร เกิดจากการขอยืมเงินกันก่อน จากนั้นเขามาเสนอโปรเจกต์ว่าเขาน่าจะทำต่อไม่ไหวแล้ว เขาอยากให้ตนผลิตให้เขา ให้ตนเข้าไปโรงงานเขา แล้วเขาจะผันตัวมารับซื้อจากตนแทน

- ผลตอบแทนของตนคือส่วนต่างตรงนั้น อยู่ที่ว่าตนจะตั้งราคาให้เท่าไหร่ แต่ก่อนเข้าไปผลิตเขาขอยืมเงินอีกก้อนหนึ่ง บอกว่าก้อนนี้จะยืมไปปิดหนี้ต่างๆ เคลียร์ระบบต่างๆ ยอดหนี้ต่างๆ ให้เป็นศูนย์ ตนจะได้เข้ามาและเริ่มผลิตได้แบบไม่ติดขัด ตนก็ให้ยืมไป

- แต่พอตนเข้าไปผลิต โอนเงินให้ซัพพลายเออร์มากมายตามเขารีเควสต์ว่ามีเจ้าไหนบ้าง ตนก็โอนเงินไป

- เขามีออเดอร์จากต่างประเทศ 250 ลัง จะชิปปิงไปทางเรือ ปิดตู้ปุ๊บได้เงิน มันก็ดูเป็นธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนได้เร็ว ตนก็สนใจ เขามีใบออเดอร์มาเป็นสเตป โอนเงินให้เขา เป็นค่าวัตถุดิบต่างๆ ผลิตไปเรื่อยๆ เขาก็มีการส่งของไปเรื่อยๆ

- เรากำหนดกันว่าถ้าเป็นดีลเลอร์ไทย ขอเวลา 7 วัน ในการจ่ายเงินแพร แต่ถ้าต่างประเทศปิดตู้เมื่อไหร่ได้เงินเลย ก็ดำเนินการไปเรื่อยๆ จนวันดีลของ ส่งของให้ต่างประเทศ ก็ผลิตเสร็จเลย 250 ส่งไปเรียบร้อย ประมาณเสาร์-อาทิตย์ ได้ทวงถาม

- เขานัดไปโรงงานอีกที ขอยืมเงินเพิ่มอีก 2.5 ล้าน แต่ตนบอกว่ามันไม่ไหว เงินที่ลงไปยังจมอยู่ แล้วต่างประเทศที่บอกว่าจะได้เงินก็ยังไม่ได้

- หลังจากนั้นเขาโทรมาหาตน บอกว่าเพิ่งรู้ว่าเงินจำนวน 5 แสนของต่างประเทศได้มานานแล้ว และยืนยันว่าไม่รู้จริงๆ ว่าได้มานานแล้ว ส่วนดีลที่ไทย เขาก็บอกว่าดีลเลอร์ไม่จ่ายเงินเขา แต่สุดท้ายมารู้ว่าของที่ตนผลิตไปเอาไปจำหน่ายปกติ แต่เงินไม่ถึงตน

- ยืมเงินไปรอบแรก 3 แสนบาท บอกว่าพนักงานจะสไตรก์ แต่ก้อนนี้ได้มีการฟ้องร้อง เซ็นยินยอมกันเรียบร้อย

- ยอดที่สองเขาขอไปปิดเคลียร์หนี้เก่าให้เป็นศูนย์ 1 ล้านบาท มีการเซ็นไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินใดๆ

- อีกก้อนที่ลงไปผลิตให้ ต่างประเทศประมาณ 5 แสนกว่าบาท และใบแจ้งหนี้ที่ตนทำไปให้อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านกว่าๆ

- ที่ช่วยเขาเพราะเห็นว่าเขาเป็นพี่เป็นน้อง เป็นคนที่ไว้ใจมากๆ เงินที่ให้ยืมไปเป็นเงินก้อนใหญ่มาก การให้ยืมขนาดนี้ เชื่อใจได้ขนาดนี้ ให้ใจเขาเต็มร้อยก็คิดว่าจะได้กลับคืนมาเต็มร้อยเหมือนกัน

- และได้ยินว่ามีผู้เสียหายหลายคนมาก มีการนำชื่อตนไปพาดพิงกับผู้เสียหายท่านอื่นด้วย ตนจึงมาแสดงตัวตรงนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ตนก็เป็นผู้เสียหายท่านหนึ่งเหมือนกัน

...

- ตนไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเอาเงินไปทำอะไร เขาบอกว่าเหมือนเขาจมน้ำอยู่แล้วตนฉุดมือเขาขึ้นมา ตอนที่เรื่องทุกอย่างมันแดงออกมา มันเสียความรู้สึก

- ตอนที่เขาทำธุรกิจ ตนก็ยินดีกับเขา เห็นเขาใช้ชีวิตอู้ฟู่ก็ยินดีด้วยที่เขามีความสุข พอเห็นเขาโพสต์เศร้าๆ ก็ไปคอมเมนต์แสดงความเป็นห่วง พอเขาทักกลับมาว่ามีปัญหาเรื่องนี้ ตนเข้าใจและยื่นมือเข้าไปช่วย การยืมเงินเลยเกิดขึ้น

- ผ้าแพรบอกว่าตั้งแต่ติดต่อกันไม่ได้ก็ไม่ได้เจอเลย คิดว่ามาเปิดใจคุยกัน คุยความจริงกัน น่าจะหาทางออกได้ดีกว่า



ฝ้าย ดีลเลอร์เจ้าใหญ่

- ฝ้าย คือผู้เสียหายอีกคน เป็นดีลเลอร์ที่น้ำแข็งเอาชื่อแพรไปแอบอ้าง

- โดยอีกฝ่ายมาเสนอสินค้าในราคาพิเศษ เดิมทีมีการซื้อขายกันราคาปกติอยู่แล้ว แต่มีบางช่วง ประมาณ พ.ค.-ธ.ค. เริ่มเสนอสินค้าในราคาพิเศษ และให้ซื้อสินค้าในราคาบิ๊กล็อตเลย

- สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น คือ พ.ย. เราต้องการใช้แค่นี้ แต่เขาเสนอมาว่าให้ช่วยลงอีก เป็นบิ๊กล็อต สิ้นปีจะได้โบนัสทองคำแท่ง จากซับพลายเออร์เส้นโรงงานหนึ่งเขาจะให้กับทางบริษัทนี้ แต่เขาจะมาเสนอให้ตนต่อ เพราะตนช่วยเขาดันยอดซื้อเส้นตรง

...

- เขาต้องการแค่ส่วนลดท้ายบิลการสั่งซื้อ ตนจึงสั่งซื้อไป พอได้รับสินค้า และตนทวงถามไป มันไม่มีโบนัสนี้เกิดขึ้นพอสอบถามซับพลายเออร์ไป เขาบอกว่าไม่มีทองให้บริษัทนี้

- เจ้าตัวบอกว่า จ่ายเงินล่วงหน้าไปหมดแล้ว ไม่มีค้างชำระ

- ฝ้ายบอกว่า เงินที่ณัฐต้องจ่ายให้น้ำแข็งเพราะส่งสินค้าช้าก็ไม่จริง ไม่มีการโดนปรับ แม้การส่งจะล่าช้า เพราะคนรับหน้าคือตน

- ฝ้ายประกาศขายบ้าน เขาขอเช่า ตนก็ให้เช่า พอเช่าเสร็จบอกว่ายินดีซื้อเพราะขี้เกียจย้ายเอาของออก เขาจะซื้อเงินสด เพราะบ้านที่นนทบุรี 2 หลังลูกค้าติดจอง ถ้ายื่นกู้จะซื้อเงินสด ตนเลยตกลง

- แต่ปรากฏว่ามีเรื่องฉุกเฉินเข้ามา ต้องดีลกับณัฐ ตอนนั้นเริ่มมีสถานการณ์ส่งสินค้าล่าช้า สั่งไปเท่านี้แต่มันไม่ได้

- มีปัญหาเรื่องการผลิตของใกล้สิ้นปี ถ้าไม่มีของส่งจะลำบาก เขาเร่งด่วนมาก เลยขอโฉนดบ้านหลังที่เขาจะซื้อเอาไปขายฝากก่อนได้ไหม พอได้เงินมาจะเอาเงินก้อนนั้นไปจ่ายกับทางณัฐ ฝ้ายก็หนักใจเพราะบ้านคือน้ำพักน้ำแรงที่หามาทั้งชีวิต มันก็บีบตนเช่นกันถ้าวันนี้ไม่ช่วย เท่ากับว่าตนจะไม่มีสินค้าส่งให้ลูกค้า

