- ลูกหมี รัศมี ยืนยันไม่คิดจะกราบเท้าลูกหนี้ ขออยู่เป็นเจ้าหนี้แบบนี้ดีกว่า
- เงิน 2 ล้าน ต่อให้ต้องรอนานถึง 5 ปีก็จะรอ
- หากอีกฝ่ายยืนยันว่าเอาเงินไปลงทุน เดี๋ยวเปลี่ยนเป็นคดีฉ้อโกงแทนคดีเช็ค
เรียกว่าเป็นมหากาพย์จริงๆ สำหรับเรื่องราวของเจ้าหนี้อย่าง ลูกหมี รัศมี และ ลูกหนี้อย่าง ปู มัณฑนา ที่ไม่จบไม่สิ้นสักทีจนเวลาล่วงเลยมาเป็นเดือน ล่าสุด ได้เจอลูกหมีก็ได้อัปเดตถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ ซึ่งลูกหมูเล่าว่า
- ลูกหมีไม่เหนื่อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะต่อให้พูดอีกร้อยครั้งก็ยังพูดเหมือนเดิม เพราะว่าพูดความจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและไม่ตาย
- หน้าตาลูกหมียังสดชื่นสดใส ไม่มีความกังวลใดๆ และคนที่พูดโกหก พูดไม่เป็นความจริง ก็จะมีความทุกข์ด้วยตัวเขาเอง จะดิ้นไปทางไหนสิ่งที่ไม่เป็นความจริงมันก็จะกลับมาทำร้ายตัวเองไม่วันใดก็วันหนึ่ง
- ลูกหมีอธิบายว่า ได้เช็คมา 2 ล้านกับสัญญาเงินกู้ ฝั่งนั้นได้โอนเงินมาให้ 220,000 บาท เมื่อวันที่ 2 มีนาคม คิดว่าหนี้ที่ต้องจ่ายอยากให้เป็นที่ 1.8 ล้านเหมือนเดิม
...
- แต่วันที่อยู่โรงพักทองหล่อ ที่ยอมให้ 1.4 ล้าน เพราะอยากตัดความรำคาญ และตัดปัญหาให้จบ แต่ก็ไม่ยอม ทั้งๆ ที่บอกว่าตัวเองมีเงิน และสามารถไปกดเองได้ แต่สรุปไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ เงินก็ไม่โอน แล้วมาฟ้องดำเนินคดีกลับอีกด้วย
- สิ่งที่เห็นเลยคือเขาน่าจะไม่มีเงินให้ ถึงบิดไปทางอื่น ดิ้นไปทางอื่น ถ้าคนมีเงิน ระดับนี้ 1.4 ล้านก็ให้ได้ แต่พูดแล้วก็ทำไม่ได้ พูดทุกครั้งทำไม่ได้สักครั้งเลย
- เคสลิลลี่ติดเงินเขา 7 หมื่น 1 เดือนยังไม่ให้ลิลลี่ แสดงว่าคุณเส้นทางการเงินคุณเป็นอย่างไร ส่วนเงิน 6 แสน นานแล้ว 2 ปี และผู้เสียหายท่านอื่นๆ ระยะเวลา 2-3 ปีตลอดเลย แสดงว่าเป็นคนอย่างไร ประชาชนคงจะรับทราบตามความเป็นจริงอย่างที่เห็น
- ทนายประมาณพูดออกรายการ แต่ไม่ได้ให้ลูกหมีไปกราบขอโทษเขา แค่ยกตัวอย่าง
- การที่เขายกตัวอย่างแบบนี้ ลูกหมีรู้สึกว่ามันไม่งาม ไม่มีใครเขาทำกันที่ต้องไปกราบเท้าลูกหนี้ และไม่แลกกับสิ่งที่ต้องทำกับคนประเภทนี้ ขออยู่เฉยๆ ดีกว่า และเป็นเจ้าหนี้ต่อไป
- อีกฝ่ายเป็นลูกหนี้ที่ไม่เคยตรงต่อเวลา เป็นลูกหนี้ที่แย่มาก เป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตนคงไม่ลดตัวไปกราบลูกหนี้ลักษณะแบบนี้
- และถึงจะใช้หนี้เสร็จแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไหว้คนแบบนี้ เพราะคำพูดตอนยืมบอกว่าไว้ใจพี่เถอะ พี่เชื่อถือได้ พี่การันตี แต่พอเรื่องเกิดขึ้นคือมันกระจอกมาก
- ลูกหมีโดนอีกฝ่ายแจ้งความ 2 คดี คือคดีที่ 1 คือหมิ่นประมาททางโฆษณา คดีที่ 2 คือคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
- ลูกหมีตกใจ และเป็นเจ้าหนี้คนแรกที่โดนลูกหนี้ฟ้องกลับ อึ้งมากกับคนแบบนี้
