วันนี้ (17 พ.ย. 2566) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ดีเจภูมิ หรือ นายภูมิใจ ตั้งสง่า พิธีกร ดีเจและยูทูบเบอร์ชื่อดัง ได้พา น.ส.เพ็ญพร วงศ์นพรัตน์เลิศ หุ้นส่วนบริษัทรองเท้าของดีเจภูมิ และ นายวรินทร มิชาส์ ซึ่งทั้ง 2 เป็นผู้เสียหาย เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 เนื่องจากทั้งสองถูกหลอกขายนาฬิกาหรู สูญเสียเงินมูลค่าไปรวมทั้งสิ้น 3 ล้านบาท
โดย ดีเจภูมิ ได้เล่าว่า เมื่อเดือนที่แล้ว ตนเองกับหุ้นส่วนได้เอาเงินปันผลออกมานิดหน่อย คิดจะเอาไปลงทุนนาฬิกา เพราะเห็นราคาร่วงลงมาเล็กน้อย ตนเองก็เลยถามหุ้นส่วนว่า จะซื้อรุ่นไหน เขาบอกว่า จะซื้อรุ่น ROLEX DAYTONA “LOKI” เพราะวันก่อนเพื่อนบอกว่า รุ่นนี้ร่วงลงมาเหลือ 1.8 ล้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ ดีเจภูมิ ได้ซื้อไปในราคา 2.6 ล้าน พอเห็นว่าราคาดี เลยได้ส่งเพจ Aaron Rolex Daytona Loki 2019 ที่ขายนาฬิการุ่นนี้ให้กับหุ้นส่วน เพราะเห็นราคาดี แต่กลายเป็นว่าเป็นเพจหลอกขายนาฬิกาที่สร้างความเสียหายนับล้านกว่าบาท และยังมี นายวรินทร เป็นผู้เสียหายอีกราย จึงพากันเข้ามาแจ้งความให้ตำรวจไซเบอร์ดำเนินคดีในเรื่องนี้
...
ด้าน น.ส.เพ็ญพร กล่าวว่า เมื่อตนได้ติดต่อไปในเพจดังกล่าว ทางเพจได้แจ้งว่าให้แอดไลน์ ตนก็ดำเนินการแอดไลน์ไป หลังจากนั้นทางฝั่งผู้ขายก็ได้โทรไลน์มาหาตน ทำให้ตนเชื่อใจว่าน่าจะเป็นของจริง แต่เนื่องจากติดขัดทางด้านภาษา เพราะฝั่งนู้นพูดจีนปนอังกฤษ เลยเปลี่ยนมาเป็นการแชตทางข้อความแทน
หลังจากนั้นช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตนกับฝั่งผู้ขายจึงได้นัดหมายที่จะมาดูนาฬิกาที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งทางฝั่งผู้ขายอ้างว่า เนื่องจากไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ เลยจะส่งตัวแทนนำนาฬิกามาให้ดู เมื่อมาถึงตามที่นัดหมาย ตนก็ได้พบกับคนที่นำนาฬิกามาให้ ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นเจ้าของนาฬิกาตัวจริง
โดยตนกับเจ้าของนาฬิกาก็ได้ตรวจเช็กนาฬิกาแล้วพบว่าเป็นนาฬิกาจริง ไม่ใช่นาฬิกาปลอม จึงพิมพ์ไปยังผู้ขายว่าตกลงที่จะซื้อ ทางฝั่งผู้ขายจึงแจ้งมาว่า ขอให้โอนเงินเป็นสกุลคริปโตเคอเรนซีแทน เพราะเนื่องจากการโอนเงินระหว่างประเทศมีข้อจำกัดหลายอย่าง เลยต้องการให้โอนเป็นสกุลดิจิทัลจะดีกว่า ตนจึงโอนเงินสกุลดิจิทัลไปประมาณ 40,000 USDT หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 1,500,000 บาท
ปรากฏหลังจากโอนเสร็จ ฝั่งผู้ที่นำนาฬิกามาให้ดู กลับบอกตนว่า เงินยังไม่เข้าและสอบถามตนว่า จะนำนาฬิกาไปที่ฮ่องกงยังไง เลยทำให้ตนเกิดข้อสงสัยเพราะตนต้องการซื้อนาฬิกามาไว้เป็นของตัวเอง ไม่ได้มีหน้าที่รับหิ้วนาฬิกาให้ใคร จึงทำให้เข้าใจในทันทีว่า ตอนนี้ตนกำลังโดนหลอกซื้อขายนาฬิกา
ทาง ดีเจภูมิ ได้พูดสรุปเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า มิจฉาชีพซึ่งน่าจะอยู่ที่ฮ่องกง ได้ดำเนินการหลอกทั้งฝั่งของ น.ส.เพ็ญพร และเจ้าของนาฬิกาตัวจริง โดยหลอก น.ส.เพ็ญพร ว่า จะให้คนนำนาฬิกามาให้ดู ก่อนจะโอนชำระมาที่มิจฉาชีพ ส่วนเจ้าของนาฬิกาตัวจริงก็ถูกหลอกว่าให้นำนาฬิกามาให้ น.ส.เพ็ญพร ดู ซึ่งอาจจะอ้างว่า น.ส.เพ็ญพร เป็นเพื่อนกับมิจฉาชีพ หากพึงพอใจ มิจฉาชีพจะโอนเงินซื้อนาฬิกาให้แก่เจ้าของนาฬิกาตัวจริง
...
