สมัยวิทยุเอเอ็มและเอฟเอ็มยังเฟื่องฟู เป็นสื่อชนิดเดียวที่เข้าถึงทุกครัวเรือน ถือว่าเป็นช่องทางหลักในการรับฟังสาระบันเทิงที่ประชาชนชื่นชอบ

ฟังการจัดรายการจากนักจัดรายการวิทยุนามอุโฆษต่างๆ

แม้กระทั่งรับรู้โฆษณาสินค้าแปลกๆ ใหม่ๆ ถือว่าทรงอิทธิพลทางความคิดต่อผู้คนในยุคนั้น

วัดหลายแห่งลงทุนซื้อเวลาจากสถานี เพื่อเป็นสื่อของตน ส่วนจะโฆษณาขายเช่าอะไรนั้น ก็ว่ากันไปตามความเชื่อ!!

เศรษฐี มหาเศรษฐีหลายท่าน เคยแจ้งเกิดสินค้าของตนผ่านทางวิทยุเอเอ็ม ปัจจุบันหลายๆตระกูลในครั้งนั้น ธุรกิจเติบโตคับวงการ กลายเป็นบริษัทมหาชนเข้าตลาดหลักทรัพย์ ระดับหลายหมื่นล้าน

นักร้องในตำนานไม่ว่าจะลูกทุ่ง ลูกกรุง ไม่มีใคร...ที่ทีมงานไม่เคยเดินแจกแผ่นเสียง ให้นักจัดรายการวิทยุ Am Fm เพื่ออนุเคราะห์เปิดแผ่นและช่วยเชียร์!?!

วิทยุเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงถือเป็นสายธารที่หล่อเลี้ยงให้กับวงการเพลง วงการค้าที่เข้าถึงมวลชนที่สุด

ส่วนโทรทัศน์เมื่อสมัยสี่สิบห้าสิบปีก่อน แค่เตาะแตะหัดเดิน

สื่อออนไลน์หรือดิจิทัลไม่ต้องพูดถึง เกินมโนนึกของคนในยุคนั้น...

ทุกอย่าง มีเกิด ดับ รุ่งเรืองและล่มสลาย!!

วันนี้...เด็กรุ่นใหม่หลายคนแทบไม่รู้จักรายการวิทยุ เครื่องเล่นแผ่นเสียง เทปคาสเซต หาดูได้เพียงแค่รูปจากยูทูบหรือกูเกิล

แต่อย่าทะนงลำพอง สำหรับสื่อยุคใหม่...ในวันนี้อาจทันสมัย แต่ไม่มีใครการันตีได้เลยว่า นวัตกรรมใหม่ๆจะไม่ไล่หลัง ให้ตกเวทีประวัติศาสตร์ได้!!

เหมือนที่สื่อวิทยุเป็นไปแล้ว และสื่อโทรทัศน์ก็กำลังต่อสู้กับความหลากหลายของนวัตกรรมสื่อในวันนี้

ขอให้กำลังใจต่อนักสู้ทุกท่านครับ!!

...

“สันติพงษ์ นาคประดา”

‘‘แจ๋วริมจอ’’
jaewrimjor@gmail.com

คลิกอ่านคอลัมน์ “ทีวีบันเทิง” เพิ่มเติม