5 TRACKS อีพีนี้กับ ไอซ์ รักชนก ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่จะมาแชร์ 5 เพลงที่มีเรื่องราวและความทรงจำ การเติบโตมาพร้อมกับความเจ็บปวด เพลงต้องห้าม, ชีวิต, ความรัก และพรรคก้าวไกล การทิ้งความสุขส่วนตัว เพื่อตามหาความหมายของชีวิต และความเป็นนักสู้ของเธอคนนี้
ซึ่ง ไอซ์ รักชนก ได้เปิดใจเล่าผ่านทางรายการ 5TRACKS 5 เพลง 5 เรื่องราว ทางยูทูบ PEEPZ DOC ให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนของเธอมากขึ้นว่า
เป็นเด็กที่โตมาในเขตบางบอน เป็นฟีลบางบอนจะมีผู้ใช้แรงงานเยอะ ก็อาจจะเป็นเพลงเพื่อชีวิต ตอนเด็กๆ จำได้ว่าแม่จะเปิดเพลงงานบวช พุ่มพวง ดวงจันทร์ เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ส่วนตอนนี้จะฟังวิเคราะห์การเมือง และแจ๊ส ไม่ชอบฟังเพลงที่มีเนื้อเลย เพราะสมองจะมีข้อมูลเต็มไปหมด ยกเว้นเพลงที่มีความหมาย จะมีเพลงที่ฟังวนซ้ำเป็นร้อยๆ รอบก็ไม่เบื่อ
เพลงกาลครั้งหนึ่ง เพลงต้องห้าม
อันนี้ด้วยความเคารพ เพลงนี้ฟังแล้วนึกถึงแฟนเก่า ไม่ได้คิดแบบเชิงชู้สาวนะคะ กับแฟนเก่าเราคบกันมานาน เติบโตด้วยกันมา สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกันมา ตอนเด็กๆ คือลำบากมาก อยู่ในครอบครัวบุญธรรม เป็นครอบครัวที่ยากจน เรียนโรงเรียนวัด เติบโตมาพร้อมกับความเจ็บปวด ท้อมากในใจหลายๆ อย่าง เริ่มมาสร้างตัวได้ตอนที่อยู่กับแฟนคนที่อยู่ในกาลครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุข แล้วพอเข้าสู่งานการเมือง และพูดจริงๆ นะ งานการเมืองไม่ได้ทำให้เรามีความสุขมากขนาดนั้น แต่มันเป็นงานที่มีคุณค่าในชีวิต พอหาความหมายในชีวิตเจอ ก็อยากทุ่มเทให้กับชีวิตตรงนี้ ก็กลายมาเป็นว่าเราก็ต้องทิ้งชีวิตตรงนั้นไป
เหตุผลที่เลือกชีวิตตรงนี้ อาจจะฟังดูไร้สาระ แต่ชีวิตทุกคนพอถึงวันหนึ่งที่สัมผัสความสุขมาพอสมควร เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ และสุดท้ายต้องตามหาความหมายในชีวิตของตัวเอง ตื่นมาแล้วอยากทำมัน มันคืองานแบบไหน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายพอมาทำงานการเมืองวันหนึ่งจะประสบความสำเร็จ หรือว่าเจ็บปวด หรือรู้สึกว่าไม่ใช่เรา แต่เราไม่ได้ยึดติด และในวันนี้ก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดตามที่ประชาชนไว้วางใจเรามา ทำให้คนที่เลือกเราไม่ผิดหวัง ถ้าอีก 4 ปีข้างหน้าตรงนี้ไม่สามารถตอบโจทย์เราได้ เราก็ไปทำอย่างอื่น
...
