หลังจากที่ แอฟ ทักษอร และ นนกุล ชานน เปิดตัวว่ากำลังศึกษาดูใจกันอยู่นั้น ก็ทำเอาหลายๆ คนเชียร์และลุ้นคู่นี้ไม่น้อย เพราะแม้จะเป็นรักต่างวัย แต่ก็ดูว่าฝ่ายชายจะจริงจังและจริงใจกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้
และก่อนหน้านี้ แอฟ เคยไปเปิดใจในรายการ Chairs to share มาแล้ว และครั้งนี้ก็เป็นคราวของ นนกุล ที่จะมาเปิดใจถึงความรักกับ แอฟ บ้าง ซึ่งนนกุลได้เผยทุกความรู้สึกในรายการนี้ให้ฟังว่า
สิ่งที่น่ารักและดึงดูดเราในต้วแอฟ?
เขามีรอยยิ้มที่น่ารักกับผมมากๆ เวลาเขายิ้มทีโลกมันสดใสทั้งใบเลย ผมยิ้มตามไปด้วยทุกครั้งเวลาเขายิ้ม ผมเลยอยากทำให้เขายิ้มได้ตลอดเวลาเท่าที่ผมจะทำได้
เขาวางตัวดี โพซิชั่นดี และไม่อ่อนข้อไม่ว่าคนจะมองว่าเขาเป็นยังไงก็ตาม เขายังรักษาความเป็นตัวตนของเขาอย่างหนักแน่นและมั่นคง เลยเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์สำหรับผมมากๆ
พี่แอฟเป็นคนที่อ่อนหวานมากๆ ข้างในเข้มแข็งมากๆ มีบางมุมเท่านั้นที่ผมรู้ ซึ่งน่ารักสำหรับผมมากๆ เวลาที่ง้องอน เขาจะมีน้ำเสียงที่เขาใช้ที่น่ารักมากๆ
...
ซึ่งผมคงไม่สามารถทำออกมาให้ทุกคนดูได้ และไม่คิดจะทำ เพราะผมอยากจะรู้แค่คนเดียว มันเป็นมุมน่ารักในช่วงเวลาส่วนตัวที่เราอยู่ด้วยกัน ก็รู้สึกดีจังเราได้เห็นแค่คนเดียว เรารับรู้แค่คนเดียว มันเลยพิเศษสำหรับผม
รู้สึกยังไงบ้างที่เทปก่อนหน้านี้แอฟมาออก?
รู้สึกดีมากๆ มันเป็นคำที่เบสิก และรู้ว่าคนที่เขาพูดถึงคือเรา เรารู้สึกโชคดีที่ได้รู้จักผู้หญิงคนนี้ ทุกๆ คำพูดที่พี่เขาพูดมันได้กลั่นกรองออกมาจากใจจริงๆ
มันยังให้แรงบันดาลใจกับอีกหลายคน แค่มองหน้าพี่แอฟก็รู้แล้วว่าพี่เขาเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความรักจริงๆ เรารู้สีกโชคดีมากๆ ที่ได้รู้จัก ได้อยู่ในสถานะนี้กับพี่เขา
ใช้สถานะกำลังคุยๆ กันอยู่ แต่ไม่ใช่แฟน?
ผมจริงจังกับทุกคำพูด ถ้าเราเลือกที่จะคุยกับคนนี้แล้ว และจริงจังกับคนคนนี้ ยิ่งจะใช้คำว่าสถานะแฟน เราเป็นคนในอาชีพนี้เวลาจะใช้คำพูดใดๆ ทุกคนรู้หมด มันเลยต้องวางแผนในสเตปต่อๆ ไป มันเล่นๆ ไม่ได้ เพื่อเป็นการใหัเกียรติพี่แอฟ และเพื่อให้เท่ากับเกียรติที่ผมได้รับจากพี่แอฟมา
และ แอฟ ทักษอร ได้ส่งคลิปมาเซอร์ไพรส์ นนกุล พร้อมเผยความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่ายว่า “นนคือความสบายใจ สบายใจที่จะพูด ปรึกษาอะไรได้ทุกอย่าง ขอบคุณค่ะที่เป็นความสบายใจ”
พร้อมฝากคำถามถึง นนกุล ว่า “เคยคิดมั้ยว่า ภาพสุดท้ายที่มองเห็นตัวเองเป็นยังไง อยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ทำอะไร ขอแบบละเอียดๆ เลยนะคะ และภาพนี้ชื่อว่าอะไรคะ” ซึ่งนนกุลได้ตอบคำถามนี้ของแอฟว่า
ในแง่การงานถ้าเลือกได้ก็อยากจะมีพลังในการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ที่เรารักให้ได้ ในแง่ความรัก แต่งงาน มีลูก มีครอบครัว มีชีวิตคู่กับพี่เขา แน่นอนว่าในนั้นต้องมีน้องปีด้วยอยู่แล้ว พูดไปมันก็จะเขินๆ แหละ ก็จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต เขินครับ
ความรักครั้งนี้พิเศษยังไงบ้าง?
