เรียกว่าเป็นมหากาพย์ดราม่าที่ชาวโซเชียลให้ความสนใจต่อเนื่อง สำหรับกรณีที่ หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ ถูกกล่าวหาว่านำเงินทำบุญบริจาคให้กับหลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ มาใช้ส่วนตัว โดยมีคนบอกว่าหมอบีให้คนไปถอนเงินให้หลวงพ่อ แต่เมื่อนำมาถวายกลับกลายเป็นว่าเงินหายไป รวมไปถึงประเด็นบ้าน 30 ล้านของหมอบีที่สร้างด้วยเงินสดก็ถูกลือว่าเป็นการเอาเงินจากการทำบุญไปสร้างบ้าน อีกทั้งเรื่องรถที่ถูกจับตามองว่าเป็นการเอาเงินทำบุญไปใช้เช่นกัน ล่าสุด หมอบี ตอบทุกคำถามจาก หนุ่ม กรรชัย ในรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 โดยมีบางช่วงที่เจ้าตัวถูกซักถามอย่างละเอียดทั้งเรื่องเงินทำบุญที่หายไป บ้านหรูและรถที่กลายเป็นดราม่าร้อน

ทุกอย่างจะจบหมดเลย ถ้าเงินทั้งหมดไม่ได้ถูกคิดสั้นๆ โดยการถอนเงินสดไปให้พระ ถ้าโอนตั้งแต่แรก เรื่องนี้มันจบ เพราะทุกอย่างตรวจสอบได้ทุกบาททุกสตางค์ แต่ ณ วันนี้มันมีการกล่าวหา แล้วจะพิสูจน์กัน มันก็ไม่ใช่พิสูจน์ไม่ได้นะ แต่พอพิสูจน์ไปแล้วก็อาจมีประเด็นเชื่อมโยงไปถึงทางบีเหมือนกัน ผมว่าบีคงไม่รู้ว่าการที่หมอบีบอกว่าคนรอบตัวเข้าใจไปเองว่าเขาไม่น่ามีหลักฐานอะไร หมอบีรู้มั้ยมีหลักฐานบางอย่างเชิงประจักษ์ ซึ่งวันนี้ยังไม่ได้หลุดออกมาก็ได้ รู้มั้ยว่าหมอบีเคยให้คนใดคนนึงไปถอนเงิน พอฝั่งหมอบีเอาเงินไปถวายหลวงพ่อ คนนั้นเขาตามไปถึงหลวงพ่อ เขาเช็กเงินในนั้น ที่เขาถ่ายเอาไว้ เงินหายไป หลวงพ่อก็รู้ บีเคยรู้เรื่องนี้มั้ย?

...

หมอบี : ทราบครับ

แต่ทำไมยังคิดอยู่ว่าเขาเข้าใจผิดไปเอง ทั้งที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในการเช็กยอดเงินปลายทางมาแล้ว?

หมอบี : มันเป็นหลักฐานแวดล้อมปัจจัย ที่ไม่พูดเยอะแล้วกัน

คุณคิดว่าคุณกำลังโดนกลั่นแกล้งจากคนเหล่านั้น คุณให้คนไปถอนเงินออกมา คุณไม่รู้ว่าเงินนั้นจะถูกเปลี่ยนมือยังไง ถูกดึงไปยังไง คุณตอบไม่ได้ ถูกมั้ย?

หมอบี : ผมไว้ใจ 

เขาให้มาทั้งห่อ คุณก็ให้ไปทั้งห่อ?

หมอบี : ผมไว้ใจ ตอนเบิกผมไม่ได้เป็นคนเบิก เขาเบิกมา ก็อยู่กับเขา 

ไม่กลัวเขามีหลักฐานอื่นมาหักล้างสิ่งที่คุณพูดเหรอ?

หมอบี : ผมทราบ แต่เวลาการถวาย เราก็ถวายให้หลวงพ่อดู หลังจากนั้นแล้วจะเป็นอะไรยังไง ทำไมเขาถึงเข้าไปถาม แล้วการถาม มันยากนะ ในการจำ 6-7 หลัก 

คนดูในโซเชียลจะเห็นว่าเราเจาะภาพเอาไว้ ว่าระหว่างพักเบรกเป็นอะไรบ้าง เอาจริงๆ คนติดตามเรื่องนี้มาก และอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หมอบียังยืนยันว่าเงินแต่ละบาทที่เข้ามา หมอบีไม่เคยเก็บเอาไว้ 70-30 วัดครึ่งนึงกรรมการครึ่งนึง ไม่มีใช่มั้ย?

