สองเพื่อนซี้ตัวแม่ของวงการ หนิง ปณิตา และ วุ้นเส้น วิริฒิพา ที่จะมาเปิดใจทุกเรื่องราวที่ไม่มีใครกล้าถามพวกเธอมาก่อน พร้อมเปิดใจครั้งแรกถึงเรื่องราวความรักของสาววุ้นเส้นที่ต้องปิดมา 3 ปี ด้านสาวหนิง มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาแอบกระซิบบอกสามีแอบนอกลู่นอกทาง ทั้งหมดนี้ในรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และเป็กกี้ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
วุ้นเส้นกับหนิงเป็นเพื่อนกันมาเกิน 10 ปีแล้ว เจอกันได้ยังไง?
วุ้นเส้น : เจอพี่หนิงตั้งแต่วุ้นเข้าวงการแรกๆ อยู่แล้ว แรกๆ พี่หนิงจ้างวุ้นไปทำงาน เขามีธุรกิจอะไรอย่างนี้ ก็เริ่มเห็นเขาว่าผู้หญิงคนนี้เป็นมากกว่าดารา เป็นนักธุรกิจด้วย ทำเองทุกอย่าง เขาไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ สวยๆ เดินทั่วงานเลย
เจอวุ้นครั้งแรกเป็นยังไง?
หนิง : สวย แต่พอสนิทกันจะรู้สึกขัดแย้ง ทำไมมันเรียบร้อยขนาดนี้
วุ้นเส้น : ก็ไม่ได้เรียบร้อยตลอด
เจอหนิงแล้วเป็นไง?
วุ้นเส้น : พูดตลอด ตั้งแต่ทำงานกับพี่หนิง เขาเอาพลังมาเยอะ ได้เอนเนอร์จี้เยอะ
...
พี่หนิงเขามีชื่อเสียงในวงการนะ?
วุ้นเส้น : วุ้นว่าคนอื่นไม่รู้ว่ายังไง แต่สำหรับวุ้นไม่เคยได้กระแสที่ดูรุนแรง หรือกลัวอะไรเขาเลย เขาเอ็นดู เขาเห็นเราเป็นน้อง เราก็เห็นเขาเป็นพี่ เวลาคุยอะไรกันมันรู้สึกง่าย ไม่ได้กังวลว่าแบบพี่เขาคิดยังไง
คนข้างนอกมองว่าหนิง แรง ตรง เขาเป็นอย่างนั้นไหม?
วุ้นเส้น : ก็เป็นคนตรง แต่แรงนี่แรงยังไง อยู่กับวุ้นเขาไม่ค่อยแรง เหมือนเราไม่ได้ทำอะไรให้กันทำให้มันรุนแรง
หนิงมีเพื่อนเยอะ เวลาใครมีเรื่องก็จะมาหาหนิง จนคุณถูกตั้งฉายา คุณคือ มาเฟียหญิงวงการบันเทิง?
หนิง : อันนี้ขอด่าได้ไหม คนพูดคือ มะตูม
เวลาใครมีเรื่องเดือดร้อนพี่หนิงก็เคลียร์ให้?
หนิง : ถ้ามองในเรื่องขำๆ ก็โอเค เราต้องยอมรับนะไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่มันมากับโลกโซเชียล เดี๋ยวนี้โลกโซเชียลมันไม่เหมือนเดิม ชอบตีความแง่ลบ แล้วคนมองกลับมาหนิงแรงไปไหม ต่อให้หนิงพยายามซอฟต์ยังไงคนก็ยังติดภาพนั้นอยู่
เมื่อก่อนเขาเป็นนางเอกนักบู๊นะ เพื่อนข้าใครอย่าแตะ?
หนิง : ใช่
วุ้นเส้น : เพื่อนก็จะรักเขา ลุยให้ตลอด
เวลาเพื่อนมีเรื่องทำไมพี่หนิงลุยให้ตลอด แต่นั่นสมัยก่อน แต่หนิงที่รู้จักสมัยนี้ไม่ยุ่งเรื่องใคร?
หนิง : จริง หนิงถึงขั้นปักธูปในห้องพระเลย เวลาที่เรายุ่งเรื่องเขา ไม่ใช่หนิงสาระแนไปยุ่งนะ ส่วนใหญ่ที่เพื่อนมีเรื่องเพื่อนจะเดินมาหาเรา แล้วเวลาเพื่อนอยู่ในโหมดอ่อนแอ เฮ้ย...มันไม่ได้ แล้วด้วยความที่เราเป็นคนชัดเจน เราก็จะเป็นฟีลแบบเฮ้ย...ต้องลุกขึ้นมาชัดเจน ลุกขึ้นมาต่อสู้ เราอย่าให้ใครทำร้ายเรา เราไม่ทำร้ายใคร และเราก็ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเพื่อนเรา
ย้อยกลับไปเรื่องปักธูป พูดว่าอะไร?
หนิง : ปักธูปว่าฉันจะไม่ยุ่งเรื่องใครอีก ถ้าใครเดินเข้ามา เพราะว่ายุ่งแล้วเป็นหมาไง ไม่เอาอีกแล้ว แล้วเจ็บตัวคนเดียว เวลาเราร้องไห้เหมือนคนอกหัก เสียใจมาก แล้วมันจมอยู่อย่างนั้น กับผัวยังไม่ร้องไห้ขนาดนี้เลย
แฟนคลับทางบ้าน เพื่อนเอาใจช่วย อยากเห็นกลับมาคืนดีกัน หนิงว่ามันจะเกิดขึ้นได้ไหม?
หนิง : มันเป็นเรื่องเซ้นซิทีฟแล้วก็เรื่องที่หนิงไม่อยากคุยกับสื่อเลย ทุกๆ สื่อ เพราะหนิงรู้สึกว่าอะไรที่เป็นเรื่องของอนาคตเราไม่สามารถตอบได้ หนิงเคยพูดทุกอย่างในความรู้สึกหนิงที่พูดออกไป ณ วันนี้ แต่ความรู้สึกคนเราวันนี้เป็นแบบนี้ พรุ่งนี้เป็นอีกแบบ ไม่คุยดีกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนเลยคือหนิงไม่เคยคิดลบ และไม่อยากเห็นเพื่อนไม่ดี เวลาเราได้ยินข่าวอะไรที่ใครไปพูดถึงเขาไม่ดีหรืออะไร เราก็ยังเป็นห่วงอยู่เสมอ ก็ยังมีฝากกำลังใจผ่านคนอื่นไปเสมอ แต่อนาคตเป็นยังไงไม่รู้ ความรู้สึกแต่ละวันมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
มีรูปพี่หนิงกับพี่นุ่นถ่ายคู่กัน แล้วมีคนเม้าท์ว่าคู่นี้กลับมาคืนดีกันแล้วเหรอ?
หนิง : ไม่เคยทะเลาะกันนะ เพื่อนทุกคน ทุกกลุ่ม หนิงเชื่อว่าทุกคนที่มีเพื่อนไม่มีใครที่ไม่งอนกัน มันก็ต้องมีการงอนกันตลอด แต่เวลามันงอนกันแล้ว สุดท้ายเขารักหนิงมาก หนิงก็รักเขามาก แล้วเราสองคนไม่เคยทำร้ายกัน เวลาหนิงพูดถึงเขากับใคร เขาพูดถึงหนิงกับใคร เราจะพูดแต่เรื่องดีๆ แต่ด้วยสภาวะตอนนั้นที่งอนๆ กัน มันคือช่วงที่หนิงแต่งงานและมีลูก แต่นุ่นยังไม่มีลูก
...
แล้วมนุษย์ที่วันๆ ทำงานแล้วต้องไปเป็นแม่เลี้ยงลูก สถานการณ์ครอบครัวหนิงก็ไม่ปกตินะ ทุกคนก็รู้อยู่ ชีวิตหนิงหลังจากคลอดลูกเข้มข้นมาก มันก็เลยเฟดๆ ห่างๆ กันช่วงนั้น แต่ส่งกำลังใจให้กันตลอด เขาก็ยังมาเยี่ยมหนิงที่คอนโดฯ มารับขวัญหลาน เราติดต่อกันตลอด เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ออกสื่อทุกเรื่อง แต่เชื่อไหมทุกครั้งที่ถ่ายรูปออกสื่อก็จะมีข่าวแบบนี้ทุกครั้ง แล้วเราพูดเรื่องแบบนี้จนณิรินจะ 10 ขวบแล้ว เฉลี่ยปีละครั้งที่ถ่ายรูปออกสื่อก็จะมีข่าวอย่างนี้ทุกครั้ง แต่พอเราคุยกัน
พี่หนิงดูรวยมากเลย แต่มีคนบอกว่าพี่หนิงยืมเงินพี่นุ่นจริงไหม?
หนิง : เคย เมื่อก่อน สมัยก่อนตอนเราลำบากๆ ไม่ใช่แบบนี้ เราส่งน้องเรียน มีช่วงหมุนไม่ทัน นุ่นเองเป็นคนหยิบยื่นให้บอกให้หนิงเอาของนุ่นไปก่อน มีแล้วค่อยคืน ภาพความเป็นเพื่อนเราจำแต่เรื่องดีๆ เรื่องงอนบางทีมันไม่ใช่เรื่องของเราด้วย มันเป็นเรื่องจากความที่มากคนมากความ คนนี้พูดอย่าง คนนั้นพูดอย่าง แล้วมันก็งอนกัน
อยากจะบอกอะไรเขา?
หนิง : รัก
...
วุ้นกับเจนี่ทะเลาะกันไหม?
วุ้นเส้น : ไม่เคยทะเลาะกัน แต่งอน น้อยใจกันคงมี แต่นานมาแล้ว ตอนนั้นไม่คุยกันหลายเดือนเลย แต่ตอนนี้ทุกอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลับมารักกันเหมือนเดิม
แล้วอะไรที่ทำให้เราโคจรกลับมาคุยกัน?
วุ้นเส้น : นานา ตลอดระยะเวลา 6 เดือน นานาก็เล่าว่าสองคนนี้ถามกันตลอดเป็นยังไงบ้าง โอเคไหม มันก็รำคาญ มึงรักกัน มึงก็ดีกันสิวะ คือต่างคนต่างไม่ได้ทะเลาะกันเรื่องใหญ่ แต่มันเป็นเรื่องของคนอื่น มันแค่มีการน้อยใจกันมากกว่า จะทำยังไงให้มันกลับมาเหมือนเดิม เวลามันก็ช่วยเอง ซึ่งตอนนั้นวันที่ดีกันคือวันที่มาร์กี้กับป๊อกแต่งงาน เกิดขึ้นในวันแต่งงาน วันนั้นน้ำตาแตก จริงๆ มันคิดถึงกันอยู่แล้ว สุดท้ายวันนั้นนานาก็คือเหมือนพร้อมกันทั้งคู่ที่จะคุยกัน นานาก็ดึงมาคุยกันกลางงานแต่ง ข้างบนก็แต่งงานกันอยู่แฮปปี้ ข้างล่างก็ดราม่า
ปกติเป็นคนขี้น้อยใจไหม?
วุ้นเส้น : เพื่อนจะคิดว่าไม่ขี้น้อยใจ เพราะเป็นคนอะไรก็ได้ เป็นคนง่ายๆ แต่ลึกๆ ก็มีน้อยใจ เป็นมนุษย์ปกติก็ต้องมีความรู้สึก แต่แค่เป็นคนที่ขี้เกียจให้คนมานั่งห่วงเรา ถ้าเรารู้สึกน้อยใจหรือไม่แฮปปี้อะไรก็จะเก็บไว้เอง ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่พูดอะไรเลย เก็บไว้กับตัวเอง 2-3 วัน แล้วมันก็หาย ถ้าเกิดเราพูดมันอาจจะยาวขึ้นก็ได้ เรารู้สึกว่าเราเยียวยาตัวเองดีกว่า ไม่ต้องมานั่งให้คนอื่นมานั่งคิดว่าเราน้อยใจอะไร หรือมีเรื่องอะไร
หนิงแต่งงานกับจินมานานเท่าไรแล้ว?
หนิง : น่าจะเกือบๆ 12 ปีแล้ว
เจ๊จรินทร์คือใคร?
หนิง : ก็คือพี่จินไง เวลาเขาดื่มเขาจะชอบสาวแตก เขาบอกว่าเขาอยากมีความเป็นสาว เขาพูดแบบนั้น เป็นเพื่อนสาว แต่หนิงก็ไม่รู้ว่าจริงๆ หรือเปล่า พอไม่มีแอลกอฮอล์ในร่างเขาก็กลับมานิ่งๆ แต่ถ้าเขามีแอลกอฮอล์ในร่างเมื่อไหร่ เขาก็จะสาวแตก
...
หนิงโอเค?
หนิง : หนิงโอเคหมดแหละ ตอนนี้หนิงอะไรก็ได้ จะเป็นสาวหรือเจ้าชู้ ทุกวันนี้หนิงโอเคหมด
อะไรทำให้ตกผลึก?
หนิง : ประสบการณ์ ถ้าเราอยากมีความสุขมันต้องยอมรับกับสิ่งที่มันเป็นจริงๆ ชีวิตเรา เราไม่รู้ว่าข้างหน้าเราจะตายวันไหน อาจจะพรุ่งนี้ก็ได้ ถ้าวันนี้เราไม่มีความสุข แล้วเราต้องทนอยู่กับสิ่งที่เราไม่อยากทน ไม่เอาแล้ว
สมัยก่อนเวลาจินแอบนอกลู่นอกทางจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากระซิบหนิงเหรอ?
หนิง : จริง อย่างล่าสุดเราไปเที่ยวต่างจังหวัดกับกระแต แล้วเรานั่งรถกลับมา เราหลับ เหนื่อยมากเลย อยู่ๆ มีคนมาปลุกข้างๆ หนิง ตื่นๆ กล้องวงจรปิด ตี 4:12 นาที
เห็นอะไร?
หนิง : ก็เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น แค่นั้นเอง อย่าไปลงดีเทล
แล้วพอเห็นภาพทำยังไงต่อ?
หนิง : ก็เฉยๆ
บอกจินไหม?
หนิง : ก็ส่งภาพนั้นไปให้ดู ให้เขารู้ว่ารู้ แค่นั้นเอง ถามว่าสืบต่อไหม สืบสิ ตามนิสัยของหนิง แต่ว่าแค่สืบต่อให้รู้ว่าเป็นใคร ยังไง ก็แค่นั้นเอง แต่ไม่โวยวาย ถามว่าจบยังไงก็แค่ให้เขารู้ว่าเรารู้แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรเลยหลังจากนั้น
ทำได้ยังไง?
หนิง : เรารู้สึกว่าต่อให้จับได้กี่ครั้ง ให้ตายมันก็ไม่เลิกกับเรา ฉะนั้นก็ช่างมัน
เขารู้ไหมว่าหนิงคิดแบบนี้?
หนิง: เขารู้ว่าเดี๋ยวนี้หนิงไม่อะไรเลย หนิงบอก ณ วันนี้เอาเลย อะไรที่สบายใจทำ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่สุดที่หนิงจะไม่ยอมก็คือ หน้าที่ของการเป็นพ่อและแม่ที่ดีของลูก อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องคุยกันให้เคลียร์
ทะเลาะกันต่อหน้าลูกไหม?
หนิง : เคยทะเลาะ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย แล้วมันก็ส่งผลให้ความรู้สึกของน้องไม่ดี ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าหนิงจะเลี้ยงลูกบายจิตแพทย์ทุกๆ ไตรมาส ต่อให้ไม่มีเรื่องราวอะไรก็แล้วแต่ คือหนิงเป็นคนปรึกษาจิตแพทย์ทุกๆ ไตรมาสอยู่แล้ว ในเรื่องของการเลี้ยงลูก เพราะหนิงทำงานเยอะมาก รู้สึกว่าบางทีเรามีมืออาชีพมาช่วยเราเลี้ยงลูกมันก็เป็นการที่ดี แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันไม่เคยมีเรื่องมีราวอะไร เพราะว่าเราต้องเลี้ยงอย่างนี้ๆ จนกระทั่งน้องไปพูดกับหมอว่าไม่ชอบอย่างนี้แต่เขาไม่พูดกับเรา พอเรารู้ปุ๊บ เราก็จัดการตรงนั้นให้เรียบร้อย แล้วก็ไม่เคยทำสิ่งนั้นให้ลูกเห็นอีกเลย
แม่ดุไหม?
หนิง : ดุ แต่วิธีการดุของแต่ละไตรมาสก็จะต้องเปลี่ยนไป เพราะเด็ก พอสมมติ 8 ขวบ เราดุได้แบบนี้พอ 9 ขวบ เราจะต้องดุแบบนี้ แล้วนี่จะ 10 ขวบก็จะต้องดุอีกแบบนึง
วุ้นเส้นคบกับแฟนมานานเท่าไรแล้ว?
วุ้นเส้น : ประมาณ 3 ปี
หลายคนสงสัยวุ้นเส้นคบแบบปกปิดหรือเปล่า?
วุ้นเส้น : จริงๆ ตั้งใจว่าจะไม่เปิดเลย เพราะจากประสบการณ์เราตั้งแต่เข้ามาก็มีคนโฟกัสเรื่องความรักตลอด พอมันไม่ประสบความสำเร็จหรือมันต้องเลิก มันก็มีคอมเมนต์ คนเม้าท์มันก็ทิ่มแทงเราอีกเรื่อยๆ แต่ว่ามัน 3 ปีแล้ว มันปิดไม่มิดจริงๆ ก็เลยเริ่มๆ เปิด แต่คงไม่เปิดเยอะมาก
3 ปีทำไมเพิ่งเปิดตัว?
วุ้นเส้น : เราปล่อยไปตามธรรมชาติ เราบอกเขาเลยว่าคงไม่มีทางหรอกที่คบกันไป 10 ปีแล้วไม่มีใครรู้ ไม่มีทาง รูปแรกๆ ที่หลุดคือถ่ายเป็นแก๊งมาจากพี่พีเค ก็ช่วยๆ เปิด เรารู้สึกว่าไม่ได้เดือดร้อนอะไร ไม่ได้มีข่าวเสียหาย ถ้าเกิดเปิดออกมาแล้วเขามีประวัติน่ากลัวหรืออะไร ทุกคนก็ว่าเขาโอเค
จุดเริ่มต้นไปเจอกันที่ไหน?
วุ้นเส้น : จริงๆ เขาเป็นกลุ่มเพื่อนๆ กันอยู่แล้ว เขอกันประมาณ 5-6 ปีแล้ว แต่เขาเป็นแค่รุ่นน้องที่เราผ่านไป ผ่านมาเจอกันตามงานแต่ง ปาร์ตี้ เขามีแฟนมาตลอด เราก็มีของเรา แต่แค่รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นแนวที่เราชอบ รู้จักกันมา 5 ปี แล้ว 3 ปีก่อนที่จะคบกันก็ไปนั่งวิปัสสนาด้วยกันทุกปี เราก็รู้สึกว่าประทับใจ ชอบผู้ชายที่มีการเข้าวัด เข้าวา แล้วหลังจากนั้นไปงานแต่ง แล้วเจอกันอีกรอบนึงก็คุยกันเป็นไงบ้าง เขาบอกโอเค เพิ่งเลิกกับแฟนไป 2 อาทิตย์ ในใจเราก็แบบเพิ่งเลิกกับแฟน 2 อาทิตย์เหมือนกัน
คิดไหมว่าจะจริงจังขนาดนี้?
วุ้นเส้น : ไม่ค่ะ เพราะว่าตอนแรกไม่บอกใครด้วย จริงๆ แอบคุยกันช่วงโควิดใหม่ๆ เริ่มคุยกันนิดนึง แต่ไม่ได้จริงจังอะไรมาก คุยกันเล็กๆ น้อยๆ แต่มาเยอะช่วงโควิด คือเริ่มไปมาหาสู่กัน ไปไหนไม่ได้ เลยใช้เวลาด้วยกันด้วย ก็คิดว่าเดี๋ยวโควิดหมดคงทิ้งกูแหละ เดี๋ยวคงออกไปซ่า เพราะแก๊งเขาออกไปเจอคนเยอะ ก็คิดว่าออกไปเมื่อไหร่เขาคงไปเจอเด็กกว่าเรา เราก็ไม่ได้เซลฟ์ขนาดนั้น เราเลยไม่เปิด เพราะว่าแค่คุยๆ ศึกษากันไป เพื่อนเรายังไม่รู้สักคนในเวลา 6 เดือน เพื่อนขนาดมาเคาะห้องในช่วงวาเลนไทน์
แล้วเอาเขาไปซ่อนตรงไหน?
วุ้นเส้น : หลังโซฟา แต่ไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่ยอมรับว่าซ่อน
3 ปีไม่เคยทะเลาะเลย เพราะเขายอมวุ้นตลอด?
วุ้นเส้น : ยอม แต่ก็มีทะเลาะ ทุกครั้งที่ทะเลาะเขาเป็นคนเริ่มนะ คือไว้ใจกัน แต่เขาก็มีน้อยใจบางเรื่องหรืออะไรบ้างหรือว่าไม่แฮปปี้บางอย่าง แต่เขาไม่โวยวาย ไม่ได้เป็นการทะเลาะหรือเถียงอะไร แต่เป็นการระบายว่าเขาไม่ชอบแบบนี้ นู้นนี่ ก็ต้องฟังแล้วก็ปรับกันไป
อนาคตอันใกล้มีวางแพลนอะไรไว้ไหม?
วุ้นเส้น : พี่พีเคไปภูเก็ตด้วยกัน ก็ไปนั่งกินกัน 4-5 คน พี่พีเค อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมากลางร้าน แล้วเอาแก้วขึ้นมาเคาะว่าประกาศข่าวดี คุณวุ้นเส้นกับคุณนิกจะแต่งงานกันแล้ว ประมาณปีที่แล้ว เราก็บอกว่าพี่เดี๋ยวพรุ่งนี้เป็นข่าวนะ พี่ใจเย็นนะ หนูยังไม่ได้อะไรกันเลย ไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานนะ เอาตรงๆ เพราะเรารู้สึกว่ายังไงก็ได้ จะแต่งหรือไม่แต่ง จะอยู่อย่างนี้ก็แฮปปี้ได้เหมือนกัน เพราะไม่อยากกดดัน เพราะเกิดแต่งไปมันเกิดมีอะไรที่ไม่เวิร์กก็เครียดอีก ก็อยู่อย่างนี้ไปก่อน ถ้าถึงเวลาจริงๆ ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