น้ำเพชร อิสรีย์ ควง อาไท กลมกิ๊ก เปิดใจถึงความสัมพันธ์หลังถูกจับตาไม่เห็นรูปคู่ในโซเชียล ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน 31 ซึ่งทั้งคู่พร้อมเปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า
5 เดือนที่ผ่านมา ที่คบกันค่อนข้างหนักหน่วง?
อาไท : สิ่งที่มีปัญหากันบ่อยคือเรื่องความคิดแหละครับ และก็นิสัยพื้นเดิมของแต่ละคนก็ทำให้มีปัญหากัน
น้ำเพชร : อย่างที่บอกว่าเพชรเป็นคนลูกคนโต แทบจะเป็นหัวหน้าครอบครัว เราทำงานมาแต่เด็กด้วยกันทั้งคู่ เรามีความคิดของการเป็นผู้นำทั้งคู่ มีการถกเถียงกันตลอด ส่วนใหญ่จะเถียงเรื่องงาน ทำงานร่วมกันก็จะทะเลาะกัน
อาไท : ทะเลาะกัน บางทีก็มีเสียน้ำตา เสียทั้งคู่ แต่เราเสียบ่อย เพราะเราเป็นคนอ่อนไหว ซึ่งก็ไม่มีใครชนะ เพราะเวลาผ่านไป ก็จะลืมมัน ซึ่งก็แล้วแต่เรื่อง
แต่อาไทคือคลั่งรักหนักมาก?
อาไท : ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาไม่เคยลดลง ผมติดเขามาก ซึ่งถ้าเป็นผู้หญิงทั่วไป เขาคงอึดอัด ถ้าเขาทำงานเราจะไม่ยุ่ง แต่ถ้าเราทำงาน เราก็อยากให้เขาไปกับเรา แต่ถ้าเขาไม่ทำงาน อยากให้เขาอยู่กับเรา ผมเป็นคนเพื่อนน้อย ทั้งหมดของผมคือเขา
...
เลิกงานเราโทรหาเขาเลย แต่เราก็จะน้อยใจเมื่อเวลาเราโทรหา และเขาอยู่กับเพื่อนเขา เพราะทั้งหมดเราอยากให้เขาอยู่กับเราตลอดเวลา แค่เห็นเขาอยู่ในสายตา เราก็สบายใจแล้วครับ ไม่อยากให้คลาดสายตา
น้ำเพชร : ถามว่ารำคาญบ้างไหม แต่ก็มีบ้าง ขนาดเขาอยู่ชั้น 1 และหนูอยู่ชั้น 3 ก็ไม่ได้นะ เขาโทรตามยิกๆ เราก็อยากอยู่คนเดียวบ้าง (ยิ้ม) เราเป็นคนโลกส่วนตัวสูง
อีกอย่างเราชอบทำคอนเทนต์อยู่แล้ว เวลาเราเต้น เราก็ไม่อยากให้เขาเห็นเยอะ เราก็อายบ้าง หรือบางทีเรารีวิวเครื่องสำอาง เขาก็บอกว่าไม่สนใจเขาเลยนะ เราก็เลยบอกไปว่าขอเวลาแป๊บนึง หลังเราก็ตกลงกันได้ และเราก็มาผสานมาเป็นโลกของเราทั้งสองคน
อาไท : อย่างที่บอกว่าผมไม่มีเพื่อน ก่อนหน้านี้ไม่มีแฟน ผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ชอบทำอะไรคนเดียว แต่พอมาคบกับเขา โลกของเรามีเขาไปซะหมดเลย ขนาดกินข้าวคนเดียวก็ไม่ได้ พะอืดพะอม (แสดงว่าขี้หึงมาก?) มากถึงมากที่สุดเลยครับ หวงทุกอย่าง ใครเป็นผู้ชายเข้ามา ผมถามก่อนเลยว่าคนนี้ใคร
ล่าสุดเราเป็นสปอนเซอร์?