- ตนเลยจำเป็นต้องให้และไปโอนบ้าน ได้เงินมาทั้งหมดก็โอนให้เขาทั้งก้อน ตนบอกว่าขอให้เขาเอาไปใช้ตามวัตถุประสงค์ จ่ายสินค้า เอาสลิปใบพีโอมาให้ด้วย เขาก็ถ่ายใบพีโอต่าง ๆ ของณัฐมาให้ เราดูว่ามีการเปิดพีโอจริงๆ ซึ่งตนก็เชื่อ

- ตั้งแต่เดือน 5 เป็นต้นมา เขาต้องชำระค่าดอกเบี้ยขายฝากให้นายทุนขายฝาก เพราะเป็นความรับผิดชอบของเขา เขาไม่มีการชำระ ตั้งแต่เดือนห้าเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน นายทุนขายฝากก็ยังไม่ได้ ซึ่งตนถามตลอดว่ามีการชำระไหม เดือนหน้าบ้านตนโดนยึด เงินไม่จ่าย จะโดนยึดแล้ว ซึ่งเขาชำระแค่ 2 เดือน

...



เตือนใจ ดีลเลอร์อีกคนที่ถูกหลอก

- เตือนใจ บอกว่าตนเจอเคสเดียวกับฝ้าย เป็นดีลเลอร์รายวัน จะเปิดสินค้า 1 หมื่นห่อ พอเบิกไปเรื่อย ๆ ใกล้หมด 1 หมื่นก็เติมไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ เหมือนรายอื่น แต่มีความผิดปกติเมื่อเดือน พ.ย. ที่เขามาขอให้ตนเปิดอาทิตย์ละ 3 หมื่นห่อ เพื่อรับโบนัสจากบริษัทซับพลายเออร์ จะให้โบนัสเขาและเขาเอาโบนัสมาให้ตน

- รวมมูลค่าความเสียหาย เขาค้างส่ง 9 หมื่นกว่าห่อ คิดเป็นเงิน 1,379,970 บาท มีส่วนค่าเสียหายตัวอื่นอีก ซึ่งมีการบอกเราให้ช่วยอีก ถ้ารวมความเสียหายทั้งหมด 2.4 ล้าน

- จะมองว่าเป็นการยืมก็คงไม่ได้ เพราะถ้ายืมก็ต้องคืน แต่ในสิ่งที่เขาให้ช่วย ยกเคสจ่ายค่าไฟ มาบอกว่าไฟโรงงานจะโดนตัด พี่ช่วยหน่อย แต่ทุกครั้งที่เขาต้องการเงิน จะบอกว่าพี่ วันนี้มีออเดอร์พี่นะ ถ้าไฟโดนตัด แย่เลยนะ ออเดอร์พี่ไม่ออก ก็เลยตัดสินใจช่วย สุดท้ายแล้วไม่ใช่ ของก็ไม่ได้ออกตามที่เขาบอก



แพร ดีลเลอร์อีกเจ้าที่ถูกหลอก

- แพร ผู้เสียหายอีกคน มีการเสนอราคาอ้างว่าปีหน้าจะปรับราคาขึ้น และย้ายโรงงานเพื่อให้ตนสต็อกของ ในเดือนพ.ย. ห่อละ 16 บาท จากนั้นเห็นว่าสต็อกตนเยอะ อ้างว่าจะช่วยตนปล่อย ด้วยความที่ตนมีลูกค้าเข้ามาพอดีเลยมีความจำเป็นต้องเปิดก้อนใหม่ไป มาให้ตนช่วยแพ็กของ

- มูลค่าความเสียหาย 2 ล้านกว่า ประมาณ 8-9 หมื่นซองที่เขาค้างส่ง

- ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจกับคู่กรณีไม่เคยมีปัญหา ค้าขายกับเขามาตั้งแต่ปี 64-65


ทนายความของน้ำแข็ง

- ทนายความของ น้ำแข็งและเอย ภรรยา พูดถึงเรื่องการใช้หนี้ของลูกความตัวเองว่า ความมั่นใจที่ผมจะให้ได้ คือคุณเอยสามารถผลิตสินค้าและขายให้ลูกค้าต่อได้ การเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้ทุกอย่างสะดุด และจะล้มทุกอย่างครับ เป็นเหตุการณ์ที่ทางผมไม่อยากให้เกิด

