นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว หลังสูญเสีย ชรินทร์ นันทนาคร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ. 2541 และวันนี้ (21 สิงหาคม 2567) ได้มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเป็นวันแรกในการจัดพิธีสวดพระอภิธรรม ณ วัดธาตุทอง ท่ามกลางครอบครัว คนในวงการ และแฟนคลับที่มาร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
ทางด้านของ ส้ม อรวี สัจจานนท์ ได้ออกมาเปิดใจว่า "ตลอดเวลาที่ทำงานอยู่กับคุณอามากว่า 20 ปีที่ร่วมงานกัน เราจะบอกรักอาตลอด รักตั้งแต่เกิดมา ได้ยินเสียงเพลงท่านมาตลอด หลงรักเพลงเก่า ร้องเพลงบันทึกวรรณกรรมเสมอ วันที่อามาอยู่แกรมมี่ได้ทำเพลงด้วยกัน คู่เคียงสำเรียงรัก 48 เพลง และขึ้นคอนเสิร์ตด้วยกัน 14 ครั้ง บอกรักกันตลอด
ความรู้สึกถึงอาชรินทร์ ผูกพันมาก อาเป็นคนใจดี ไม่เคยเห็นอาโกรธ เวลาทำงานกับคนรุ่นใหม่จะยอมรับการทำงานของคนรุ่นใหม่เสมอ ท่านเป็นศิลปิน นักร้อง พระเอก เป็นคนที่รับผิดชอบมาก เขาชอบพูดว่า มีลูกบ้าเยอะ เขาก็บอกเหมือนกันว่า อรวีมีลูกบ้าเยอะ เป็นคนที่รักในงาน และคิดละเอียดมาก ถึงไม่ได้ทำงานร่วมกันก็โทรไปเยี่ยมเสมอ เหมือนไม่ใช่แค่คนทำงานด้วย แต่เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
...
อาชรินทร์จะชอบพูดว่า อาดีใจที่มีเรา เวลาขึ้นคอนเสิร์ต ชอบพูดว่าจากเธอไม่ได้ หัวใจขอสารภาพ จะมีเราอยู่ทุกครั้ง จะร้องเวลาเราออกมา ตอนไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล เคยไปร้องเพลงให้อาฟัง ท่านดูมีความสุขและสดชื่น คนใกล้ชิดก็บอกว่า ดูดีขึ้นค่ะ เราก็บอกเสมอให้อาแข็งแรง อาชนะทุกทิศอยู่แล้ว ระยะหลังที่ย้ายมาโรงพยาบาลตำรวจ ท่านร้องเพลงไม่ค่อยได้ แต่ก็รู้ตัว เพลงที่ร้อง อาทิ ผู้ชนะสิบทิศ เรือนแพร เพื่อบอกให้ท่านสู้นะ จะได้ไปคอนเสิร์ตกัน ตอนนั้นที่รักษาตัว กำลังใจดีมากๆ แต่ญาติๆ ก็อยากให้ท่านพักมากๆ เวลาร้องไป ท่านก็จะเหมือนหลับตาไป"
ส้ม อรวี กล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า "ตอนที่รดน้ำ รักอา รักตั้งแต่เกิด และได้ยินเสียง ได้มาทำงานร่วมกัน และจะรักตลอดไป ไม่มีแล้วนะคะ ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ คนไทยสูญเสียมาก ตลอดเวลาที่อยู่ตรงนี้มีเรื่องติดอยู่ในใจตลอด เวลาเราทำงาน ท่านทุ่มเท แต่เหมือนกำลังใจน้อย อยากให้คนไทยมีค่านิยมที่รักคนเก่า คนที่สร้างความสุขให้เราเป็นเวลานาน วันหนึ่งท่านอาจจะชราภาพ การร้องเพลงได้เหมือนเมื่อก่อน อาจจะไม่ใช่ และความรู้สึกของตัวเอง คนไทยไม่ค่อยจะมีค่านิยมเชิดชูคนเก่าคนแก่ เวลามีคอนเสิร์ต ถ้าคนไม่เต็ม ศิลปินก็เสียกำลังใจละ ซึ่งเรารู้เสมอว่าอาทุ่มเท่มาก อยากจะให้เห็นค่าคนที่ยังอยู่ วันนี้อาจจะไม่ได้ร้องได้ถูกใจนัก แต่อยากให้ทุกคนเห็นค่าตรงนี้"
ความห่วงในช่วงชีวิตสุดท้ายของอาชรินทร์? "ชีวิตอาเท่าที่ทราบท่านมีความสุข แต่ถ้าห่วงคงห่วงอาอี๊ด เพราะท่านมองไม่เห็น เวลาท่านอยู่ก็เป็นดวงตาให้ ที่รักอามาก นอกจากจะเป็นศิลปินในดวงใจ เรารู้สึกว่าเขาเป็นสุภาพบุรษมาก อาดูแลอาอี๊ด มองไม่เห็น เขาดูแล และรักอาอี๊ดมาก เราดูแล้วเรามีความสุขมาก เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ผูกใจ และทำให้เรารักมากขึ้น
คุยอะไรกับคุณอาเพชรา? "คุยว่าอาไม่ต้องเหงานะ เดี๋ยวไปหา ไปคุยที่บ้านนะคะ อาก็ขอบคุณค่ะ เชื่อว่ามีคนอีกหลายคนที่ห่วง และพร้อมที่จะดูแลอาอี๊ด และอาอี๊ดเป็นอีกหน่ึงศิลปินที่สร้างความสุข และอยู่กับคนไทยมานาน อะไรที่ดูแลได้ก็ช่วยๆ กัน"
...