ชีวิตเราอาจจะเป็นหนังก็ได้นะ ชีวิตลำบากตลอด 20 ปีเลยนะ แต่พอมาคบกับเขา กราฟชีวิตมันพุ่งขึ้นสูงสุดในชีวิต หาเงินได้มากที่สุดในชีวิต มีเงินเก็บมากที่สุดในชีวิต ซื้อบ้าน ซื้อรถ อยากไปเที่ยวไหนก็ไป พอเลิกกันเพราะมาทำงานการเมือง กลายเป็นว่าทุกอย่างพังทลายไปหมดเพราะเราเลือกที่จะมาทำอันนี้ เคารพกันว่านะว่าคุณก็ต้องไปเติบโตตามทางของคุณ เราก็แบบเป็นซึมเศร้าด้วย ก็เหมือนชีวิตมาอยู่จุดต่ำสุด แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าเราเลือกแล้วก็ต้องไปตามทางที่เราเลือก พอฟังเพลงนี้เหมือนคน 2 คนที่เติบโตมาด้วยกัน พอถึงทางแยกต่างคนก็ต้องต่างไปทำหน้าที่ของตัวเอง ก็รู้สึกว่าเพลงนี้เลยเป็นเพลงต้องห้าม
เวลาอกหัก ถ้าอยู่กับตัวเองจะฟูมฟาย แต่ถ้าต้องทำงานก็จะทำงาน เป็นคนบ้างานมาก ถ้าต้องทำอะไรจะมุ่งมั่นและทำให้สำเร็จ ถ้าเวลาฟูมฟายก็ถึงขั้นเปิดฝักบัว (หัวเราะ) เวลาเศร้าก็เศร้าให้มันสุดๆ ดิ่งไปกับมันสุดๆ ร้องไห้ให้ตาแตก 4-5 ชั่วโมงก็ร้องไปเลย ฟูมฟาย กินเหล้า ร้องไห้ เปิดฝักบัว กลิ้งไปตามพื้นบ้าน ก็เป็นอย่างนั้น แต่ก็อยู่ในพื้นที่ของเรา แต่ก็จะมีช่วงที่อยู่กับเพื่อนเพื่อฟังความคิดเห็นจากคนอื่น แต่ก็จะมีบางครั้งที่เรารู้หมดทุกอย่างแหละ
เพลงแสงสุดท้าย เพลงที่อยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต
เพลงนี้เป็นเพลงที่เราเชื่อว่าเด็กยุคเราตอน ม.6 จะฟังเพลงนี้ แค่เนื้อแรกมันก็คือช่วงชีวิตที่เราอ่านหนังสือ ต่อสู้กับเด็กอีกหลายคน หรือเพื่อนเราเองเพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยในคณะที่เราฝัน เป็นเพลงที่บิวต์ให้เราไปอ่านหนังสือ เปิดฟังก่อนอ่านหนังสือ และทุกวันนี้กลายเป็นเด็กไม่อยากเรียนในโรงเรียน เพราะไปเรียนพิเศษเขาได้อะไรมากกว่า
ก่อนจะแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องระบบการเรียนของไทยว่า บุคลากรพร้อมที่จะทอดทิ้งเด็กที่มีลักษณะไม่ตรงตามขนบที่ดี จะถูกตัดสินอีกแบบ ทั้งๆ ที่เด็กบางคนอาจจะเรียนเก่งนะ แต่อาจจะแหวกแนวไปหน่อย เมื่อไหร่ที่ไม่ทำตามขนบก็จะถูกบุคลากรในโรงเรียนทอดทิ้ง ถ้าเรียนเก่งอาจจะเอาตัวรอด แต่ถ้าเรียนไม่เก่งก็โดนทอดทิ้งไปเลย
แต่ไอซ์มีธงมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าจะตั้งใจเรียนเพื่อที่จะออกจากสังคมที่เราอยู่ เพื่อยกระดับฐานะทางสังคม เราเลยเป็นเด็กเรียนดี แต่จะเห็นเสมอว่าเพื่อนที่ต้องออกจากระบบการศึกษา คือเพื่อนที่ทำตัวไม่ได้เป็นที่รักของครู ซอยผมผิดระเบียบ ซึ่งบางทีเกิดจากที่บ้านเขามีปัญหา เขาก็อยากจะเรียกร้องความสนใจจากสังคม หรืออยากได้รับความรัก บางทีเขาแสดงออกไม่ถูก วิธีการแสดงออกไม่เหมือนกัน ก็อยากให้โรงเรียนเป็นที่โอบอุ้มทุกคน โรงเรียนควรจะเป็นพื้นที่เซฟโซนที่ยังไงก็ได้เพื่อโอบอุ้มเด็กที่สังคมบอกว่าไม่ไหวแล้ว ไม่ใช่บอกว่ามันไปไกลจนเอากลับมาไม่ได้แล้ว นั่นคือคุณทิ้งเขา แต่โรงเรียนควรจะเป็นพื้นที่ที่โอบรับเด็กกลับมา พัฒนาให้เขาให้เป็นทรัพยากร และเติบโตใช้ชีวิตในประเทศนี้ ไม่ใช่มีปัญหาแล้วทอดทิ้งเขา