หมอบี : ไม่มีครับ 

หมอบีเคยไปคุยกับหลวงพ่อจริงหรือเปล่า ที่หลวงพ่อบอกพี่เกิดผลว่าหมอบียอมรับว่าเอาเงินใช้ผิดวัตถุประสงค์จริงๆ?

หมอบี : ไปคุยกับหลวงพ่อจริงครับ แต่ไม่เคยยอมรับว่าใช้ผิดวัตถุประสงค์ อันนี้ไม่มีครับ

ตอนนั้นไปคุยด้วยเรื่องอะไร รู้ใช่มั้ยหลวงพ่อโดนกองปราบลง?

หมอบี : รู้ครับ ณ ตอนนั้นที่มีปัญหา มีน้องที่ว่าเขาบอกว่ามีปัญหาแบบนี้ ท่านก็เรียกไปคุยว่ามีปัญหาแบบนี้ เราจะทำอะไรดี

หลวงพ่อบอกว่าหมอบีเอาเงินไปซื้อรถ บอกเป็นรถทางวัด และจะเอารถไปคืน?

หมอบี :   รถครอบครัวผม ผมคืนอะไร (หัวเราะ) ไม่มี คำว่าคืนไม่ใช่ เรื่องรถผมเล่าตอนปลายแล้วกัน รถเป็นของครอบครัวผม พอมีประเด็นว่าน้องเขาบอกว่าจะมีนั่นโน่นนี่ หลวงพ่อก็จะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ก็ให้เราแสดงความบริสุทธิ์ใจ ในเมื่อเขาคลางแคลงใจ โอเคมั้ยล่ะ ในเมื่อคุณบริสุทธิ์ใจ ก็ยกให้หลวงพ่อเลย ก็ยกให้เลย เอาเล่มให้หลวงพ่อ

หลวงพ่ออยากได้เหรอ?

หมอบี : ไม่ใช่ครับ เป็นการแก้ปัญหาในแบบหลวงพ่อ ใช้เมตตาและปัญญาในการแก้ปัญหา ในเมื่อสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่าไม่โอเค จะแก้ยังไงล่ะ เราก็แสดงความบริสุทธิ์ใจ ถ้าเราบริสุทธิ์ใจเราก็กล้าทำ เราก็ยกให้ 

ทำไมต้องเอารถไปยกให้ ในเมื่อบีไม่ได้เอาเงินไปใช้?

หมอบี : ก็ถูกครับ เราแสดงความบริสุทธิ์ใจให้เห็นว่าโอเคมั้ยล่ะ  ถ้าคุณคิดว่าตรงนี้เป็นปัญหา ผมทำให้

คนรอบตัวบี บีรู้ตลอดใช่มั้ยเขาเก็บหลักฐานมาตลอด?

หมอบี : ทราบครับ มีคลิปมีอะไร พอทราบ มีคลิปแบบที่พี่หนุ่มพูด 

คลิปต้นทางปลายทางถูกมั้ย?

...

หมอบี : คำว่าต้นทาง ปลายทางคืออะไรครับ 

ต้นทางคือบีให้คนๆ นึงไปเบิกเงินให้หลวงพ่อ เขาก็ถ่ายเก็บเอาไว้เรียบร้อย เขาเบิกมาเท่านี้ เขาส่งให้บีเท่านี้ ถึงเวลาบีเอาไปถวาย เขาไปหาหลวงพ่อ ถามว่าช่วยเปิดหน่อย เงินมีอยู่เท่าไหร่ เขามีหลักฐานแบบนี้ รู้ใช่มั้ย?

หมอบี :   รู้ครับ

แล้วจะไปแก้ตัวยังไง?

