หลังจากที่โดนเกรียนคีย์บอร์ดเข้ามาคอมเมนต์ด่าโดยใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพผ่านทางไลฟ์สดของรายการ ทำให้ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เจ้าของเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
ล่าสุด ณวัฒน์ ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง เผื่อเอาผิดกับเกรียนคีย์บอร์ด นอกจากนี้ยังได้พูดถึงประเด็นเรื่องการยกเลิกพรีเซนเตอร์น้ำหอมแบรนด์ดังอีกด้วย โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่า
วันนี้มาแจ้งความ?
“ไม่ได้อยากเอาเรื่องแค่นี้มาแจ้งความ เพราะว่ามีเรื่องแบบนี้เยอะมาก การออกอากาศ คนดังนั่งเคลียร์ หลายคนคงทราบ จะมีคอมเมนต์หนึ่งเป็นแฟนคลับเวทีอื่น จะด่าจะว่าอะไรก็ทนได้ แต่แขวนคอมเมนต์นี้ทิ้งไว้เป็น 10 นาที เพราะไม่มีใครเข้ามาคอมเมนต์ต่อ
คอมเมนต์ว่า ผมเห็นนางงามมิสแกรนด์แต่ละคน ขึ้นไลฟ์แล้วไม่มีมารยาทสักคน งงใจว่าได้มิสแกรนด์มาได้ยังไง ตรงนี้ยังไม่เท่าไร ทนได้ ยิ่งอิงฟ้ายิ่งสถุลเลย อันนี้คือคำที่ทนไม่ไหว ได้คุยกับ อิงฟ้า แล้ว อิงฟ้าบอกเอาให้ถึงที่สุดเลย แต่วันนี้ อิงฟ้า ไม่ได้มา
...
เรากำลังให้ทางตำรวจออกหมายเรียกคนที่พิมพ์ ถ้าเจอเมื่อไร อิงฟ้าจะมาด้วยตัวเอง อันนี้คือแค่คนเดียวนะครับ เราก็ใช้การสืบเสาะหา ซึ่งเราก็ได้ที่อยู่ถ้าเป็นไปตามนี้จริง ก็จะอยู่ที่ปัตตานี เราให้แผนกไอทีไปสืบเสาะมาแล้วทุกอย่างช่วยตำรวจ มีรายละเอียดต่างๆ ของเขาทั้งหมด ซึ่งเอกสารต่างๆ ได้มอบให้กับตำรวจทั้งหมด และทางตำรวจก็จะเร่งให้ ถ้าข้อมูลถูกต้องตามที่ผมส่งให้ก็จะออกหมายเรียกภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์”
ทางกองแกรนด์ได้มีการยื่นโนติสหรือคุยกับเขาก่อนไหม?
“ไม่คุย อันนี้ไม่คุยแล้ว เพราะว่าคำว่าโคตรสถุล แปลว่าต่ำช้าเลวทราม พจนานุกรมเลยนะครับอันนี้คือถอดออกมา แปลว่าต่ำช้าเลวทราม ผมว่ามันค่อนข้างที่จะไปไกล แล้วคอมเมนต์นี้มันค้างอยู่กว่า 10 นาที คนที่ดูอยู่เขาก็เห็น แล้วเจ้าของแบรนด์ต่างๆ เขาก็เห็น เขาบอกว่า พี่ช่วยจัดการให้ด้วย แบบนี้มันไม่เหมาะกับภาพลักษณ์พรีเซนเตอร์ อันนี้เราก็เข้าใจ แฟนคลับอิงฟ้าบอกว่า ถ้าเกิดบอสไม่ยอมจัดการ เขาก็ไม่ยอมเหมือนกัน อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าแรงจริงๆ”
มาแจ้งความข้อหาอะไร?
“หมิ่นประมาทครับ ชัดเจนอยู่แล้ว แล้วเป็นหมิ่นประมาทที่ไม่คลุมเครือ เป็นการหมิ่นประมาทที่โพสต์โดยไม่ออกอากาศ และคำที่โพสต์ก็ทิ้งไว้นานมาก แล้วเป็นคำที่ได้อ่านพร้อมกันนานมาก ซึ่งรายการนี้อัดไว้ก่อนหน้า 1 วัน พอมาออกอากาศผมก็ได้นั่งดูที่ออฟฟิศ พอเห็นคอมเมนต์นี้ก็ตกใจมาก นี่รายการสด กล้าเขียนขนาดนี้เลยเหรอ”
กลัวเป็นเฟซบุ๊กอวตารไหม?