ทั้งๆ ที่กระทรวงศึกษาได้งบเป็นอันดับต้นๆ นะ บางปีได้เป็นอันดับหนึ่ง แต่ว่าไม่เคยแก้ไขระบบการศึกษาอะไรได้เลย มันจะต้องเริ่มแก้ 3 ส่วน คือหลักสูตร ปฏิเสธไม่ได้ เพราะยังมีครูที่ใช้ชีสต์เมื่อ 10 ปีที่แล้วสอนเพราะความรู้บนโลกมันอัปเดตไปเรื่อยๆ แต่ครูยังใช้ชุดความรู้เดิมในการสอน เราต้องมาอัปเดตหลักสูตร ครูต้องมีการอบรม การสอบ ก็ว่ากันไป แต่ครูก็บอกว่างานเอกสารเยอะอยู่แล้ว จนทำให้เขาไม่มีเวลาในห้องเรียน นี่คือส่วนที่ 2 จะทำยังไงให้ครูมีงานหลักคือการสอนจริงๆ ไม่ใช่งานที่จะต้องทำเพื่อเลื่อนระดับเงินเดือน ทำเพื่อเอาใจ ผอ. เพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้โรงเรียน 3 ต้องโฟกัสที่เด็กจริงๆ เยาวชนคืออนาคตของชาติ แต่คุณให้การตัดสินใจ หรือให้คุณค่ากับสิ่งที่อนาคตของชาติกำลังบอกคุณมั้ย เวลาเขาพูดอะไรที่ไม่อยู่ในขนบ ก็จะบอกว่าเขาโดนล้างสมองมา ใครจ้างเธอมา ใครหลอกเธอ ทำไมดูถูกความคิดความอ่านของเด็ก แค่เพียงเพราะว่าเขาอายุน้อย เพียงเพราะว่าเขาเป็นเด็ก คุณจะมาบอกว่าเยาวชนคืออนาคตของชาติได้ไงถ้าคุณไม่ฟังเสียงเขา
...
จากเพลงแสงสุดท้ายที่ฟังในวันนั้นก็ทำให้เราถึงจุดเป้าหมายที่ตั้งไว้ สอบตรงติดแม้จะไม่ใช่คณะที่เราอยากเข้า ก็ไปบอกแม่บุญธรรมเขาก็ไปบอกคนทั้งซอยเลยว่าสอบติดธรรมศาสตร์ ก็ต้องเรียนแล้วแหละ เพราะกลัวว่าถ้าสอบใหม่แล้วไม่ติดธรรมศาสตร์ จุฬาฯ แล้วแม่บุญธรรมจะเสียหน้า ก็เลยเรียนอันนี้
นอกจากจะเป็นเพลงที่ใช้ตอนสอบเอ็นฯ แล้วยังเป็นเพลงที่ใช้ในตอนหาเสียงด้วย มันเป็นเพลงที่เวลาขับยรถออกจากบ้านเวลาจะไปลงพื้นที่ก็จะฟังเพลงนี้ มันให้ควารู้สึกเหมือนกันเลยว่าเราจะต้องต่อสู้กับทางที่ที่โรยไว้ด้วยขวากหนาม ถูกแหลมคมทิ่มแทง จริงๆ มันเป็นเพลงที่มีความหมายกับคาบรอยต่อของชีวิตเรานะที่กำลังจะเปลี่ยนจากนักเรียน ม.ปลายเข้าสู่รั้วมหา'ลัย จากคนธรรมดาเข้าสู่สนามการเมือง
I FEEL IT COMING เพลงประจำตัว
เพลงนี้เป็นเพลงที่เคยไปโรดทริปที่อเมริกา แล้วมันเป็นโรดทริปที่เราจัดทริปเองที่ต้องอยู่บนรถวันละ 4-5 ชั่วโมง แล้วอารมณ์ในรถก็รู้สึกผิดด้วย เขาก็เหนื่อย เราก็เหนื่อย เพราะต้องขับรถเยอะ และเพลงนี้น่าจะติดชาร์ตของวิทยุที่อเมริกา เปิดไปคลื่นไหนก็เจอ แล้วเราจำได้ว่าทริปนั้นมันทั้งสนุก เหนื่อย และโกรธกัน พอทริปนี้จบ กลับไปเปิดฟังเพลงนี้ ทุกครั้งที่ขับรถแล้วเปิดฟังเพลงนี้มันเป็นช่วงเวลาที่ดีหมดเลย ขับรถไปต่างจังหวัดก็เหมือนฟีลเรากำลังขับอยู่ที่ไฮเวย์อเมริกา เปิดเมื่อไหร่ก็จะอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาของเพลงเลย แต่เวลาเปิดมันจะทำให้ภาพเหล่านั้นมันกลับมา หลังจากนั้นก็ไปเปิดฟังเพลงของ THE WEEKND เลยกลายเป็นเอฟซีของเขาไปเลย
...