หมอบี :  ผมไว้ใจเขา เขาให้มา ผมก็ไม่ได้นับเหมือนกัน เขาให้มาแค่นี้ก็ตามที่บอก ผมรับไว้ด้วยความสบายใจ ไม่เคยตั้งคำถามกับเขา บางทีอยู่กับเขากี่วันก็ไม่รู้ 

คุณกำลังจะบอกว่าคุณให้เขาเบิกมา สมมติล้านนึงเอาซองใส่เย็บมาเรียบร้อย ในนั้นอาจมี 7 แสนก็ได้ เพราะคุณไม่ได้เปิดดู คุณก็ถวายหลวงพ่อ?

หมอบี : ผมไม่ได้เปิดดู เราก็เอาไปถวายหลวงพ่อ ถวายเสร็จก็จบ 

ปลายทางหลวงพ่อรับเงินเท่าไหร่เราไม่รู้ เพราะให้ทั้งซองไป เขาอาจเอาออกไปเองก็ได้ คนที่คุณให้ไปถอน?

หมอบี : อันนี้ต้องไปถาม ไปหาทางเขา ว่ายังไง 

รู้จัก sms อะเลิร์ทมั้ย?

หมอบี : รู้ครับ เวลาถอนเขาต้องถามอยู่แล้ว 

คุณไม่รู้เหรอว่ามันโชว์ว่าเงินถูกถอนไปเท่าไหร่?

 หมอบี : ทราบครับ ธนาคารเขาต้องโทรมาถามผมก่อนถอนเขาจะโทรมาถาม

แสดงว่าคุณต้องรู้สิว่าเงินถูกถอนไปเท่าไหร่?

หมอบี : ถูกครับ แต่หมายถึงเงินที่เขาถือมาแล้ว ออกจากธนาคาร 

เขาเปิดออกไปก่อน?

หมอบี : ผมไม่ทราบ ผมไว้ใจเขา

ตอนไปอยู่กับหลวงพ่อ 7 แสน ได้บอกหลวงพ่อไปเท่าไหร่?

หมอบี : ผมบอกตามยอดที่เราถอน

สมมติบอกว่าล้านนึง แต่หลวงพ่อเปิดมา 7 แสน หลวงพ่อไม่กลับมาถามเหรอ?

...

หมอบี : มันเป็นเรื่องที่เราถวายให้หลวงพ่อปกติ เราก็ถวายให้ตามนั้น แค่นี้นะ ก็จบ 

ต้องบอกว่าสิ่งที่กำลังคุยกัน เราไม่ได้คุยเรื่องข้อกฎหมาย กฎหมายก็ดำเนินไป อันนี้คือกฎบ้านกฎเมือง คือกฎสังคม ที่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้จำเป็น เพราะเขาตั้งคำถามว่าเอาเงินทำบุญไปใช้หรือเปล่า บีรู้ใช่มั้ยว่า บางครั้งส่วนใหญ่แล้วธุรกิจสีเทา มักใช้การทำงานด้วยเงินสด เพราะตรวจสอบกันไม่ค่อยได้?

หมอบี : ผมว่าคนก็ใช้เงินสดกันเยอะแยะ

เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่ เรื่องทำบุญมันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมาจากสาธุชนทั่วทุกทิศทุกทาง วันนี้ถ้าคุณมีบอกว่าผมโอนไปให้หลวงพ่อเท่านี้ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์กระทบยอดให้ดู จบเลย แต่วันนี้คุณจะกระทบยอดยังไง ในเมื่อเป็นเงินสดที่คุณเอาไป แล้วมีคนกล่าวหา แล้วมีหลักฐานด้วยซ้ำว่าคุณดึงเงินออกไป รู้มั้ยเคยมีคลิปนึงที่บีเคยสะพายเป้ ใส่เงินไปถวายหลวงพ่อ แล้วบีเอาเป้มาเก็บ มีเงินค้างอยู่ในนั้น 3-4 แสน?

หมอบี : ทราบครับ 

เห็นจากภาพข่าววันนั้นใช่มั้ย?

หมอบี : ทราบครับ 

ณ วันนี้ยืนยันว่าถวาย 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้มีการชัก?

หมอบี : ไม่ได้มีการชักอะไรเลย ก็ยังยืนยันในสองประเด็น ประเด็นแรกคือเราทำเพื่อถวายหลวงพ่อ มันก็ไม่เกี่ยวบัญชีวัด เพราะถวายหลวงพ่อ นี่คือเรื่องแรก เงินผมคิดว่าครบ เอาไปเป็นโครงการตรงไหนว่ากันไป แต่ว่าครบ

เคยทำเอกสารย้อนหลังให้วัดมั้ย?