“จากการที่เราสืบ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นตัวจริงประมาณ 80% ครับ เพราะว่าเราสืบค้นทุกอย่างแล้วจนเราเจอว่าอยู่ที่ไหน เป็นยังไงจนเราได้มาแจ้งความ และจะส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว วันนี้ที่นานไม่ได้แค่แจ้งความอย่างเดียวแต่สอบปากคำไว้เรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็เหลือแค่ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหา ถ้าไม่มาสองครั้งก็จะถูกออกหมายจับ ยังไงต้องได้เจอกันแน่พร้อมอิงฟ้า ให้อิงฟ้าร้องเพลงให้ฟัง”
ต้องการเป็นคำขอโทษหรือเป็นเงิน?
“เป็นเงินเท่านั้นครับ ถ้าได้เงินจะไม่เอากลับบ้านจะเอาวางแจกไว้หน้าโรงพักนี่แหละ”
จะเอาหนักเลยใช่ไหม?
“จริงๆ เอาเท่าไรก็ไม่คุ้มหรอก คนเราต้องมีความรับผิดชอบบ้างนะ เพราะผมเป็นคนที่ไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่มีคนยกมือไหว้ ครั้งนี้เศรษฐกิจไม่ดี ไหว้อย่างเดียวไม่พอต้องเอาเงินด้วย ทางนี้ไม่ไกล่เกลี่ยครับ เพราะไกล่เกลี่ยไม่ได้ ครั้งนี้ก็ไม่ได้ไกล่เกลี่ยครับผมให้เขาชำระด้วยเงิน 3 หมื่น ให้เขาโอนเข้ามูลนิธิคนพิการซ้ำซ้อน โอนต่อหน้าเลย”
อันนี้เป็นคดีอาญาหรือแพ่ง?
“คดีอาญาล้านเปอร์เซ็นต์ครับ เพราะเราออกหมายเรียก 2 ครั้ง ถ้าไม่มาออกหมายจับครับ แล้วเราต้องเจอกันที่โรงพักนี้ อยากจะบอกแฟนนางงามไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าคุณจะสนุกหรือพลุ่งพล่านขนาดไหนคุณต้องดูแลตัวเองด้วย ถึงเวลามีปัญหาไม่มีใครช่วยคุณหรอกครับ คุณต้องรับผิดชอบตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นดูนางงามให้มีสติ บอกแล้วดูแกรนด์ให้สนุก
ส่วนคนที่ด่ายังมีอีกเยอะครับ แต่เอาคดีนี้เป็นตัวอย่างครับ ดุด่าเป็นโสเภณีบ้าง แต่ผมก็พยายามมองข้ามครับ อันนี้ขอ อิงฟ้าก็ขอบอกว่าอยากเจอคนนี้มาก”
...
มีมองๆ ไว้ไหมว่าอยากจะจัดการอะไรกับคนพวกนี้?
“คือตอนนี้ที่แกรนด์มีมรสุมเข้ามาเยอะ ผมก็ทราบดีไม่อยากจะพาดพิงอะไรเยอะ จึงจำเป็นที่จะต้องมาแจ้งความ เพราะว่าการชอบเวทีไม่เหมือนกัน การที่มีกิจกรรมต่างๆมันกระทบกระแทกอยู่ตลอดเวลา ผมเกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องของแฟนคลับอย่างเดียว
มันจะเป็นเรื่องของคนจัดการประกวดระดับจังหวัดอีก ที่จะต้องกระแทกแดกดันกัน ในเรื่องของสื่อมวลชน เรื่องของเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็นแฟนนางงามของการเซตต่างๆ จากเจ้าของเวทีเพื่อไปถามนางงาม มันเป็นเรื่องที่พาไปสู่การบาดหมาง และการหมิ่นประมาทค่อนข้างสูง โอเค คนเซตอาจไม่ได้หมิ่นประมาทหรอกครับ แต่คนที่มีอารมณ์ร่วมบอกตรงๆ เลย บางทีเขาไม่มีวุฒิภาวะ เขากลายไปสู่การหมิ่นประมาทได้ อันนี้บอกตรงๆ ว่าเราไม่รู้จะทำยังไง บอกตรงๆ เลยนะครับ เราไม่เคยล่วงเกินใครก่อน ถ้าใครล่วงเกินเรา เจอแน่นอนครับ”
ประเด็นเรื่องคำถามได้รับฟีดแบ็กยังไงบ้าง?