- ลูกหมีพูดถึงวิธีคิดของอีกฝ่ายว่า ทัศนคติในการเป็นลูกหนี้แย่มาก และไม่ประเมินตัวเอง ยังคิดว่าตัวเองเก่งกล้าสามารถ ทำอะไรก็ได้ พลิกคดีก็ได้ คิดว่าตัวเองเก่ง คนเราไม่มีใครเก่งที่สุด เดี๋ยวมันก็จะตายน้ำตื้น
- ขั้นตอนต่อไปจะให้ทนายกุ้งเป็นคนดูแลเรื่องรูปคดี ส่วนทนายเดชาท่านก็ช่วยดูแลมาตลอด เพราะเราอยู่ทีมเดียวกัน ท่านก็ให้ความเมตตา
- อีกฝ่ายพูดเสมอว่าเอาเงินลูกหมีไปลงทุน ถ้าเป็นการลงทุน เราอาจจะทำตามเขาก็ได้ รอดูรูปคดีว่าจะเปลี่ยนจากคดีเช็คเป็นคดีฉ้อโกงหรือเปล่า
- บอกให้คนที่เป็นผู้เสียหายจากบุคคลคนเดียวกันให้ติดต่อมาทางลูกหมี จะช่วยแบบเงียบๆ ไม่ออกสื่อ
- เรื่องเอกสารยื่นฟ้องทำเสร็จนานแล้ว แต่พยายามประนีประนอมให้จนถึงที่สุด เพราะไม่อยากทำร้ายใคร แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่หยุดก็ต้องขอปกป้องตัวเอง และดำเนินตามกฎหมาย
- อยากได้เงินคืน ตั้งแต่ 1 ม.ค. อีกฝ่ายประเมินสถานการณ์ผิด ไม่จ่ายตั้งแต่เช็คเด้งใบที่ 1 เราอยากได้เงินคืนเท่านั้น และก็ให้โอกาสเลื่อนมาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เงิน
- ดอกเบี้ยหรือกำไรคือตัวเดียวกัน แต่เขามาเอาเงินเราแล้วไปนำเสนอ เหมือนคนเดือดร้อนเงินมาเอาเงินเรา และมานำเสนอเรา และมาทำร้ายเรา เอากฎหมายมาเป็นข้ออ้างว่าเรียกดอกเบี้ยเกิน คดีมันพลิก
...
- สิ่งที่เขาพูดมันกลายเป็นเราโดนยัดเยียด การกระทำแบบนี้เพราะเขารู้กฎหมาย และเขาทำแบบนี้มายาวนาน และทำกับท่านอื่นๆ อีก แสดงว่ามีเจตนาไม่ดี แต่เราไม่เคยให้ใครยืมเงิน ไม่เคยไปปล่อยเงินกู้ให้ใคร
- ยืนยันว่าไม่เคยปล่อยเงินกู้ร้านแว่น ไม่ได้เป็นความจริง อันนั้นคือลงทุนจะสร้างแบรนด์ร้านแว่นชื่อ LR ก็คือลูกหมี รัศมี แต่อีกฝ่ายมายัดเยียดเรื่องไม่จริงให้ตน
- เรื่องที่อีกฝ่ายกล่าวหาตนในหลายๆ เรื่อง เดี๋ยวให้ทนายกุ้งเป็นคนจัดการ
- จะรื้อเรื่องเช็คเด้งมาเป็นคดีหรือไม่ ถ้าคุณเล่นเกมนี้ แล้วบอกว่าเอาเงินลูกหมีไปลงทุน เดี๋ยวเปลี่ยนเป็นคดีฉ้อโกงได้เลย ไม่ได้มีปัญหาอะไร
- เงิน 2 ล้าน ถึงจะต้องรอ 5 ปี ก็จะรอเงินก้อนนี้ เพราะมันเป็นเงินของลูกหมีโดยสุจริต
- เชื่อว่าคนประเภทนี้ ตอนนี้ชดใช้กรรมอยู่ เพราะกรรมที่สร้างมา 10 ปี มันอาจจะไม่เห็นผลที่ผ่านมา แต่วันนี้เชื่อว่ามันเห็นผลแล้ว
- เรื่องถังแตกหรือไม่ เท่าที่ทราบมันแตกมานานแล้ว เพราะถ้าไม่มีข้อมูลตั้งแต่ ม.ค. คงไม่ต้องมาแถลงข่าว ที่แถลงเพราะมันเป็นเงินที่ต้องใช้
...
- ยอมรับว่าตอนนั้นตัวเองก็ไม่มีสติ ถือว่าเป็นบทเรียนที่ผิดพลาดของตัวเองที่ให้เขายืมเงิน อยากเตือนทุกคน อย่าให้ใครยืมเงินเด็ดขาด
- เรื่องที่ดิน 180 ล้าน มันเป็นของคนอื่นหมดเลยหรือเปล่า
- ยึดทรัพย์มาคืนได้หรือไม่ ก็ไม่รู้ว่าทรัพย์จะมีหรือเปล่า เลยไม่คิดตรงนั้น
- คุณบอกว่าเรื่องนี้ทำร้ายลูกคุณ ครอบครัวคุณ แต่ระยะเวลาที่มันยืดออกไปนั่นแหละ คือการทำร้ายของจริง ถ้าคุณจบตั้งแต่วันไกล่เกลี่ย มันก็จบไปตั้งนานแล้ว เงินแค่ 2 ล้านกลายเป็นเรื่องราวระดับประเทศออกมาเป็นเดือนๆ ทุกคนก็เหนื่อยกับเหตุการณ์แบบนี้กับคนแบบคุณ