อาจจะเป็นเพราะว่าไอซ์ชอบคนที่ไม่สนใจเรา ถามว่าชอบคนที่ไม่ได้มาจีบก่อนมั้ย เขามาจีบก่อนก็ได้ แต่เรารู้สึกว่าในความสัมพันธ์ ถ้าคนที่ชอบเซ้าซี้เราไม่ชอบ เราเป็นคนชอบเซ้าซี้มากกว่า ถ้าอยู่กับแฟนไอซ์จะเป็นคนตัวเล็ก น่ารักเลย งุ้งงิ้งๆ เสียงแปดเลย ไม่เคยมีใครได้เห็นแน่นอนโมเมนต์แบบนี้ หนักกว่าแมวอีก คนเรามีหลายพาร์ท
เพลงกลิ่นดอกไม้ เพลงในช่วงความทรงจำดีๆ
มันเป็นเพลงตอนที่หาเสียงเลือกตั้ง เราก็เลือกเพลงตัดคลิปเวลาหาเสียง แล้วใส่เพลงนี้ลงไป แล้วมีคนดูหลายล้านวิว หลายคลิปเลย แล้วก็ชอบกลับไปฟังบ่อยๆ เนื้อเพลงมันเพราะมาก และทำให้นึกถึงช่วงเวลาตอนหาเสียงด้วย มันก็เหนื่อย ต้องใช้แรงใจ ใช้พลังเยอะ เปี่ยมไปด้วยความหวัง มีท้อบ้าง แต่สุดท้ายผลก็ออกมาอย่างดี ก็ขอบคุณเพลงนี้ที่ทำให้คลิปเราส่งผ่านและสื่อสารไปถึงดู ทำให้เราได้นั่งในหัวใจของใครหลายๆ คน
ตอนหาเสียงก็ต้องคิดตอนเทนต์เองหมดเลย การปั่นจักรยาน การทำอะไร พูดจริงๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือคอนเทนต์ด้วย มันคือการที่เราจะสื่อสารกับประชาชนยังไงให้เขาได้เจอเรามากที่สุด สื่อสารนโยบาย ความจริงใจของเรา ที่จะพูดคุยกับเขา เราไม่รู้ว่าการตอบคำถามกับคนหนึ่งคนต่อหน้า แล้วจะเปลี่ยนใจเขาได้หรือไม่เราไม่รู้ แต่ถ้าเราเก็บเอาโมเมนต์ไปทำคอนเทนต์ แววตา สีหน้าของเราบางทีมันสามารถไปเปลี่ยนคนอื่นที่อยู่ในโลกโซเชียลได้หลายร้อยหลายพันคน
...