“ผมได้รับคำถามมาก่อนนั้น 1 วัน แต่ผมไม่ได้พูดผมพยายามจะเจียมเนื้อเจียมตัวและหุบปากมากที่สุด เท่าที่จะเงียบได้ ผมพูดคำนี้เลยนะครับเพราะรู้สึกเหนื่อย ผมไม่อยากยุ่งด้วย ซึ่งนโยบายพีอาร์และบริษัทตกลงกันว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่ผมถามนิดหนึ่งว่ามันตลกไหมที่ต้องมานั่งตั้งคำถามล่วงหน้า เปิดให้ดูได้ว่ามันส่งมาหาผมวันไหน ผมรู้หมดครับ ปากมีหูประตูมีช่อง ผมเปิดให้ดูได้ไม่ได้ประจานใครนะและเอฟซีไม่ต้องมาพลุ่งพล่านใส่ผม มันลำบากมากไม่อยากรับรู้อะไรไปมากกว่านี้แล้ว ผมอยากอยู่เฉยๆ แต่ถ้ามันอยู่เฉยๆ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
...
คนชื่อ เช เคยมาทำงานเป็นพี่เลี้ยงนางงามที่กองแกรนด์ ผมไม่รู้ มันชินชาแล้ว แล้วแต่ละคนที่ถามแสยะปาก ถามคำถามที่มันรวนตลอด มันควรไหมที่เป็นแบบนั้น
คือผมก็รู้มันเป็นนโยบาย ทำยังไงให้แตะแกรนด์เยอะที่สุดเพื่อเอาแสงกัน ผมเข้าใจนะ แต่พอพูดไปมันก็ไปอีก ไม่ได้ตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นบอกอย่างหนึ่ง ผมคนทำงาน ผมคนศึกษาหาข้อมูล ทุกอย่างรู้หมด แล้วผมรู้ทุกอย่างว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วผมรู้เรื่องผมกับน้ำหอมจะเป็นยังไง ผมรู้หมดอะไรจะเกิดขึ้น รู้ด้วยว่าคุณทำอะไรกัน แล้วผมรู้ด้วยว่าใครคือมิจฉาชีพ ใครเคยติดคุก แต่ผมไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว อยากพูดคำเดิมนะต่างคนต่างอยู่ อย่ามากระทบกระแทกแดกดัน ชอบอะไรก็ทำไปต่างคนต่างอยู่ชอบอะไรก็ทำเลย
ขนาดเรื่องมงกุฎเรายังถูกว่าอีก เป็นลิเกบ้างเป็นอะไรบ้างคือมันไม่ใช่เรื่องเลย เอาเรื่องของคุณเถอะดูแลตัวเองให้ดี ทำให้สนุกทำให้เต็มที่เวลามันเหลือน้อยแล้วทำๆ กันไป ผมไม่ได้ซีเรียสนะ แต่ที่พูดให้ฟังเรียกว่าเป็นวิทยาทาน ผมไม่ได้ตอบโต้ผมทราบและรู้มาก่อนแฟนคลับฝั่งนั้นจะรู้อีกว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไร เดือนหน้าจะเกิดอะไร
และจะบอกว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ผมพูดตรงๆ ผมเป็นคนเถียง เอาจริง ผมไม่ได้เป็นคนที่อยู่ๆ มาทำแบบนี้
ผมถามพี่ๆ สื่อมวลชนอยู่ๆ ไปกล้าถามไหม สื่อปกติเขาไม่กล้าถาม คนที่ถามผมไม่เรียกว่าสื่อนะ เพราะว่าเขาไม่ใช่สื่อสารมวลชน เขาเป็นสารตั้งต้น แห่งความพัง อยากทำไรทำเถอะครับ ผมให้เกียรติ อย่าเอาภาระมาลงกับผมมาก”
...