อาไท : ไม่ถึงเป็นสปอนเซอร์แต่อย่างใดหรอกครับ ผมก็แค่ร่วมโหวตให้คะแนน
น้ำเพชร : โหวตให้เยอะมาก เราก็บอกเขาไปว่าฉันอยากได้ที่หนึ่งจังเลย มันก็มีพี่ๆ ที่ช่วยกันโหวตอยู่แล้ว และตัวเขาก็บอกว่าขาดอีกเท่าไร ก็ใส่มาอีก 2 หมื่น นอกจากโหวตแล้ว ก็ยังทำป้ายไฟ และดูแลเรื่องด้อมด้วย
อาไท : และผมมีพี่น้องก็ช่วยดูแลเขาและดูแลด้อมของเขาด้วย แต่สิ่งที่ยากสุดคือรับอารมณ์ พอเขาประกวด เขาจริงจัง เขาอาจจะมีงอแงกันบ้าง เอาแต่ใจบ้าง ก็บอกกับตัวเองว่าอย่าเพิ่ง ยังไม่ถึงเวลาเถียง ให้ประกวดให้จบก่อน ถ้าเราทะเลาะกัน เขาจะประกวดแบบไม่มีความสุข และผมไปปรึกษาพี่เกลือ ปรึกษาว่าผมกับแฟนทะเลาะกันบ่อยมากเลย พี่เกลือถามว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร ผมก็บอกไปเรื่องที่ผมเถียงเขาเนี่ยแหละ พี่เกลือก็เลยบอกไปว่าไม่ใช่ทั้งสองคนไม่นิ่ง คนที่ไม่นิ่งคือตัวผมเอง เพราะถ้าตัวผมนิ่งมากกว่าพอ ก็จะไม่เถียงเขา และแฟนเองก็จะมีความสุข ตัวผมเองก็มีความสุข เราก็นิ่งขึ้น
นอกจากเขาเป็นสปอนเซอร์แล้ว เขายังช่วยซัมพอร์ตในเรื่องของความคิดยังไง?
น้ำเพชร : เรื่องแรกก่อนเลย ซีนแนะนำตัว เขาก็แนะนำให้เราพูด แต่เราก็ไม่ได้ใช้และซีนที่ใส่ชุดว่ายน้ำ เขาก็ให้ควงกระบอง 2 ท่อน เขาเป็นคนสอนให้ควง เพราะเขาเคยควงมาก่อน
อาไท : เวลาผมสอน เราจะจริงจังนิดนึง เราอยากให้เขาทำได้
ยืนยันว่ายังรักกันดีอยู่หรือว่าเลิกกันแล้ว?
น้ำเพชร : ยังรักกันดีอยู่ค่ะ ยังคบกันอยู่ เป็นแฟนกันจริงๆ
อาไท : ที่ผ่านมาอาจจะมีทะเลาะกันบ้าง หรือว่าแยกกันบ้าง แต่แค่เวลาสั้นๆ 2 วัน ซึ่งเราก็ฟุ้งซ่าน ขาดเขาไม่ได้ อยู่ไม่ได้ (ยิ้ม) ก็ง้อกัน สลับกันไปมา (ไม่รู้รักแค่ไหน แต่ทาเล็บเป็นชื่อน้ำเพชร) ผมชอบทาเล็บมาก แต่เขาบอกว่าทาทำไม อยู่แบบสะอาดก็ได้
พอวันที่เขาซ้อม ผมก็แอบไปทาเล็บ และเพนต์เป็นชื่อเขาด้วย เขาเห็นแล้ว เขาก็ดีใจที่เป็นชื่อเขา และอีกอย่างที่เราจริงจังก็พาไปหาพ่อของผมด้วย พ่อผมพูดคนเดียว ทำให้น้ำเพชรไม่ได้พูดเลย (หัวเราะ)
น้ำเพชร : คุณพ่อเขาก็โพสต์เชียร์เราด้วย
...
อาไท : คือที่เขาชอบก็คงจะภูมิใจที่กล้ามาคบกับลูกเขามั้ง เขาก็เลยรักเป็นพิเศษ
น้ำเพชร : เขาจะชอบน้อยใจ เพราะชาวเน็ตชอบพูดว่าคบคนไม่หล่อ แต่เราก็จะบอกว่าที่คบไม่เกี่ยวกับหน้าตา แต่เขาหล่อไปทั้งข้างใน จิตใจเขาก็ดีด้วย ไปไหนก็มีคนรัก ขนาดยามยังรักเลย
วางแผนอนาคตยังไง?
น้ำเพชร : วางแผนรายวันเลย ช่วงนี้เราทำงานเยอะ และเราชอบทำงานในวงการบันเทิง และก็มีคอนเทนต์ที่ต้องทำคู่กันด้วย
อาไท : ที่บอกว่ารายวันคือ แค่ไม่ทะเลาะกันก็พอแล้ว ที่ผ่านมาเราทะเลาะกันบ่อย จนตอนนี้แค่คิดว่าเรารักกันก็พอแล้ว ตื่นมาให้มันรักกันมากกว่าเดิม เท่านั้นเอง
น้ำเพชร : ตอนนี้ความรักเราดีขึ้น อาไทอายุ 22 และเราอายุ 27 แล้ว ความนิ่งมาก ซึ่งอาไทอาจจะมีความอ้อนมาก แต่ก็ปรับตัวไปเรื่อยๆ