หมอบี : ถ้าของหลวงพ่อ มีอยู่แล้ว อย่างเราถวายวันนี้กว่าจะเจอหลวงพ่ออีกสามวัน ก็ทำหนังสือไป ก็เป็นเรื่องปกติ เป็นวิธีการทำงานโดยทั่วไป

เช่นโครงการช้างสุรินทร์ ห้องสมุดนาถะ ร้านนาถะสมุย สนามบินสมุย โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 67 ครั้งที่ 1 -2 สนับสนุนทุนการศึกษาของ น.ส. คนนึง บีเคยทำย้อนหลัง?

...

หมอบี : บางทีเสร็จโครงการก็ไปรายงานท่าน

แต่นี่ย้อนหลังนานนะ ปี 67 บีเพิ่งเอาไปให้ท่านเซ็นหลังจากทำไปนานแล้วนะ?

หมอบี : ไม่ใช่ครับ ย้อนหลังที่ว่าบางที 3-4 วัน บางทีเสร็จโครงการเดือนนึง ก็ว่ากันไป 

มีเพิ่งเอาไปให้ท่านเซ็นมั้ย?

หมอบี : เอาให้ท่านตรวจทานดู มีแน่นอนครับ 

ตกหล่นแล้วให้ท่านเซ็น มีมั้ย?

หมอบี : ไม่ๆๆ อย่างนั้นไม่มี

หลายเดือนผ่านไปแล้ว จนกระทั่งเกิดเรื่อง?

หมอบี : อย่างที่บอก บางทีโครงการเป็นเดือด หรือเป็นโครงการต่อเนื่อง แล้วไปรายงานผลท่าน อย่างนี้มี เรื่องปกติธรรมดา

หลังเกิดเรื่องแล้ว คุณส่งเอกสารให้หลวงพ่อเซ็นมั้ย?

หมอบี : มีอยู่แล้วครับ ต่อหน้าคนอื่น 

เซ็นเอกสารย้อนหลังใช่มั้ย?

หมอบี : อย่างที่ว่า ย้อนตามโครงการที่มันเสร็จครับ ให้ไปทวนดู

หลวงพ่อไม่ได้ถามเหรอ ทำไมเอาเอกสารที่คงค้างมาให้เซ็นตอนนี้ ทั้งที่เกิดเรื่องไปแล้ว?

หมอบี : ท่านก็ดูไงครับว่ามีอะไรยังไง ท่านต้องตรวจทาน 

แต่ท่านบอกว่าไม่เคยรู้เลยนะ ที่เอามาให้ดู ท่านก็เซ็นๆๆ ไป?

หมอบี : (หัวเราะ) เป็นโครงการที่ท่านรู้ ประจักษ์ขึ้นจริงๆ หลายโครงการท่านก็ไปด้วย โครงการช้างท่านก็ไป

ไม่กลัวว่าสังคมจะมองว่าเราไปเซ็นเพื่ออุดรอยโหว่ของตัวเอง?

หมอบี : ก็อย่างที่ว่า โครงการไม่ได้เสร็จวันเดียว บางโครงการหลายปียังมีเลย มันต่อเนื่อง มันน้อยเล็กนิดเดียว

บ้านหลังนั้น คนลือกันว่าบีเอาเงินจากการทำบุญไปสร้างบ้าน?

หมอบี : เป็นไปไม่ได้ ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย 

ที่ดิน 15 ล้าน บ้าน 40 ล้าน?

หมอบี : ไม่ถึง (หัวเราะ)

ตอนปลูกบ้าน เราใช้เงินสดปลูกมั้ย?

หมอบี : ลองนึกดูก่อนนะ จะสร้างบ้าน 20-30 ล้าน พี่ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะสร้าง ถ้าพี่มีเงิน 2-3 ล้าน พี่บอกว่าเฮ้ย เดี๋ยวรอพรุ่งนี้น่าจะมี เดือนหน้าน่าจะมี

สร้างเป็นเงินสดใช่มั้ย?