เรื่องน้ำหอมที่ได้หมดสัญญากับอิงฟ้าไปแล้ว และได้น้ำเพชรมาเป็นพรีเซนเตอร์แทน?
“ครับ แสดงว่า มิสแกรนด์ยังขายได้ ผมก็ดีใจ น้ำเพชรไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในการเซ็นสัญญาปกติกับเรา เขาก็ทำมาหากินได้ แต่ผมอยากบอกนิดนึงนะ ทุกคนก็มาพูดดีใจกับเรา เพราะเรามีปัญหาเขาเลยขายดี ตลกไหมครับนี่มันคืออะไรกันแน่
เราต้องยอมรับนะครับว่ามาดามฟินอยู่กับเรามาพอสมควร มีพรีเซนเตอร์จ่ายเงินเยอะมากให้กับ อิงฟ้า วราหะ หลังจากมี อิงฟ้า ถัดมาอีก 2 เดือนก็มาเป็น ชาล็อต ซึ่งเขากับเรานอกจากเป็นบริษัทคู่ค้าแล้วก็เหมือนเป็นคนที่ไว้วางใจ แต่วันนึงเราได้ยินข่าวมาว่ามีการทำอะไรใดๆ แต่ในที่สุดเขาก็ยอมรับว่าใช่ แต่ทำไมไม่บอกผมก่อน วันนั้นเป็นวันที่หมดอายุพรีเซนเตอร์ของ อิงฟ้า แล้วผมเป็นคนทำเอกสารในวันที่ต่อพรีเซนเตอร์ในราคาที่แพงกว่าเดิมในปีที่แล้ว แล้วเขาก็เซ็นไปแล้ว เขาต้องใช้พรีเซนเตอร์จากเวทีเราไปออกที่เวทีนั้นหรือเปล่า ถ้าเขาอ้างใช้สิทธิ์การเป็นพรีเซนเตอร์ ถ้าได้ขึ้นศาลเราก็แพ้นะ เพราะเราเป็นพรีเซนเตอร์ เขาใช้รูปเราไปโปรโมตได้ ซึ่งเราก็ทำไรไม่ได้ ต้องคิดถึงความแฟร์ในส่วนของเราด้วย
ผมเลยรีบตัดช่องน้อยแต่พอตัว รีบโทร. ไปที่บริษัทว่าสัญญาไม่ต้องส่งให้ยุติทุกอย่าง สำหรับ ชาล็อต ยังอยู่ในสัญญาจนถึง 16 มิ.ย. เมื่อจบสัญญาก็ไม่ต่ออยู่แล้ว”
เสียหายเยอะไหม?
“ไม่ได้เสียหายเยอะ โอเค เงินมันก็ไม่กี่ล้าน มันไม่ใช่เรื่องของความเสียหายมากมายหรอกครับแต่ผมว่าศักดิ์ศรีสำคัญ แต่การทำงานคือสิ่งสำคัญ ถ้าเกิดคุณอยากเป็นสปอนเซอร์ เป็นพาร์ตเนอร์แต่วันนึงคุณมาเป็นคู่แข่งขัน คุณมาทำธุรกิจเดียวกับเราแต่ในอีกรูปแบบหนึ่ง ผมว่ายังไงมันก็ต้องยุติความสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ เงินไม่มีค่าสำหรับความรู้สึกแบบนี้ครับ ก็หลายล้านเพราะอิงฟ้าตอนนี้เขาก็ขึ้นหลักห้า ก็ไม่เป็นไร ผมก็บอกน้อง น้องก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้ไม่ได้มีแค่เจ้าเดียว เดี๋ยววันจันทร์นี้จะเริ่มเปิดขายเจ้าใหม่ครับสำหรับอิงฟ้า ชื่อแบรนด์เพราะมาก ชื่อแบรนด์น้ำหอมฟินเว่อร์ครับ”.