- ผมประคับประคองหนี้บริษัท ให้เจ้าหนี้ทุกรายได้รับการชำระหนี้ครบถ้วน ผมเคยเสนอให้เข้าแผนฟื้นฟูกิจการ เป็นการพักหนี้ระยะยาว ไม่มีการชำระดอกเบี้ย แต่คุณเอยเขาไม่เห็นด้วย เขาบอกเขาเป็นหนี้เขาต้องจ่าย แต่ขอเวลาผลิตสินค้า นำมาชำระหนี้ให้ทุกรายครับ

- ทนายความบอกว่า แหล่งผลิตสินค้าขอเป็นความลับ การประกอบการชัดแจ้ง ถูกต้อง มี อย. เรียบร้อย

- เรื่องการใช้หนี้ ทนายต้องการหลักฐานมายืนยันว่าทางเราได้รับเงินเข้ามาแล้ว หลักฐานถูกต้องตรงกัน เพื่อการชำระหนี้ได้ถูกต้อง ไม่ผิดพลาดหรือซ้ำซ้อน ฝากคุณฝ้ายทำรายละเอียดแต่ละเคสเลย ว่าเคสนี้ใครโอนมาเท่าไหร่ โอนมาเป็นสินค้าอะไรขอเป็นรายละเอียดที่ชัดเจน มีสลิปแนบที่เป็นหลักฐาน แต่คุณฝ้ายส่งไฟล์เอกซ์เซลมาให้ มันเป็นแค่ตัวเลข ผมเป็นทนายความ ผมต้องตรวจสอบความถูกต้อง การจ่ายหนี้ต้องจ่ายแล้วไม่ต้องเรียกซ้ำซ้อนเข้ามา ต่างฝ่ายต่างทำกัน เพื่อเอาตัวเลขมา เราจะได้รู้ขั้นตอนวิธีการชำระหนี้ของเราครับ มันมีหนี้เป็นจำนวนเยอะมาก ที่ผมต้องติดตามจ่ายให้เจ้าหนี้ทุกรายครับ

- ทนายความบอกว่า คิดว่าคำว่าอยากได้ไปฟ้องเอา ไม่น่าออกมาจากฝั่งตน คุณแพรมีโพสต์ใน x เดือน ส.ค. ว่าถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา ซึ่งในขณะนั้นเรามีการชำระหนี้กันอยู่ตลอด ไม่เข้าใจว่าเขารวมกลุ่มกันก่อหวอดเพื่ออะไร



- ฝ้าย พูดว่าตนได้รับข้อความ อยากได้ให้ไปฟ้องเอาเพราะมีแชต อาจไม่ได้ตรงประโยคเป๊ะๆ แต่ความหมายคือไปฟ้องเอาเลย ส่วนผ้าแพรได้ข้อความถ้าไม่สบายใจก็ไปฟ้องเอา


- ล่าสุดมีเอกสารชี้แจงจากบริษัทเลอรสฯ เรียนให้ทราบว่าข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวมิได้เป็นไปตามที่ปรากฏตามข่าว บริษัทอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและชี้แจงอย่างเป็นทางการ ใคร่ขอความกรุณาทุกท่านโปรดรอติดตาม หลีกเลี่ยงการเผยแพร่หรือให้ความเห็นกับข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ ทนายแชมป์เป็นทนายทางเลอรส?



น้ำแข็งออกโหนกระแสวันที่ 6 พ.ย.68

- น้ำแข็ง AF มาออกรายการโหนกระแสเพื่อชี้แจงดราม่าที่เกิดขึ้นว่า ตนเพิ่งทำธุรกิจนี้ เข้ามาช่วยภรรยาทำเกือบปี เข้ามาทำช่วงที่บริษัทมีปัญหาพอดี ภรรยาทำก๋วยเตี๋ยวแบรนด์ดังมา 6-7 ปี ปัญหาสะสมมาเรื่อยๆ ปัญหาเรื่องเงิน เรื่องคน ตนเพิ่งรู้จากภรรยาว่ามีการทุจริตกันในบริษัทเกิดขึ้น อีกเรื่องการบริหารงานที่ล้มเหลว ทุ่มการตลาดเยอะเกินไป