พิเศษมากๆ ครับ ผมไม่ได้ใช้คำว่าแฟนมาตั้งแต่ ม.ปลาย ตอนนั้นใช้เพราะเหตุผลเด็กมากๆ แค่อยากรู้ว่าถ้าเรามีคนคนหนึ่งที่เราใช้คำว่าแฟน เราจะรู้สึกยังไง แล้วครั้งนั้นพอเหมือนเราไม่ได้ให้คุณค่ากับคำนี้ มันเลยโหวงไปเลย
เป็นคำว่าแฟนมันแค่นี้เองจริงๆ เหรอ มันทำให้เราตั้งคำถามว่าคำคำนี้สุดท้ายมันมีคุณค่าแค่ไหนกันวะ จากวันนั้นถึงวันนี้ จะตัดสินใจใช้คำคำนี้มันเลยระมัดระวังมากๆ แล้วยิ่งเป็นพี่แอฟด้วย ผมไม่อยากใช่สุรุ่ยสุร่าย
...
เปิดตัวคุยกันนอกจากคนเชียร์ ก็มีคนมองอีกมุมหนึ่ง ทั้งบวกและลบ ได้คุยกัน?
มีคุยกันครับ สุดท้ายก็เป็นอย่างที่พี่แอฟบอกเลย ปัญหาของเรา เรามี เราร่วมกันแก้ไขได้ แต่ถ้าเป็นปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้ มันไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของคนอื่น
คอมเมนต์ใดที่แสดงความเป็นห่วงเราเข้าใจ เป็นเจตนาที่ดี ใครมองบวกเรายินดีอยู่แล้ว เราชื่นใจที่เรายินดีและมีความสุขไปกับเรา
ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย ผมโอเค ผมแฮปปี้กับสิ่งที่ผมมีอยู่ตรงนี้ ถ้าพี่ไม่สบายใจ มองมาที่ผม แล้วผมจะกล้าพูดว่าไม่เป็นไร พี่ไม่สบายใจแต่ผมสบายใจมากๆ นะ ผมพร้อมจะเป็นแรงซัพพอร์ตตรงนั้นเพื่อสร้างความสบายใจให้พี่มากขึ้นเรื่อยๆ
แอฟเคยพูดถึงความแตกต่างของเราทั้งคู่ว่าสุดท้ายแล้วความรักจะชนะทุกอย่าง แล้วสำหรับนนกุล เป็นอย่างนั้นมั้ย?
ส่วนตัวผมเอาตามความเป็นจริงแล้ว ความรักอาจจะไม่ได้ชนะทุกอย่างหรอก อาจจะมองต่างจากพี่แอฟ เพราะมันมีปัจจัยหลายๆ สิ่ง ถ้าอยากจะทำให้มันรอดอาจจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อมันด้วย ไม่ว่าจะทำงานหาเงิน ดูแลสุขภาพร่างกายให้อยู่กันไปนานๆ
ความรักคงไม่ชนะสุขภาพ มันก็คงถดถอยไปตามกาลเวลา แต่รู้อย่างเดียวคือมันเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน เป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา และควรจะโอบรัดมันไว้เมื่อได้มันมา
...
แอฟ-นนกุล ดูแลกันยังไงบ้าง?
เราจะดูแลกันในเรื่องของความรู้สึก ผมมีกฎเหล็กข้อนึงเลยคือ วันนึงไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน ต้องได้คุยกันทางโทรศัพท์ น้อยที่สุดต้องได้ยินเสียงกันสักครั้งอย่างน้อย 1 ครั้งต่อวัน เพื่อให้ได้ถามไถ่กัน
เพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง ก็คือสิ้นสุดของวัน ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ดึกแค่ไหน แค่ได้ยินเสียงกันก่อนนอน อันนี้คือกฎเหล็กของผม แต่วันไหนพี่เขาเหนื่อยมาก ผมก็โอเค ผมยินดี
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นกฎเหล็กเหมือนกัน ดึกแค่ไหนก็ต้องคุย คือ ถ้าเหมือนจะทะเลาะกันผมจะไม่ปล่อยให้ข้ามวัน ต้องเคลียร์เลยในวันนั้น เคลียร์อย่างมีเหตุผล ใจเย็น ว่าเรื่องที่ทะเลาะกันควรค่าแก่การที่เราจะหักความสัมพันธ์กันมั้ย
คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิง” เพิ่มเติม
...