หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หนิง ปณิตา ได้ออกมาเล่าถึงวินาทีที่ถูก จิน ธรรมวัฒนะ อดีตสามีขอหย่า ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้กับตัวเอง เพราะพยายามประคับประคองครอบครัวมาโดยตลอด
ล่าสุด ได้เจอหนิงหลังร่วมทริป มูตามแม่...แม่พา ที่อยุธยา ก็ได้สอบถามถึงเรื่องนี้ ซึ่ง หนิง ก็ได้เปิดใจเล่าถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น รวมถึงเรื่องที่เจ้าตัวยอมให้อีกคนมีโลกหลายใบได้เพื่อที่จะได้ใช้คำว่าครอบครัวต่อไป
ย้อนเล่านาทีอดีตสามีเดินมาขอหย่า?
จริงๆ ก็เหมือนกับที่ให้สัมภาษณ์ไปในรายการ คลับฟรายเดย์ ทางรายการขอคิวมานานมากแล้ว แต่เราก็บอกว่าขอออกในวันที่เราพร้อมที่จะพูด พอเวลามันผ่านไปเราก็มองว่ากลายเป็นเรื่องที่ชิลมากๆ วินาทีนั้นถามว่าช็อกไหม เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนไม่มีใครไม่ช็อก แต่ก็ต้องยอมรับ แล้วก็บอกว่าตัวเราเองมีค่ามีศักดิ์ศรีถ้าไปถึงเบอร์นั้นก็ได้สิ เพราะวันที่เราไม่มีเขาเรายังไหว แล้วถ้าวันนี้เรามีเขาแต่เราทุกข์มากกว่าเป็นสุขก็เลือกที่จะไม่มีดีกว่า
ถ้าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายเดินมาขอหย่า ใจเราไม่ได้อยากหย่าใช่ไหม?
ไม่เคยมีความคิดเรื่องหย่าอยู่ในหัวเลย เราถูกเลี้ยงมาค่อนข้างโบราณนิดหนึ่ง ความเป็นครอบครัวก็ยังต้องประคับประคองกันแล้วเอาจริงๆ ลิ้นกับฟันกระทบกันมันก็ต้องค่อยๆ ปรับ ซึ่งถ้ามันปรับกันได้ก็ดี ฉะนั้นภาพของการที่ผู้ชายเดินมาขอหย่าเราจึงไม่เคยคิดมาก่อนเลย แต่หมอดูทักเยอะมาก อ.เป็นหนึ่ง อ.ลักษณ์ ก็เคยทักเรื่องนี้ แล้วเราก็แอนตี้บอกกับหมอดูว่าดูไม่แม่นหรอกเพราะว่าผู้หญิงอย่างเรามีความอดทนค่อนข้างสูงมากๆ มั่นใจว่ายังไงก็ไม่หย่าแน่ๆ ในเมื่อเราตัดสินใจว่าจะแต่งงาน ยิ่งโดยเฉพาะเรามีลูก เราต้องการให้ลูกเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ด้วย
...
สภาพจิตใจตอนนั้น?
ปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนั้นเศร้า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 12 ปี เราเองก็ปรับตัวจนรู้สึกว่าปรับถึงที่สุดแล้วเหมือนกัน ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเกิดข้อบกพร่อง เพราะที่ผ่านมาเวลามีเรื่องทุกครั้งเราจะมองข้อบกพร่องที่ตัวเองก่อนและจะแก้ไขก่อน พอจนถึงวันนั้นเหมือนมันซ่อมมาหลายรอบแล้วจนถึงจุดๆ หนึ่ง เสียใจเศร้าแล้วก็รู้สึกแย่แค่ว่าแม่คนนี้ทำหน้าที่แม่ที่สมบูรณ์ในการรักษาครอบครัวให้ลูกไม่ได้
เคยพยายามปรับจนไม่เป็นตัวเองเลยไหม?