หมอบี : สร้างเป็นเงินสด แต่ไม่ได้สร้างวันเดียวไงครับ แปลว่าถ้าเราไม่ได้พร้อมอยู่แล้ว เราจะกล้าสร้างมั้ยอ่ะ 

คนกล่าวหาว่าหมอบีเอาเงินจากวัดออกมา แล้วไปสร้างบ้านหลังนี้ จะชี้แจงยังไง?

หมอบี : พูดสั้นๆ นิดเดียว ช่วงปีที่ผมซื้อ ถ้าเอาเงินทำบุญทั้งหมดก่อนหน้านั้น มารวมกัน ยังซื้อไม่ได้เลย 

จริงเหรอ?

หมอบี : จริงๆ ผมซื้อปี 64

ช่วงปี 67 ถึงช่วงนี้ 200 กว่าล้านนะ?

หมอบี : ผมซื้อก่อนหน้านั้น 

ช่วง 62 63 64 65 66 3-4 ปี มันตรวจสอบได้มั้ยว่าตัวเงินอาจมากกว่า 200 กว่าล้านหรือเปล่า?

หมอบี : ถูกครับ ปีแรกๆ ก่อนผมซื้อบ้าน เอาเงินทำบุญทั้งหมดมารวมกัน ยังซื้อบ้านไม่ได้เลย ผมเชื่อว่าข้อมูลเขามีหมดแล้ว ไม่อยากพูดรายละเอียดมาก เดี๋ยวกระทบกับสิ่งที่เราให้ปากคำไป

ถามตรงๆ เอาเงินที่ไหนมาสร้างบ้านหลังนี้?

หมอบี : เงินบ้านผม เงินตัวผม เงินพ่อเงินแม่ เงินภรรยา เงินบ้าน มาสร้าง

แต่วันนั้นคุณพูดกับมดดำ คุณไม่ได้พูดคำนี้ คุณบอกว่าได้เงินมาจากการที่ลูกศิษย์ลูกหา เวลาไปปราบผี?

หมอบี : ก็เงินผมไง (หัวเราะ) 

มันได้ขนาดนี้เลยเหรอ?

หมอบี : โห พี่หนุ่ม ลองดูว่าคนเข้ามาหาผม วันนึงกี่คน แต่ผมไม่เคยเรียกราคานะ ผมไปทำปกติ ช่วยปกติ หลายๆ คน ไม่ว่าอยู่วงการไหนก็ตาม เขารู้ผมเป็นยังไง เราก็ไปช่วยให้คำปรึกษา

เขาให้คุณเท่าไหร่ในการปราบผี?

หมอบี : ผมให้คำปรึกษาเขา แล้วเขารู้สึกสบายใจ เราช่วยเขาได้ ก็แล้วแต่เขา เราไม่เคยเรียกเลย 

เขาใส่ซองมาให้?

หมอบี : บางทีนะครับ บางทีใส่มาในกระเช้า ใส่ในของ เรายังไม่รู้เลยว่าใครให้มา 

เป็นเงินสดเหรอ?

หมอบี : ใช่ครับ

แปลกนะ ทำอะไรเป็นเงินสดหมด แม้แต่คนให้เงินคุณก็เป็นเงินสด?

หมอบี : เขาให้เป็นเรื่องปกติ ผมเชื่อว่าเขาทำแบบนี้ปกติในสังคมเป็นเรื่องทั่วไปอยู่แล้ว สังคมเงินสดก็ไม่ได้แปลกตรงไหน เขาให้เงินสดก็ไม่แปลก ครั้งหลังๆ ผมให้หลวงพ่อเป็นประจักษ์พยานเลย ไปงาน แล้วมีคนใส่ซองมาให้ เอาให้หลวงพ่อดู ว่าเนี่ย เขาให้แบบนี้ ผมยังเอาให้ ตร.ดูเลย

ที่บ้านเป็นกงสี มีอันจะกิน มีเงินมีทอง?

หมอบี : ใช่ ผมไปเรียนต่างประเทศ อยู่อเมริกา 6 ปี ผมไม่ได้ขอทุนนะ ที่บ้านส่ง ผมมีเงินอยู่แล้ว เราไม่ได้เป็นอภิมหาเศรษฐี แต่เรามีเงินอยู่แล้ว 

แต่คุณให้สัมภาษณ์อีกรายการคุณไม่ได้พูดแบบนี้นะ หลายคนก็พยายามส่งมาว่าหักล้างกับสิ่งที่คุณพูด?