ก่อนที่ไอซ์จะเล่าความรู้สึกของตัวเองให้ฟังก่อนจะถึงวันเลือกตั้งว่า ก่อนเลือกตั้งจะห้ามหาเสียง ไอซ์บอกกับทีมงานสติแตกมาก รอให้ถึงวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้ว นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย อยากให้เอนเนจี้ในใจมันออกไปซะทีจะได้หลับ เช้ามาก็เขย่าแขนทีมงาน บอกเขาว่าตื่นเต้น เมื่อไหร่วันนี้มันจะจบซะที
พอผลออกมาก็ดีใจได้แค่ครึ่งชั่วโมง ก้าวไกลเริ่มนำ ไม่เคยคิดว่าจะชนะมาเป็นอันดับหนึ่ง และรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยาก สิ่งที่ได้รับมา ช่วงแรกๆ เรายังไม่เข้าใจว่าได้รับอะไรมา การไปห้างทุกคนจะเรียกเรา ไม่เข้าใจภาพที่คนอื่นมองเราว่ามันถึงขนาดนั้นแล้วเหรอ เมื่อก่อนก็บ่นในเฟซบุ๊ก มันก็จะเป็นสเตตัสของเรา แต่ตอนนี้แค่เราตั้งสเตตัสก็เหมือนการพูดในที่สาธารณะ ไม่รู้ว่าสำนักข่าวไหนจะหยิบเอาไปออกข่าวเมื่อไหร่ ซึ่งกลายเป็นว่าจากที่ระวังตัวเอง ก็ต้องระวังทุกฝีก้าว ทุกตัวอักษร แล้วมันทำให้เราต้องมีวุฒิภาวะเป็นอย่างมาก ลดอีโก้ตัวเองให้ต่ำ ทำยังไงก็ได้ให้เราอยู่ในร่องรอย พร้อมที่จะเรียนรู้ พร้อมที่จะทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา ปลายของยอดเขาของไอซ์มันไม่ใช่ควาสุข แต่มันเป็นการทำตามเป้าหมายที่เราวางไว้ใน 4 ปีนี้ก่อน ความสุขอาจจะเป็นบั้นปลายชีวิตมองกลับมาแล้วเห็นว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นนักการเมือง 4 ปี แล้วทำสิ่งเหล่านี้เอาไว้ได้
ไอซ์ รักชนก แชร์ความคิดเกี่ยวกับความคิดทางการเมืองของคนสมัยเก่าเอาไว้ว่า คุณค่าที่เขายึดถือมาตั้งหลายปี การที่จะปล่อยสิ่งนั้นไปมันยากนะ เหมือนการที่เราจะปล่อยตัวตนไปเลยนะ สังคมเราถ้าฝั่งประชาธิปไตยอยากจะชนะนะ ก็ต้องมี Empire ให้กับฝั่งอนุรักษนิยมเพราะสุดท้ายการที่เราจะชนะเขา เราต้องเปลี่ยนใจเขาให้เขามาเห็นด้วยกับเรา ให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เรายึดถือมันไม่ได้น่ากลัวอะไรนะ แล้วมันจะนำพาประเทศไปในทิศทางที่มันดี และเป็นประเทศที่เขาต้องการ ดังนั้นอย่ากลัว จะทำยังไงให้เราสามารถสื่อสารกับคนที่เขาอาจจะมองว่าเราอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ เราต้องมี Empire กับเขามากๆ นะ สุดท้ายเราไม่สามารถต่างคนต่างอยู่คนละฝั่ง แล้วก็ตีกันแบบนี้ แล้วไม่เข้าใจกัน เพราะสุดท้ายประชาธิปไตยมันจะชนะได้ก็ต้องเป็นเสียงข้างมากของประเทศนี้ เราต้องชนะการเลือกตั้งมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะต้องไปโน้มน้าวใจเขา แล้วให้เขามาเอาด้วยกับคุณค่าที่เรายึดถือ กับสิ่งที่เรานำเสนอ ถึงที่สุดไปมากกว่านั้น ประชาธิปไตยจะต้องเป็นอะไรที่คุณเป็นเสรีนิยม แต่เราเป็นอนุรักษนิยม แต่เราทะเลาะกัน เถียงกัน แต่จะไม่เอาอำนาจอื่นมาแทรกแซงสิ่งที่เราเป็น จะใช้กระบวนการประชาธิปไตยในการขับเคลื่อน เราจะตีกัน จะทะเลาะกัน แต่เราจะยังใช้ระบอบประชาธิปไตยในการตัดสินของประเทศนี้อยู่
เพลงวัดใจ เพลงสำหรับวันโหวตเลือกนายกฯ
หลังจากเลือกตั้งจบ ก็ขับรถไปกับน้อง ขอเพลงอะไรก็ได้ที่มันมันๆ แล้วน้องเปิดเพลงวัดใจ แล้วรู้สึกว่าต้องเปิดในวันเลือกนายกฯ มีคนมากมายต้องการจะหยุดฉัน กว่าที่เราจะมาถึงจุดนี้ได้ เราต้องฝ่าฟันอุปสรรค ฝ่าฟันเฟกนิวส์ ฝ่าฟันคำสบประมาทมากมาย ทำไมการชนะการเลือกตั้งแล้วมันไม่จบซะที เชื่อว่าทุกคนเป็น เพลงนี้เหมาะมากในวันที่จะโหวสตเลือกนายกฯ จะเปิดเพลงนี้ เปิดที่ไหนก็ได้ให้ดังเข้าไปถึงรัฐสภาเลย ทุกเนื้อ ทุกคำในเพลงนี้ถ้าเอาภาพเรื่าองราวของก้าวไกลตั้งแต่หาเสียง จนถึงวันเลือกนายกฯ ถ้าเอาภาพมาใส่มันจะเป็นเอ็มวีปลุกใจได้เลย
เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา หลอมให้ไอซ์กลายเป็นคนสตรองหรือเปล่า เรารู้สึกว่าตั้งแต่เด็กๆ เราไม่สามารถอ่อนแอได้ เพราะถ้าเราอ่อนแอเราจะไม่รอด แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่มีโมเมนต์อ่อนแอมันก็มี แต่รู้สึกว่าถ้าเราไม่เข้มแข็ง ไม่ก้าวผ่านมันไปได้ เราจะไม่รอด มันเลยหล่อหลอมให้เราเป็นวันนี้มั้ง ซึ่งมันก็ยังไม่ใช่เวอร์ชันที่ดี แต่มันดีที่สุดเท่าที่เราจะเป็นได้ และอยากจะเป็นเวอร์ชันที่ดีกว่านี้อีก จริงๆ ไม่ได้อยากเป็นไลฟ์โค้ช อายุ 30 ไม่มีหน้าจะไปสอนใครได้ว่าจะใช้ชีวิตยังไง แต่สำหรับเรา ไม่ว่าอะไรจะอยู่ตรงหน้า ความทุกข์ ความสุข ความเหงา อกหัก ความสำเร็จ รู้สึกกับมันให้เต็มที่ ทำสิ่งตรงหน้าให้มันเต็มที่ เอาให้แบบว่า ถ้า 10 ปีมองกลับมาแล้วจะไม่เสียใจ แล้วเรียนรู้กับทุกความรู้สึกทุกโมเมนต์ที่เข้ามา มันจะทำให้วันนี้เรามองกลับไปมันจะมีคำถามที่ว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะย้อนกลับไปที่ช่วงไหนของชีวิต ซึ่งไอซ์ไม่อยากย้อนกลับไปสักช่วงเลย ถ้าเราทำทุกอย่างดีในช่วงชีวิตที่เราเลือกได้ ถ้าเราไปเลือกเปลี่ยนสักนิดมันก็จะไม่มีวันนี้ ก็เลยไม่อยากเปลี่ยน
การเป็นซึมเศร้ามันสอนอะไรเราหลายอย่าง มันมีช่วงชีวิตหนึ่ง คือชีวิตเราลำบากมาตั้งแต่เด็ก แต่เรารู้สึกว่าทำไมคนที่เป็นโรคซึมเศร้าต้องอยากตาย เราไม่เข้าใจเลย และเขาใจความรู้สึกของคนอื่นที่มองเข้ามา พอเรามาเป็น เรารู้สึกเข้าใจคำถามที่เราเคยถาม เราเลยเข้าใจคนที่ตั้งคำถามนี้ เพราะเขาไม่เคยอยู่ในโมเมนต์นี้ คุณจะไม่มีวันเข้าใจคนที่อยู่ใน ณ ที่แห่งนั้นถ้าคุณไม่ได้เข้าไปอยู่เอง แต่ไม่ได้อยากให้เป็นทุกคนนะ ถ้าเป็นต้องไปหาหมอนะ
คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”