สำหรับเราไม่รู้สึกอย่างนั้น แต่รู้สึกว่ามันเป็นเราในเวอร์ชันที่เราคิดว่าดีสำหรับการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก ถามว่าปรับแล้วมีความสุขไหม เรามีความสุขมากขึ้น เพราะว่าเรายอมรับกับความจริงได้มากขึ้น อย่างที่เคยบอกไปว่าสุดท้ายแล้วเราไม่ได้ไปกำหนดกฎเกณฑ์ว่าเขาต้องมีเราคนเดียว นั่นคือท้ายที่สุดของเราแล้วนะ จะทำอะไรก็ได้เอาเลย เราเข้าใจสังคมของผู้ชายส่วนใหญ่ว่าน้อยมากที่จะมีผู้หญิงเพียงแค่คนเดียวโดยที่ไม่แอบมีกิ๊ก
ยอมถึงขั้นให้เขามีคนอื่นได้อีก เพื่อจะประคับประคองครอบครัวเหรอ?
ถ้าเราไม่ยอมเราก็จะดึงดันกับมัน พอดึงกับมันไปเรื่อยๆ ชีวิตเราก็จะยิ่งทุกข์ แต่ถ้าเรายอมรับได้ว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เกิดกับเราแค่คนเดียว รอบข้างเรามีผู้ชายตั้งหลายคนที่เป็นแบบนี้ แต่มันอยู่ที่ว่าข้อจำกัดของการที่ถ้าจะเป็นแบบนี้แล้วอยู่ร่วมกันยังไงให้มันมีความสุขทั้งสองฝ่าย เราทำทุกอย่างไม่ใช่เพื่อยื้อ แต่เพื่อประคับประคองให้ดีที่สุด ยอมให้เขามีโลกกี่ใบก็ได้ แต่สุดท้ายสิ่งที่เราตัดสินใจมันเหมือนแค่เส้นบางๆ ว่าเราขอแค่เส้นนี้ อย่าข้ามเข้ามาในเส้นของเรา พอข้ามมาปุ๊บมันก็จะทำให้เราทุกข์แล้วนะ แล้วพอเราทุกข์ก็คิดว่าอย่างนั้นไม่เอาดีกว่า
ณ วันนี้ให้สถานะเขาเป็นอะไร?
เขายังเป็นเพื่อนที่ดีของหนิงอยู่ แล้วก็ยังเป็นพ่อของน้องณิรินอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อให้เขาเป็นเพื่อนเราก็ย่อมจะมีความที่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เราก็ยังเป็นคนหนึ่งที่หวังดีกับเขา แต่เขาจะคิดยังไงกับเรา อันนี้เราไม่ทราบจริงๆ
ล่าสุดดูเหมือนว่าเขาจะมูฟออนแล้ว ได้เห็นข่าวบ้างไหม?
จริงๆ เราทราบก่อนข่าวอีกค่ะ เราอยู่ในจุดนี้ทุกคนก็เอามาเล่าให้เราฟัง แต่ก็จะบอกว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขา เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เขาก็ควรที่จะได้มีความสุขในแบบของเขา แล้วสมมติถ้าเขามีความสุข ได้เจอคนดีๆ เราก็จะดีใจกับเขาไปด้วย เพราะอะไร เพราะลูกเราก็จะมีความสุขด้วย เราเองก็อาจจะมีโอกาสได้เจอคนดีๆ แล้วถ้าต่างฝ่ายต่างเจอคนดีๆ แน่นอนก็ต้องมีความสุข แต่คนที่มีความสุขที่สุดคือลูกเรา
ทุกวันนี้เลือกที่จะเดินหน้า ส่วนอดีตปล่อยผ่านไปเลย?
ใช่ค่ะ แค่อย่าทำอะไรบางอย่างให้มันเกิดปัญหาขึ้นกับหนิงเท่านั้นเอง กระทบหนิงไม่เป็นไร แต่อย่ากระทบลูก
ตอนนี้สิ่งที่ตกลงกันในวันที่เซ็นใบหย่า ทุกอย่างเป็นไปตามนั้นแล้วหรือยัง?
ยังไม่ได้มีอะไรเป็นไปตามนั้นเลยค่ะ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ อย่างที่เราบอกว่าเราก็มีเส้นของตัวเอง แค่อย่าล้ำมาแล้วกัน ถ้าไม่ล้ำเราก็ยังพอรับได้ ส่วนว่ามีลิมิตไหมว่าจะถึงเมื่อไร อันนี้หนิงขออนุญาตไม่ตอบแล้วกัน แต่เราก็มีเส้นของเราแหละ (ยิ้ม)
คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”
...