หมอบี : ไม่ เวลาไปเรียนเราก็ประหยัดเงิน เราจะไปใช้สุรุ่ยสุร่ายอะไรขนาดนั้น เราใช้ชีวิตแบบปกติ คนทั่วไปเขาอยู่กัน อยู่อพาร์ตเมนต์หารค่าห้องกัน เรื่องธรรมดาของเด็กที่ไปเรียนนอก คนอยู่ในสังคมต่างประเทศไปเรียนก็เยอะแยะ

แต่ในคลิปคุณบอกที่บ้านไม่ได้มีเงิน?

หมอบี : ก็ไม่ได้มีขนาดนั้นไง แต่อยู่ได้ สบาย 

แล้วกงสีคืออะไร?

หมอบี : คือเงินในบ้านไงครับ

มีหลายคนเขาจับสังเกต มีหลากหลายมาก เช่นวันนี้หมอบีพูดอย่าง วันก่อนพูดอย่าง คนเลยพยายามหาข้อมูลว่าทำไมพูดแต่ละครั้งมันไม่เหมือนกัน?

หมอบี : เป็นธรรมชาติชีวิตเราปกติ แต่สำหรับผมมันไม่ได้ย้อนแย้งนะ

แต่อย่าพูดว่าความจริงไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกครั้ง พูดคำนี้ไม่ได้นะ เพราะคนพูดคำนี้ไปแล้วนะ คือลุงพล?

หมอบี : ไม่ใช่ (หัวเราะ) ผมแค่จะบอกว่าผมไม่ได้รู้สึกย้อนแย้ง ผมไปอยู่เมืองนอกก็อยู่จริงๆ มีเพื่อนฝูงว่าไปอยู่จริงๆ แต่เราสุรุ่ยสุร่าย ไปถึงร่ำรวยก็ไม่ใช่ ถามว่าเคยทำงานที่ต่างประเทศมั้ย ก็เคยทำนะ แต่ว่าทำเยอะแยะ โหมทำเพื่ออยู่ต่อให้ได้ ก็ไม่ขนาดนั้น เราอยู่ปกติคนธรรมดาทั่วไปที่ไปอยู่เมืองนอกได้

บ้านมีความกังวลมั้ย ล่าสุดท่านรองสอบสวนกลาง บอกว่าถ้าเรื่องนี้เข้าข่ายความผิด จะถูกส่งเรื่องไปที่ป.ป.ง.และอาจมีการถูกยึดทรัพย์ กังวลมั้ย?

หมอบี : ไม่ได้กังวลครับ เราซื้อถูกต้อง มันเป็นสิ่งที่เราได้มาโดยบริสุทธิ์อ่ะ เราก็ซื้อและใช้อยู่เป็นปกติ มันไม่ได้เกี่ยวอะไร

คุณจ่ายเงินสดตลอดเลยเหรอ ไม่ได้โอนไปบัญชีผู้รับเหมาก่อสร้างหรือสถาปนิกเหรอ?

หมอบี : โอนสิครับ หมายถึงว่าเราไม่ได้ให้อย่างนี้ เราโอนเข้าบัญชีเขา เอาเงินสดไปโอน 

ไม่ได้โอนจากบัญชี แสดงว่าคุณมีเงินสดเก็บไว้เยอะมากนะ?

หมอบี : ก็มีครับ

ไม่ชอบฝากธนาคาร?

หมอบี : ไม่ชอบ มันก็มีคนทำแบบนี้เยอะแยะไป เป็นเรื่องปกติ

ไม่กลัวปลวกขึ้นเงินเหรอ?

หมอบี : (หัวเราะ) ไม่ได้เยอะอะไรขนาดนั้น แต่มันมีพอให้เราสบายๆ

บ้านหลังนี้สร้างจากการที่คุณเก็บเงินสดเอาไว้ หลังนี้สัก 40 ล้านได้มั้ย?

หมอบี : 30 ล้าน 

คุณเก็บเงินสด 30 ล้าน จ่ายค่าปูนคุณก็เอาเงินสดไปโอนใส่ธนาคารให้เขา อย่างนี้ใช่มั้ย?

