นางเอกสาวสวยเสียงดี "ไข่มุก รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช” หรือ ไข่มุก เดอะวอยซ์ ขึ้นแท่นเป็นเจ้าแม่ละครเย็น ที่มาพร้อมความปัง! ล่าสุดกับผลงานละครเรื่อง “ซิ่นลายโส้” ทางช่องวัน 31 ประกบคู่กับพระเอกหนุ่ม “กั้ง–กรณ์ ศิริสรณ์” กวาดเรตติ้งพุ่งแรง 6.0 แบบถล่มทลาย ยิ่งเรื่องราวกำลังสนุก “ดราม่า” เข้มๆ น้ำตาท่วมจอทุก EP ความปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่! เลยถือโอกาสชักชวนสาวไข่มุก-รุ่งรัตน์ มาเป็นนางแบบ “มาลัยไทยรัฐ” ครั้งแรกกับแฟชั่นผ้าไทย สวยเรียบหรูดูแพง จากแบรนด์ PASSA silkwear กับ pitchaclothier ที่ทำให้ลืมภาพ “เธียรโซ่” ผู้น่าสงสารไปได้เลย โดยมีสุรกิจ แก้วมรกต ลั่นชัตเตอร์ ส่วนนางแบบถึงจะเป็นมือใหม่ในการโพสแต่ใช้เวลาไม่นานได้ภาพสไตล์ เท่ๆโก้ๆ มาฝากแฟนๆ

พร้อมเล่าถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังการทำงานละครเรื่องนี้ให้ฟังว่า...

“ตอนนี้ไปที่ไหนคนจะเรียกแสงดารา เธียรโซ่ กลับแล้วเหรอ? กับบทเรื่องนี้ร้องไห้หนักมากๆ ใช้อารมณ์ ความรู้สึกเยอะ จริงๆเธียรโซ่เป็นคนเข้มแข็ง เป็นคนสู้ชีวิต รักครอบครัว ถ้าเป็นเรื่องครอบครัวจะเซนซิทีฟมาก อยู่ต่อหน้าพ่อแต่ไม่รู้ว่าเขาเป็นพ่อ แต่ละวันเพลียในการร้องไห้”

ปกติไข่มุกร้องไห้ยากหรือง่ายล่ะ “ชีวิตส่วนตัวจริงๆ หิว โมโห โกรธ ดีใจก็ร้องไห้ เป็นคนขี้แงค่ะ”

เล่าด้วยอารมณ์ดี ก่อนร่ายยาวถึงบทนี้ต่อว่า...

“แต่ในเรื่องแบ็กกราวด์ที่เราทำการบ้าน เราเข้าใจตัวละครมากๆ เรื่องครอบครัว มันก็เลยมาไว ไม่ต้องบิลต์อารมณ์ มันเหมือนกับว่าหนูแสดงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 4 จะรู้ว่าหลักการมันเป็นยังไง 5-4-3 เป็นโซ่ รู้สึกยังไงก็เป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นไข่มุก อยู่ๆก็จะไม่ได้ร้องไห้ขนาดนั้น จะร้องไห้เฉพาะเวลาหนูงอแงเท่านั้น ไม่ร้องให้ใครเห็นง่ายๆขนาดนั้น”

ไข่มุกเล่าต่อว่า...

“ตัวละครแต่ละคนมีความหนักๆ ทางความรู้สึก กับพ่อก็ดราม่าหนัก กับแม่สงสารเค้า อยากพาเขามาอยู่ครอบครัว เล่นไปก็อิน มีอยู่แวบนึงมีฉากที่ถ่ายไปแล้วพ่อแม่ลูก รุ่งอรุณ สุริยา เธียรโซ่ แสงตะวัน ย่า เค้ากอดกันร้องไห้ เรามีแวบนึงรู้สึกว่าในละครโซ่โดนทิ้ง 20 ปี ลอยน้ำมา สุดท้ายได้กอดกับย่า พี่น้องพ่อแม่แต่ตัวหนูไม่เคยนะ ในละครดราม่าแต่ชีวิตคนจริงๆดราม่ามากกว่านั้นอีก คือชีวิตจริงของมุกไม่ได้หนักเท่าแต่เรามีความอิจฉาตัวละคร เขาได้กอดกันแต่เราไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตเลย เรื่องนี้ร้องไห้เยอะมากๆ พอกลับบ้านอารมณ์จะ ซึมๆเหนื่อยๆค่ะ แต่พยายามไม่เอามาปนกัน จบปุ๊บ! หนูจะกลับเป็นไข่มุก กลายเป็นว่ากินขนมเยอะมาก เป็นวิธีคลายเครียดของหนู คนอื่นทำงานเหนื่อยผอมลงแต่หนูอวบขึ้นๆ (หัวเราะ) กับข้าวกองก็อร่อยด้วยค่ะ กินครบทุกมื้อเลย จริงๆกับบทเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่ากังวลเลยนอกจากร้องกลอนรำอีสาน ยากมาก...กก หนูไม่ได้เรียนไม่ได้โตมากับกลอนรำ ฟ้าคำแคนยังมีได้ร้องบ้างอันนั้นง่าย แต่เรื่องนี้โคตรยาก ลาออกจากเป็นโซ่ ทันมั้ย มันกดดัน ตัวเอง อยากร้อง เพลงทุกคนเชื่อว่าเป็นเธียรโซ่ร้องจริงๆ ด้วยความที่เราเป็นนักร้องด้วย มาตรฐานมันกดดัน”

ก่อนหน้าไข่มุกมีโอกาสได้เรียนการแสดง บ่อยมั้ย

“ตั้งแต่อยู่ช่องไม่ได้เรียน ก็อยากเรียนนะ อยากรู้เทคนิคยังไง แต่กับเรื่องนี้ที่ไม่ได้เรียนเพราะอยากคงความเรียล ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ก่อนเคยเรียนที่มหา วิทยาลัย มีเรียนการแสดงเป็นคอร์สเล็กๆที่วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง SCA (Superstar College of Arts) ก็นำมาใช้ในการเล่นละครด้วย ไข่มุกจะได้พัฒนาการแสดงให้ดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ มีแฟนละครบอกว่าไข่มุกจะได้รับบทดราม่าชีวิตรันทดทุกเรื่องดูแล้วสงสาร”

จาก “นักร้อง” สู่ “นางเอก” เต็มตัว!! เจ้าตัวยอมรับเวลามีใครเรียกว่านางเอกๆจะรู้สึกเขินมาก...

“ถ้าเขารู้ว่าเป็นตัวหนูจริงๆ เขาจะรับได้มั้ยนะ เพราะหนูไม่ใช่นางเอกเลย ในคำว่านางเอกคือสวยล่ะ เรียบร้อย มีมุมนางเอก กิริยามารยาท แต่ตัวจริงหนูโอ้โห! พูดไม่เพราะมาก แทบเป็นเด็กกะโปโล ไม่ได้ชอบแต่งตัวสวย คือดารา นางเอกจะต้องสวยตลอด ลุคต้องคีพ แต่หนูถ้าไม่ใช่ผู้หญิงก็คงเป็นเด็กผู้ชายท่านหนึ่งเพราะหนูแต่งตัวแมนๆ เสื้อตัวใหญ่ๆ ผ้าใบ”

ช่วงหลังๆพอมาสายละคร แสดงว่าตอนนี้อินกับการเป็นนักแสดงมากกว่า

“อีกนิดหนูจะไม่อินกับอะไรแล้ว (หัวเราะ) หนูจะติสต์แตก หนูว่าถ่ายละครนานมากเกินไป มันเหมือนหมดทั้งแสดงและเพลง อยากอยู่นิ่งๆ ควรได้บูสต์ร่างกายด้วยการไปเที่ยว ปกติทัวร์คอนเสิร์ตจบเข้าป่านั่นคือการบูสต์ของหนูแต่พอมาเล่นละครเราไปไหนไม่ได้เลย จบเรื่องนึงเปิดต่อมันสะสม หนูรู้สึกเราควรได้ปล่อยใจบ้างเราจะได้คิดอะไรออกแต่เป็นจังหวะและโอกาสที่ดี มีงานเข้ามาก็ทำก่อน งานคือเงิน เงินคืองาน มีบางช่วงเรื่องนี้จบขอพักก่อนสักปี คิดแบบนี้เลย”

ก่อนหน้านี้ไข่มุกเป็นหนึ่งในนางรำที่ช่วยงาน “หนึ่งคนว่ายหลายคนให้” ของโตโน่-ภาคิน เป็นอย่างไรบ้าง

“ดีมาก ดีใจได้รำถวายเพราะอยู่ๆคงไม่รู้จะได้ไปรำได้ยังไง มีวันนึงหนูเข้าไปดูไลฟ์ของพี่โตโน่ที่ไอจี มีคนขอเพลงโลกของผึ้ง หนูเห็นอยู่แล้ว 1 คนว่ายหลายคนให้ หนูจะไปกับพี่โน่อยู่แล้ว ก่อนหน้านี้พี่โน่ไปช่วยน้ำท่วมที่ลาว หนูก็ไปด้วย เขาก็ชวนใน ไลฟ์ไปมั้ย หนูก็ตอบไปว่าไปด้วย หลังจบไลฟ์หนูจองตั๋วไปเลย คือพี่โน่ไม่ได้จ้างไปนะคะ หนูเสียสตางค์ไปเอง ก่อนหน้าวันจริงไม่กี่วันพี่โน่ถามว่าไข่มุกรำได้มั้ย รำกับณิชาก็เลยรำ ทีแรกไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนั้น พอไปถึงจริงจังมาก วันนั้นคนเยอะมาก ตั้งใจไปรำถวาย และขอภาวนาให้พี่โน่ว่ายอย่างปลอดภัยให้กิจกรรมวันนั้นลุล่วงด้วยดี ขอให้ยอดมันเพียงพอซื้อเครื่อง ซึ่งทะลุไปไกลมาก คิดว่าไม่ใช่แค่พลังของมนุษย์อย่างเดียว ต้องมีพลังของพ่อปู่ด้วยเพราะยอดมันไปไวมากจนแบบ 10 นาที 2 ล้าน เราซึ้งน้ำใจคนไทยมาก มีน้ำใจที่สุดเลย”

ส่วนความรักของ ไข่มุกดูเงียบๆเลยต้องอัปเดตมีใครดามใจแล้วหรือยัง เจ้าตัว เล่าว่า “ทำงานขนาดนี้เอาเวลาไหนไป ไม่มีเลยค่ะ”

เหงามั้ย “ชีวิตไม่ว่างเอาอะไรมาเหงา ถ่ายละครจันทร์-พุธ พอพฤหัสฯ-ศุกร์ มีอีเวนต์ไปต่างจังหวัดบ้าง”

มีใครเข้ามา “หนูไม่ให้ใครเข้ามาเลย”

ปิดกั้นด้วยหรือเปล่า

“หนูเลือกเจอเพื่อนประมาณ 3-4 คนในชีวิต มีอยู่แค่นั้นหนูคุยกับเพื่อนทุกวันแทบจะเป็นผัวเมียกันแล้ว (หัวเราะ) มีแก๊ง ส้มโอ พี่ปลั๊กไฟ คอลทุกวัน เลยไม่มีใคร ไม่ได้เข็ดกับความรักแต่ไม่ได้เจอใคร ไม่สรรหามากกว่าเป็นช่วงวัยทำงานเก็บสตางค์ ถ้าใช่เดี๋ยวมาเองแหละ”

เป็นเพราะเรารักคนยากด้วยหรือเปล่า

“ไม่ยากนะ แต่หนูเป็นคนที่ถ้าหนูชอบใครเดี๋ยวหนูจีบเอง แต่ก็ยังไม่ชอบใครเลยไม่ได้จีบใคร ใครทัก DM มาไม่ตอบ ตั้งไว้ห้ามทัก เฟซบุ๊กห้ามแอดด้วย (หัวเราะ) จะเป็นคนแอดได้คนเดียวแบบนี้ ถ้าชอบใครเดี๋ยวจีบเองไม่ต้องๆ มันเหมือนกับว่าถ้าเราชอบแล้วจีบ เราก็จะได้อย่างที่เราชอบ ถ้าเขามาเผื่อเราไม่ชอบเค้า เขาเสียเวลาอีก”

พอโตมาสเปกเปลี่ยนแปลงมั้ย

“หนูว่าอยู่คนนั้นแล้ว ถ้าเกิดปิ๊งปั๊งขึ้นมาก็ชอบเลย จะชอบคนโตกว่าเพราะหนูติ๊งต๊องและงอแงมากและต้องเก่งกว่าหนูเพราะหนูรู้สึกว่าตัวเราเป็นคนทำงานเก่งมาก ใช้ชีวิตมาขนาดนี้ก็รู้สึกว่าเราเป็นคนเก่งคนหนึ่งเพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาจะต้องดูแลเราได้แล้วหนึ่ง สอนหนูได้ ชอบคนที่เวลาเราสงสัยอะไรถามเขาได้ เขาสอนเราได้ เป็นที่ปรึกษาได้ ให้ฟีลพ่อแต่ไม่ได้แก่ขนาดนั้นนะ โตกว่า 3-4 ปี แต่ถ้าเกิดคบกันแล้วทำให้หนูด่าได้ แย่แล้ว เพราะหนูเป็นคนชอบด่า เป็นคนเรื่องเยอะนะ (หัวเราะ) ที่ผ่านมาอายุเท่ากัน หนูควบคุมเค้าไงก็จะทำให้อยู่ด้วยกันไม่ยืดแล้วเพราะเขาไม่สามารถว่าเราหรือตำหนิเราได้เลย หนูรู้สึกว่าคนที่จะอยู่กับเราได้นานคือคนที่เรากลัวและเกรงใจ ถ้าเราไม่เกรงใจสงสารคนนั้น เคยมีคนที่น่าสงสารแบบนั้นมาก่อน (หัวเราะ) ถ้าโตกว่าเยอะจะได้ไม่ต้องไปด่าเค้าเยอะ ให้ฟีลเราเกรงใจเขาค่ะ”.