- น้ำแข็งเล่าถึงกรณีของณัฐ เจ้าของโรงงานบรรจุภัณฑ์ว่าตนเองเปิดพีโอไปจำนวนหนึ่งตอนนั้นบริษัทมีปัญหาไม่มีเงินสดที่จะสั่งสินค้าเยอะขนาดนั้นเลยต้องเรียกเข้าทีละล็อต

- ตนได้คุยกับณัฐเจ้าของโรงงานว่าไม่มีเงินสดเยอะขนาดนั้น สามารถเรียกเข้าทีละล็อตได้ไหม เอาเข้า 2 หมื่น ตนจ่ายพอไหว ไม่ใช่แสนซองตนจ่ายไม่ไหว

- เรื่องจ้างผลิตของให้ น้ำแข็งบอกว่าณัฐผิดสัญญาตั้งแต่ในการส่งล็อตแรกที่ไม่สามารถผลิตได้ทันตามที่ตัวเองต้องการ

- เอกสารใบพีโอทางฝั่งน้ำแข็งไม่มีแล้ว มีการเคลื่อนย้ายออกไป ไม่มีข้อมูลเอกสารการสั่งซื้อใดๆ ขอไม่เอ่ยนามใครเอาออกไป ตอนนี้เลยไม่มีหลักฐานอะไร ข้อมูลทุกอย่างในคอมในมือถือโดนลบไปหมด สิ่งที่ต้องการจากคู่กรณีวันนี้คืออยากรู้ว่าตนเป็นหนี้แต่ละคนเท่าไหร่บ้างจะได้ทยอยจ่าย


- น้ำแข็งเล่า โทรขอยืมเงินผ้าแพรก้อนแรก 3 แสน อีกฝ่ายก็ให้ยืมพร้อมวางเล่มทะเบียนรถ ตนพยายามอุ้มบริษัท แก้ปัญหาที่มีในตอนนั้้น มันมีอีกก้อน 1 ล้านบาท ตนเห็นแล้วว่าไปยืมใครมาก็ตามมันอุ้มไม่ไหวแล้ว เลยโทรชวนแพรให้มาทำด้วยกันเพราะเห็นศักยภาพน้อง 

- ตกลงกันว่าเขาจะเป็นคนผลิต แล้วให้เราเป็นคนขายเจ้าเดียว แต่พอคุยกันไปกันมาแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่ได้มีผมกับผ้าแพร จะมีคนอื่นเข้ามาด้วย บอกว่าเป็นแบบนี้นะ จนสุดท้ายเกิดความไม่ไว้วางใจในตัวผมและภรรยา 

- น้ำแข็งบอกตนเองผิดเอง ที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ไม่ชัดเจนกับผ้าแพร กับครอบครัวผ้าแพรตั้งแต่แรกว่าบริษัทมีปัญหาอะไรบ้าง ไม่ได้บอกทั้งหมด

- เงินก้อน 3 แสน น้ำแข็งบอกว่าทยอยจ่ายไปแล้ว 3-4 งวด 

- ทนายของน้ำแข็งกล่าวต่อว่า ส่วนก้อน 1 ล้านบาท ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้กันแล้วว่าจะเริ่มชำระกัน 1 มกราคม 2569 จะผ่อนจ่ายหลังจากจบก้อน 300,000 บาท และผ่อนอีก 18 งวด หลังจากผ่อน 18 เดือน ก็จะเริ่มผ่อนชำระของยอดอีก 1.3 ล้านบาท ที่มีการยืมเข้าเพื่อซื้อวัตถุดิบและผลิต

- นอกจากนั้น น้ำแข็ง กล่าวว่า เคสของผ้าแพรจะต่างจากเคสท่านอื่นๆ ตนยินดีที่จะจ่าย ทุกความเสียหายเรารับผิดชอบ เงินที่เอามาลงทุน หรือเอามาช่วยเรารับผิดชอบ แต่แค่ขอเวลาหาเงิน แล้วก็ทยอยจ่าย

- สำหรับเรื่องนี้มีผู้เสียหายรายอื่นทยอยติดต่อเข้ามาเพิ่มเติม คาดว่ามูลค่าความเสียหายรวมในคดีนี้อาจพุ่งสูงถึง 50 ล้านบาท โดยผู้เสียหายแต่ละรายมักจะโดนกระทำคล้ายๆ กัน



คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”