หมอบี : ใช่

แปลกมากเลยนะ?

หมอบี : ไม่แปลก มีคนทำเยอะแยะทั่วไปเป็นปกติธรรมดา บ้านผมเป็นสังคมแบบนี้อยู่แล้ว และผมก็ไม่ชอบเป็นหนี้ บ้านผมไม่ชอบเป็นหนี้

เก็บเงินสดแบบนี้ไม่กลัวสรรพากรมาถามเหรอ?

หมอบี : อันนั้นก็อีกเรื่องนึงเนอะ (หัวเราะ) 

ไม่กลัวซวยเหรอ?

หมอบี : เราพูดความจริง คนให้เรามา ก็แค่นั้น 

แจ้งรายได้กับสรรพากรมั้ย?

หมอบี : แจ้งความ

แล้วแจ้งเขายังไงในเมื่อเก็บเป็นเงินสด?

หมอบี : ก็แจ้งในที่เป็นระบบไงครับ มันไม่ได้เป็นการหลบเลี่ยงสรรพากร มันก็แล้วแต่ สมมติทำงานแล้วมีการทำงานแล้วมีค่าตอบแทนตามสัญญาจ้างก็เรื่องนึง ถูกมั้ยครับ แต่สมมติว่ามีคนเฟเวอร์ อยากให้พี่หนุ่ม เขาให้เลย แล้วต้องแจ้งมั้ย ก็ไม่ได้แจ้งขนาดนั้น เลี้ยงข้าวมื้อนึง 300 500 พันนึง 4 พัน จะแจ้งมั้ย (หัวเราะ)

นอกเหนือจากบัญชีใจฟ้าอาทรประชานาถ คุณมีบัญชีส่วนตัวมั้ย?

หมอบี : มีครับ 

แต่ไม่นิยมเอาเงินเข้าบัญชี?

หมอบี : ไม่ครับ จะเข้าทำไมให้วุ่นวาย คนให้มาปกติธรรมชาติของคน คนที่เขาทำแล้วได้เงินสดแบบนี้ทั่วไปมีเยอะแยะ

ผมเชื่อว่ามี แต่บางเคสมันดูไม่ค่อยเมกเซ้นส์บางเรื่อง ทำให้คนตั้งข้อสังเกตได้ คนทั่วๆ ไป ไปห้ามความคิดเขาไม่ได้ แต่เชื่อว่าก็มีคนที่เขาทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลก สำหรับบางคนที่ชอบเก็บเงินสด ไม่ชอบเอาเงินเข้าธนาคาร มันก็มี จะบอกว่าไม่มีก็คงเป็นไปไม่ได้ แล้วแต่จะคิดแบบไหน เหมือนบางคนชอบใส่กางเกงใน บางคนไม่ชอบใส่กางเกงใน คุณอาจเป็นคนแปลก ไม่ชอบใส่กางเกงใน ผิดตรงไหน คุณกำลังจะบอกแบบนี้?

หมอบี : มันเป็นวิถีชีวิตของเราปกติ ถ้าพูดเรื่องมีเงิน ผมพูดเสริมก็ได้ อย่างคุณอู๋ที่มารายการ ถามเขาก็ได้ 3-4 คนที่เคยอยู่กับผม ลองไปถามเขาก็ได้ว่าผมพูดจริงมั้ยว่าผมไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่เรามีพอ เราหยุดแล้ว ไม่ต้องทำงานก็ได้ เราเกษียณก็ได้ ผมก็พูดเล่นกับเพื่อนแบบนี้อยู่แล้ว 

มุมบีเอง เรื่องรถอัลพาร์ดที่ลือกันว่า บีพูดว่าในวังให้มา บีเคยพูดมั้ย?

หมอบี : เรื่องนี้ไม่พูดถึง (หัวเราะ) 

ไม่พูดตรงนี้ไม่เป็นไร เข้าใจได้ เรื่องเงินตัวนี้จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงยังไงว่าไม่ได้ชักเงินออกไปในสิ่งที่ถูกกล่าวหา?