หลังจากนั้นตนกับเจ้าของนาฬิกาจึงพากันไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ปทุมวัน ซึ่งเบื้องต้นเจ้าของนาฬิกาเองก็ปฏิเสธว่าไม่รู้ หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพคนนี้แต่อย่างใด แต่เพื่อความสบายใจ และอยากให้สามารถติดตามนำเงินกลับมา เลยเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์เพิ่มเติม
ด้าน นายวรินทร มิชาส์ ผู้เสียหายอีกรายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน เล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา ตนสนใจจะหาซื้อนาฬิกาหรูโรเล็กซ์ จึงไปหาสินค้าผ่านทางมาร์เก็ตเพลสเฟซบุ๊ก เจอ Account คนจีนชื่อ นาย Liam ได้นำนาฬิกาหรูที่ตนต้องการมาประกาศขาย 1 เรือน ในราคา 1,100,000 บาท มีการคุยตกลงราคาผ่านทางไลน์ ต่อมา นาย Liam ได้ลดราคานาฬิกาให้เหลือเพียง 820,000 บาท ตนจึงตกลงที่จะซื้อนาฬิกาเรือนดังกล่าว
...
จากนั้นวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา นาย Liam ได้แจ้งให้ตนเดินทางไปรับนาฬิกาหรูที่ร้านตรวจสอบนาฬิกาแห่งหนึ่งที่เซ็นทรัลเวิลด์ แต่เมื่อไปถึงกลับพบชายชาวจีนชื่อ MR.LONGTIAN ZHANG ได้เดินทางมาส่งนาฬิกาเรือนดังกล่าวแทน
ตนตรวจสอบสินค้าแล้วพบว่าเป็นของแท้ จึงสอบถามกับคนส่งนาฬิกาว่า เลขบัญชีคริปโตฯ ปลายทางที่ต้องโอนเงินไปนั้นถูกต้องหรือไม่ ซึ่งคนที่มาส่งนาฬิกาพยักหน้าบอกว่าถูกต้อง ตนจึงตัดสินใจโอนเงินผ่านบัญชีคริปโตเคอเรนซี USDT จำนวน 22,990 เหรียญ ตีเป็นเงินไทยจำนวน 820,000 บาท
แต่เมื่อโอนเสร็จสิ้น MR.LONGTIAN กลับบอกว่า เงินยังไม่เข้าบัญชี จึงไม่ยอมส่งมอบนาฬิกาให้ตน จึงเกิดการโต้เถียงกันอยู่พักใหญ่ แต่ไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ เพราะอีกฝ่ายพูดแต่ภาษาจีน
เมื่อตนรู้ว่าถูกหลอก จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ สน.ปทุมวัน ให้มายังที่เกิดเหตุ จากนั้นไม่นานประมาณ 10 นาที มีหญิงชาวไทยซึ่งเป็นแฟนกับ MR.LONGTIAN ได้เข้ามาโวยวายใส่ตน ถามว่าไม่รู้เหรอว่าเลขบัญชีนี้เป็นมิจฉาชีพ
เมื่อเจรจาไม่รู้เรื่อง ตนได้รับความเสียหาย จึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ซึ่งขณะนี้ผ่านมากว่าสองเดือนแล้ว พนักงานสอบสวนมีเพียงการสอบปากคำตนกับคู่กรณีไปแล้วเท่านั้น จึงรู้สึกว่าคดีความยังไม่คืบหน้า เป็นเหตุที่ต้องมาร้องเรียนพร้อมกับ น.ส.เพ็ญพร ที่ บก.สอท.1 ในวันนี้ เพื่อให้ตำรวจไซเบอร์รับคดีนี้มาดำเนินการ ไม่อยากให้มีเหยื่อรายอื่นถูกหลอกแบบนี้อีก
...
ขณะที่ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ระบุว่า หลังจากนี้จะให้ทั้ง 2 เข้าให้ปากคำกับทีมพนักงานสอบสวน สอท.1 เพื่อนำข้อมูลไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนทางคดี เรื่องนี้ทางตำรวจท้องที่ได้รับแจ้งความดำเนินการทางด้านคดีแล้ว ซึ่งตำรวจ สอท.1 จะลงไปตรวจดูในเรื่องทางเทคนิค และเส้นทางการเงินดิจิทัลเพิ่มเติม คู่ขนานกันไปกับตำรวจท้องที่
ยอมรับว่าเงินสกุลดิจิทัลค่อนข้างจะตามคืนได้ยาก แต่ทางตำรวจจะเร่งวิเคราะห์และหาทางเพื่อให้สามารถติดตามเงินคืน และระบุตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า การซื้อของทางออนไลน์ นอกจากจะต้องระมัดระวังมิจฉาชีพที่ทำเพจหลอกซื้อขายแล้ว ต้องระมัดระวังเรื่องการโอนเงิน โดยเฉพาะสกุลดิจิทัลที่มิจฉาชีพชอบนำมาใช้และตามคืนได้ยาก หากพบเห็นลักษณะการซื้อขายที่เป็นการโอนเงินดิจิทัล ขอให้ระมัดระวังว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพได้ ทางที่ดีควรโอนเป็นเงินปกติจะดีกว่า.
คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิง” เพิ่มเติม