สุดปัง ธัญญ่า ธัญญาเรศ ขึ้นแท่นผู้จัดละครป้ายแดง ล่าสุดวันนี้ (30 พ.ค. 2566) เดินทางมาดูแลนักแสดงด้วยตัวเองถึงกองถ่ายละครเรื่อง “ดอนบ้านดอย ปอยบ้านทุ่ง” ซึ่งจะเริ่มออนแอร์ตอนแรก 10 มิ.ย.นี้ ทางช่องไทยรัฐทีวี
และ ธัญญ่า ยังมีโอกาสอัปเดตถึงสภาพจิตใจของ หนิง ปณิตา ว่าตัวเธอเองคอยเป็นฝ่ายซัพพอร์ตจิตใจ ไม่ได้คุยเรื่องคดี แถมตัวเองยังรู้จักกับคู่กรณี หรือมือที่ 3 ของหนิงด้วย เพราะอีกฝ่ายเคยเป็นพนักงานที่คลินิกมาก่อน แต่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว
ล่าสุดมีโอกาสได้คุยกับพี่หนิงไหม?
“ก็ได้คุยนิดนึงค่ะว่าอยู่ศาล เราก็ส่งกำลังใจไปให้ว่าสู้ๆ นะ ก็ได้คุยกันเรื่อยๆ เหมือนเราอยู่ฝ่ายซัพพอร์ตความรู้สึกกันมากกว่า ด้วยความที่คนเจอปัญหาแบบนี้ ก็คงอยากจะคุยกับคนที่เคยเจอปัญหาแบบนี้มามากกว่าว่าเรามีความคิดยังไง ก็ได้คุยกับเขาเรื่อยๆ ค่ะ เหมือนคอยเติมพลังบวกให้เขา เพราะเราเชื่อว่าเขาเป็นผู้หญิงเก่งและเป็นแม่ที่เก่ง ซึ่งเขาก็จะมีมุมภายนอกที่อาจจะสตรอง แต่เขาก็มีมุมอ่อนแอของเขา เราก็พยายามให้กำลังใจ”
...
กำลังใจ หนิง ปณิตา ดีขึ้นไหม?
“กำลังใจดีขึ้นค่ะ เหมือนเวลามันผ่านไปด้วย แล้วเขาก็มีน้องณิรินที่คอยให้กำลังใจแม่ เด็กมันฉลาดอะ ฉลาดพูดฉลาดคิด เรายังบอกหนิงเลยว่าเธอโชคดีมากที่มีลูกแบบนี้”
เห็นพี่ธัญญ่าถ่ายคลิปอัปเดตว่ายังอยู่บ้านเดียวกัน?
“ก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน ยังอยู่หมู่บ้านเดียวกับเรานี่แหละ แต่ปัญหาก็คือปัญหา แต่เขาก็ยังเป็นพ่อแม่ที่ดูแลลูกด้วยกัน ถึงเรารู้สึกว่าถ้าวันนึงเคลียร์กันได้ปัญหานี้ก็อาจจะจบกันได้ก็ได้ แต่อาจจะต้องรอเวลานิดนึง”
เหมือนพี่ธัญญ่าก็ได้บอกกับจิน ว่าเราหาภรรยาแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ?
“เราก็สนิทกับเขาทั้งคู่ และจินเองก็เป็นน้องที่น่ารัก พี่เป๊กก็สั่งสอนไปเยอะ ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสักเท่าไรแต่นางก็สอนน้อง ก็แอบได้ยินว่าครอบครัวต้องมาที่หนึ่ง ลูกเมีย เหมือนคนเราก็อาจจะมีการหลงทางกันบ้างถ้าคนเราคิดได้มันก็ดีที่สุด”
เหมือนโซเชียลรู้แล้วว่ามือที่ 3 คือคนที่รู้จักเรา?
“จริงๆ สนิทกันค่ะ เหมือนเป็นน้องที่เคยทำงานอยู่ที่คลินิก แต่ว่าตอนนี้ออกไปแล้ว และก็ไม่ได้เจอกันนานมากแต่ล่าสุดก็ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งตัวน้องเขาก็อยากจะขอโทษหนิง แล้วเราก็อยากจะเป็นสื่อกลาง หมายถึงว่าเราก็เอาสิ่งนี้ไปพูดให้หนิงฟัง และหนิงก็บอกว่าขอเวลา ก็เดี๋ยวรอให้ทุกอย่างโอเคกว่านี้ เพราะหนิงเองก็ไม่ใช่คนใจร้าย พูดถึงเขาเป็นคนใจอ่อน เป็นคนขี้สงสาร”
ส่วนตัวเราลำบากใจไหมเพราะรู้จักทั้งสองฝ่าย?
“เราไม่ได้ลำบากใจ เพราะเราก็อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง อะไรที่ผิดก็ว่าไปตามผิด อย่างน้องที่เข้ามาเราก็ต้องบอกเขาว่ามันเป็นสิ่งที่ผิด แต่อะไรที่พลาดไปแล้วและอยากจะแก้ตัวแก้ไข อยากจะขอโทษก็ต้องรอเวลาให้ทุกอย่างมันคลี่คลาย เพราะตัวหนิงเองเขาก็ไม่ใช่คนใจร้าย เขาก็เป็นคนที่มีเหตุผล”
กับตัวน้องคนนั้นเขารู้สึกผิดไหม?
“ส่วนตัวเท่าที่เราคุยเขารู้สึกผิด เขาอยากขอโทษอยากคุยกัน แต่เราก็บอกว่าให้รอเวลานิดหนึ่ง เพราะหนิงเองเขาก็ยังไม่พร้อมหรอก อาจจะต้องรอนิดหนึ่งให้มันสงบก่อน”
ถ้าขอโทษแล้วจะมีผลต่อการยกเลิกฟ้องไหม?
“อันนี้ก็ต้องแล้วแต่หนิงค่ะ คือเราไม่รู้ว่าความเสียใจหรือความโกรธของแต่ละคนมันหายเร็วแค่ไหน แต่ละคนไม่เหมือนกันเลย”.
...