หมอบี : เราอยากพิสูจน์ในแง่การดำเนินโครงการ การถวายทั้งหมดที่ถูกต้องตรงหมด ถ้าตรงหมดมันพิสูจน์ได้ว่าชัดเจนหมด มันก็บอกได้ชัดเจนว่าสิ่งที่เราได้มา เราก็ได้มาโดยบริสุทธิ์ มันก็จบ

ไม่เคยเอาออกมาใช้ส่วนตัวแม้แต่สลึงเดียว?

หมอบี : ไม่เคยเลย ถ้าผมอยากรวยกับเรื่องพวกนี้นะ ผมมีวิธีทำตั้งเยอะตั้งแยะ จะไปยากอะไร ผมทำวัตถุมาขาย เรียกราคาเยอะๆ ไม่รู้ศิลปินดารา ให้ไปดูบ้าน ผมเรียกไปตั้งเยอะชิมิ แล้วมาทำอะไรแบบนี้เพื่ออะไร

เรื่องรถที่คุณซื้อมาแล้วใส่ไว้กับทางคนข้างๆ ตัวเยอะแยะมากมาย มีมั้ย?

หมอบี : คนในครอบครัวใช่ครับ

คนนอก?

หมอบี : ไม่มีครับ

เคยเอาเงินออกมาจากธนาคาร 1.3 ล้าน วันรุ่งขึ้นไปซื้อรถคันนึงที่ผมเคยโชว์ จริงมั้ย?

หมอบี : ไม่จริงครับ 

รู้มั้ยมีหลักฐานอยู่?

หมอบี : เงินคนละก้อน เกี่ยวอะไรด้วยล่ะครับ 

มีหลักฐานมากกว่านั้น คุณรู้มั้ย?

หมอบี : มันไม่เกี่ยวกันอ่ะ 

ไม่เป็นไร มุมบีเองเรื่องราวที่เกิดรอบๆ ตัวเราตลอดเวลา คุณคิดว่าเป็นวิบากกรรมคุณมั้ย?

หมอบี : คงงั้นแหละ (หัวเราะ)

ถ้ามีกรณีที่สมมติว่าบีถูกกล่าวหา เอาเงินออกมาแล้วเป็นเงินกระทำความผิด ซื้อรถให้ผู้หญิงคนนึง ถามว่าถึงเวลาแล้ว กระบวนการตามกฎหมายพิสูจน์ว่าบีผิดจริง เอาเงินมาใช้จริงซื้อรถให้ผู้หญิงจริง ผู้หญิงเอาไปใช้ ผิดมั้ย?

ทนายหมอบี : ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่าเงินที่ได้จากการบริจาค พี่บีชักออกมา หรือเอ ชักออกมา แล้วนำไปซื้อรถ เพื่อผู้หญิงคนนึงซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ มันก็ครบองค์ประกอบตามกฎหมายนั่นแหละครับพี่ 

ผู้หญิงผิดมั้ย?

ทนายหมอบี : คนแรกผิด 

คนรับรถไปใช้ ผิดมั้ย?

ทนายหมอบี : ผิดมั้ย (คิด)

อย่าคิดนานสิ?

ทนายหมอบี : (หัวเราะ) ก็มีความผิดแหละครับ มันก็รับไปนั่นแหละ

ก็รับของโจร ถ้าเป็นแบบนั้นนะ ถ้าบีผิดตามข้อกล่าวหา มีหลักฐานเชื่อมต่อว่าบีทำจริง เอาไปซื้อจริง ผู้หญิงเอาไปใช้จริง ต่อให้บีไม่รู้ด้วยว่าบีเอาเงินมาจากไหน ผิดมั้ย?

ทนายหมอบี : มันก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ 

คนเปิดบัญชีลักษณะนี้ ใจฟ้าอาทรประชานาถ หรือใจฟ้าเพื่อวัดพระบาทน้ำพุ โดยนายนั่นนายนี่ วันนี้คนอยู่ข้างๆ บี อาจถูกตรวจสอบด้วย บีรู้มั้ย?

หมอบี : ทราบครับ 

รู้ใช่มั้ยว่ามีใครบ้างที่ต้องโดน?

ทนายหมอบี : รู้ครับ 

ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ แต่มีอีกที่ต้องโดนขยายด้านข้างไป เท่าที่ทราบ?

ทนายหมอบี : ครับ 

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม